วันนี้ (21 สิงหาคม) ไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะโฆษก สทนช. ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัยลุ่มน้ำน่าน ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผ่านระบบสื่อสารทางไกล เพื่อประเมินสถานการณ์และวางแนวทางการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่
จากการติดตามข้อมูลล่าสุด พบว่าสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ของ จ.น่าน มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง และเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ หลังระดับน้ำในแม่น้ำสายหลักลดลงต่ำกว่าระดับตลิ่ง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าเร่งฟื้นฟูพื้นที่ ทั้งการทำความสะอาดบ้านเรือน สิ่งสาธารณประโยชน์ ซ่อมแซมเส้นทางคมนาคม และระบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้ประชาชนกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว
ไพฑูรย์ กล่าวว่า แม้สถานการณ์ปัจจุบันจะเริ่มคลี่คลาย แต่การติดตามคาดการณ์สภาพอากาศร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) พบว่า อิทธิพลของหย่อมความกดอากาศต่ำยังคงส่งผลให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยคาดการณ์ว่าในช่วงวันที่ 23-24 สิงหาคมนี้ จะมีกลุ่มฝนระลอกใหม่ตกซ้ำในพื้นที่เดิมของลุ่มน้ำน่านตอนบน
สำหรับพื้นที่ต้องเฝ้าระวังฝนตกสะสมและฝนตกหนักเป็นพิเศษ โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขา ได้แก่
- อ.ปัว
- อ.ท่าวังผา
- อ.ทุ่งช้าง
- อ.เชียงกลาง
- อ.เวียงสา
- อ.แม่จริม
- อ.สันติสุข
- อ.บ่อเกลือ
- อ.เฉลิมพระเกียรติ
นอกจากนี้ คาดว่าแนวโน้มปริมาณฝนจะเพิ่มขึ้นอีกครั้งในช่วงวันที่ 29 สิงหาคม – 1 กันยายน ในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ซึ่ง สทนช. ได้ประสานทุกหน่วยงานเตรียมพร้อมรับมืออย่างใกล้ชิด
ไพฑูรย์ กล่าวอีกว่า การแจ้งเตือนภัย สทนช. ได้กำหนดแนวทางการแจ้งเตือนผ่านระบบเตือนภัยล่วงหน้า (Early Warning System) ของกรมทรัพยากรน้ำ ซึ่งจากเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ อ.ปัว อ.ท่าวังผา และ อ.สันติสุข ที่ผ่านมา ได้มีการตรวจพบและส่งสัญญาณแจ้งเตือนภัยทั้งระดับเฝ้าระวัง เตรียมพร้อม และวิกฤต รวม 110 ครั้ง ควบคู่กับการแจ้งเตือนผ่านระบบ Cell Broadcast ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)
ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำให้หน่วยงานดูแลบำรุงรักษาอุปกรณ์แจ้งเตือนให้พร้อมใช้งานเสมอ พร้อมขยายช่องทางกระจายข่าวสารผ่านแอปพลิเคชัน หอเตือนภัย และเครือข่ายประชาชน เพื่อให้ข้อมูลถึงมือประชาชนได้อย่างทันท่วงที พร้อมกำชับ ปภ. ระดับจังหวัด ให้เร่งส่งต่อข้อมูลไปยังนายอำเภอ ปลัดอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชน ทันทีที่มีประกาศแจ้งเตือน เพื่อให้ประชาชนมีเวลาเตรียมพร้อมและปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุได้อย่างมีประสิทธิภาพ


