กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยครึ่งปี 2569 ยอดธุรกิจตั้งใหม่ 44,773 ราย โต 2.13% จากปีก่อน ขณะที่ธุรกิจปิดกิจการ 7,024 ราย นักลงทุนจีน สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น 3 อันดับต่างชาติลงทุนสูงสุด เงินลงทุนกว่า 1.87 แสนล้านบาท
พูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผลการวิเคราะห์สถานการณ์การจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่เดือนมิถุนายน 2569 พบว่า มีธุรกิจจัดตั้งใหม่ 7,979 ราย ขณะที่ทุนจดทะเบียนอยู่ที่ 15,231 ล้านบาท
การจัดตั้งใหม่ช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 (มกราคม-มิถุนายน) มีจำนวน 44,773 ราย เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 (43,838 ราย) เพิ่มขึ้น 935 ราย คิดเป็น 2.13%
ขณะที่ทุนจดทะเบียนตั้งใหม่ครึ่งปีแรกปี 2569 สะสมอยู่ที่ 111,201 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 (149,140 ล้านบาท) ลดลง 37,939 ล้านบาท คิดเป็น 25.44%
เมื่อวิเคราะห์อัตราการเติบโตของการจัดตั้งธุรกิจใหม่ พบว่า มี 3 ประเภทธุรกิจที่ขยายตัวอย่างน่าสนใจ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (YoY) ได้แก่
1.ธุรกิจการขายปลีกทางอินเทอร์เน็ต จำนวน 1,296 ราย เพิ่มขึ้น 470 ราย คิดเป็น 56.90% (YoY) ทุนจดทะเบียน 2,123 ล้านบาท
2.ธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร จำนวน 2,119 ราย เพิ่มขึ้น 287 ราย คิดเป็น 15.67% (YoY) ทุนจดทะเบียน 3,446 ล้านบาท
- ธุรกิจร้านขายปลีกเสื้อผ้า จำนวน 499 ราย เพิ่มขึ้น 227 ราย คิดเป็น 83.46% (YoY) ทุนจดทะเบียน 696 ล้านบาท
ขณะที่ การจดทะเบียนเลิกประกอบกิจการเดือนมิถุนายน 2569 มีจำนวน 1,760 ราย ส่งผลให้การจดทะเบียนเลิกช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 (มกราคม-มิถุนายน) มีจำนวน 7,024 ราย เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 (6,244 ราย) เพิ่มขึ้น 780 ราย คิดเป็น 12.49%
โดยทุนจดทะเบียนเลิกครึ่งปีแรกปี 2569 สะสมอยู่ที่ 98,857 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 (30,544 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 68,313 ล้านบาท คิดเป็น 224%
สำหรับกลุ่มนิติบุคคลที่มีสัดส่วนการจดทะเบียนมากที่สุด คือ กลุ่มบริการ มีจำนวน 547,518 ราย ทุนจดทะเบียน 13.94 ล้านล้านบาท รองลงมาคือ กลุ่มค้าส่ง/ค้าปลีก 328,850 ราย ทุนจดทะเบียน 2.63 ล้านล้านบาท และกลุ่มผลิต 128,190 ราย
ทุนจดทะเบียน 7.24 ล้านล้านบาท คิดเป็น 54.50% 32.74% และ 12.76% ของจำนวนนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ตามลำดับ
สำหรับการลงทุนของชาวต่างชาติครึ่งปีแรกปี 2569 การอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 (เฉพาะธุรกิจที่กำหนดให้ต้องขออนุญาต) เดือนมิถุนายน 2569 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจ ในประเทศไทย 112 ราย
โดยสรุปครึ่งปีแรกของปี 2569 (มกราคม-มิถุนายน) มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทยจำนวน 640 ราย เพิ่มขึ้น 138 ราย คิดเป็น 27% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 (502 ราย)
ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 (มกราคม-มิถุนายน) มีประเทศที่เข้ามาลงทุนสูงสุด 5 อันดับแรก

ทั้งนี้ การลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) ช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 (มกราคม-มิถุนายน) ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 มีจำนวน 199 ราย คิดเป็น 31% ของนักลงทุนต่างชาติในไทย เพิ่มขึ้น 41 ราย คิดเป็น 26% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 (158 ราย)
ขณะที่ มูลค่าการลงทุนในพื้นที่ EEC จำนวน 83,779 ล้านบาท คิดเป็น 45% ของเงินลงทุนทั้งหมด โดยเป็นนักลงทุนจากประเทศจีน


