×

จุลพันธ์เผย ครม. เคาะสูตร CARE ปรับสูตรบำนาญชราภาพ ยึดฐานรายได้ตลอดชีวิตทำงาน ครอบคลุมผู้ประกันตน 6-8 แสนคน

โดย THE STANDARD TEAM
14.07.2026
  • LOADING...
จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน แถลงข่าว

วันนี้ (14 กรกฎาคม) จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงแรงงาน เสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม จำนวน 2 เรื่อง ประกอบด้วย

 

  • เรื่องการต่ออายุใบอนุญาตทำงานให้กับคนต่างด้าวสัญชาติลาว เมียนมา และเวียดนาม ตามมติ ครม. เดิม เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ที่การดำเนินการในเรื่องของการลงทะเบียนต่างๆ ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ จึงได้ขยายระยะเวลาต่อไปอีก 1 ปี ไปจนถึงวันที่ 1 ธันวาคม ปี 2570 โดยการขยายกรอบก็เพื่อให้กระบวนการในการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างชาติทั้ง 3 ประเทศครบถ้วน และไม่ให้ใครหลุดออกไปเป็นแรงงานนอกระบบ

 

ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรีก็ได้สั่งการเพิ่มเติม ว่า ยังมีแรงงานอื่นๆ ในประเทศที่ยังคงค้างอยู่ จึงได้ให้ทางกระทรวงแรงงานเร่งรัดดำเนินการส่งเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป เพื่อดำเนินการในกลุ่มดังกล่าวให้แล้วเสร็จ

 

  • กระทรวงแรงงานได้ส่งร่างกฎกระทรวงการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพรูปแบบใหม่ เข้ามายังที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบ โดยเปลี่ยนการคิดคำนวณบำนาญชราภาพจากสูตรเก่าที่ใช้ระยะเวลา 5 ปีท้ายเป็นฐานคำนวณโดยเฉลี่ย ปรับเปลี่ยนมาเป็นระบบใหม่ที่ใช้การคำนวณโดยเฉลี่ยทุกเดือนของการส่งตลอดช่วงอายุการทำงาน หรือที่เรียกว่า สูตร CARE

 

จุลพันธ์ กล่าวว่า สำหรับขั้นตอนต่อไปจะส่งไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อตรวจสอบร่างให้ครบถ้วน จากนั้น เมื่อคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจสอบเสร็จสิ้น ทางกระทรวงแรงงานก็จะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ซึ่งคาดว่าน่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 8-10 เดือน ถึงจะแล้วเสร็จ โดยเฉพาะกระบวนการพัฒนาระบบ เพื่อให้รองรับกับการคำนวณรูปแบบใหม่ โดยไม่จำเป็นต้องเข้า ครม. อีกครั้ง

 

ทั้งนี้ จุลพันธ์ ยืนยันว่า การคิดคำนวณชุดแบบใหม่จะเกิดความเป็นธรรมต่อผู้ประกันตนทุกคน หมายความว่า ทุกเม็ดเงินที่ส่งเข้าสู่สำนักงานประกันสังคมจะไม่ทำให้ผู้ประกันตนถูกลดเงินบำนาญ เช่น ในกรณีที่เคยเป็นพนักงานประจำตามมาตรา 33 และออกไปเป็นมาตรา 39 ก่อนจะกลับเข้ามาเป็น พนักงานประจำใหม่ ที่ผ่านมาการคิดคำนวณไม่สะท้อนการส่งจริง แต่การคิดคำนวณแบบใหม่จะเป็นการสะสม เพราะฉะนั้นคนที่ส่งเงินประกันสังคมเข้ามาก็จะทำให้เงินชราภาพเพิ่มขึ้นจึงเป็นสูตรที่เป็นธรรม

 

“การคิดคำนวณที่ผ่านมาไม่สะท้อนการส่ง เราถึงมีการปรับเปลี่ยนใหม่ ซึ่งสูตรนี้สอดคล้องกับการคิดคำนวณหลายๆ ประเทศ โดยเฉพาะแถบยุโรปในกลุ่ม OECD ซึ่งการคิดคำนวณแบบนี้ จะเป็นการสะสม ไม่ว่าจะอยู่งานประเภทไหน ทุกครั้งที่ส่งเข้าไปจะทำให้บำนาญชราภาพของท่านเพิ่มมากขึ้น” จุลพันธ์ กล่าว

 

นอกจากนี้ จุลพันธ์ กล่าวอีกว่า จะมีการเยียวยาให้กับผู้ที่รับผลกระทบสำหรับผู้ที่เกษียณไปแล้วและรับเงินบำนาญอยู่ในขณะนี้ โดยจะคิดคำนวณทั้งสองแบบเพื่อดูว่า แบบไหนที่ให้ผลประโยชน์กับผู้ประกันตนมากกว่าก็จะได้รับสิทธิแบบนั้น

 

ส่วนกลุ่มคนที่กำลังจะเกษียณอายุในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้าก็จะมีการเยียวยา โดยปีที่ 1 จะชดเชยส่วนต่างให้ 100% จนถึงปีที่ 5 จะชดเชยส่วนต่างให้ 20%

 

จุลพันธ์ย้ำว่า การคำนวณแบบนี้จะเป็นกลไกที่จะเดินหน้าเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ประกันตนและสร้างความมั่นคงยั่งยืนให้กับกองทุนประกันสังคมด้วย ซึ่งโครงการนี้จะมีผู้ได้รับประโยชน์ประมาณ 600,000-800,000 คน จะได้รับเงินสมทบเฉลี่ยลดหลั่นกันไปตามระยะเวลาที่จ่ายเงินเข้ากองทุนประกันสังคม

 

ส่วนเงินสมทบจากภาครัฐที่ส่งเข้ากองทุนประกันสังคมนั้น จุลพันธ์ยอมรับว่า ยังคงมีค้างอยู่ โดยหากย้อนกลับไปเมื่อปี 58-59 รัฐค้างจ่ายประมาณ 1 แสนล้านบาท และรัฐบาลชุดต่อๆ มาทยอยชำระคืน และตัวเลขลดลงมาต่อเนื่อง และคาดว่าสิ้นปีงบประมาณ 69 น่าจะค้างจ่ายอยู่ที่ประมาณ 35,000 ล้านบาท และจะพยายามชำระคืนให้ครบถ้วน แต่ด้วยข้อจำกัดงบประมาณ ในปี 70 จึงมีการตั้งชำระคืนประมาณ 7,000 ล้านบาท และทางกระทรวงแรงงานหารือกับสำนักงบประมาณว่า จะดำเนินการคืนเงินคงค้างที่เหลือให้แล้วเสร็จในปี 74

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising