×

เจาะข้อเท็จจริงโครงการรถขยะ EV 6 พันล้าน สางปมสภา กทม. ตัดงบ และผลกระทบต่อการจัดการเมือง

โดย THE STANDARD TEAM
17.09.2026
  • LOADING...
ภาพรถเก็บขนมูลฝอยพลังงานไฟฟ้า (EV) ของกรุงเทพมหานคร

สืบเนื่องจากกรณีที่สภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) มีมติปรับลดงบประมาณโครงการเช่ารถเก็บขนมูลฝอยพลังงานไฟฟ้า (EV) ออกทั้งหมด โดยมีการตั้งข้อสังเกตจากสมาชิกสภาฯ บางรายเกี่ยวกับประเด็นการกำหนดคุณลักษณะเฉพาะ (ล็อกสเปก) ในร่างขอบเขตของงาน (TOR) จนนำมาสู่การชี้แจงของ พรพรหม วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา ว่ากระบวนการดังกล่าวยังเป็นเพียงขั้นตอนการสืบราคาเพื่อกำหนดกรอบวงเงินงบประมาณ ไม่ใช่ TOR ฉบับจริง และหากโครงการถูกระงับ กรุงเทพมหานครอาจสูญเสียโอกาสสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่เมืองพลังงานสะอาดและพลาดโอกาสประหยัดงบประมาณกว่า 4 พันล้านบาท

 

เพื่อขยายผลและตรวจสอบข้อเท็จจริงของโครงการนี้ ทีมข่าวได้รวบรวมข้อมูลรายละเอียดโครงการจากเอกสารข้อมูลพื้นฐานของกรุงเทพมหานคร เพื่อนำเสนอโครงสร้างงบประมาณ ความคุ้มค่า ข้อครหาด้านความโปร่งใส และผลกระทบเชิงระบบที่อาจเกิดขึ้น

 

โครงการที่ถูกตั้งข้อสังเกตนี้ คือโครงการขอจัดสรรงบประมาณปี 2568 และขอผูกพันงบใหม่ในปี 2570 สำหรับการเช่ารถเก็บขนมูลฝอยไฟฟ้า จำนวน 3 โครงการ รวม 1,347 คัน เพื่อทดแทนรถเก็บขนมูลฝอยเครื่องยนต์สันดาปที่จะสิ้นสุดสัญญาระหว่างปี 2568-2570 วงเงินงบประมาณรวม 6,038,582,000 บาท (สัญญา 5 ปี) แบ่งเป็น:

 

  • รถไฟฟ้าแบบอัด ขนาด 5 ตัน จำนวน 874 คัน วงเงินงบประมาณ 4,125,463,540 บาท
  • รถไฟฟ้าแบบอัด ขนาด 2 ตัน จำนวน 399 คัน วงเงินงบประมาณ 1,595,577,060 บาท
  • รถไฟฟ้าแบบยกภาชนะขนาด 8 ลูกบาศก์เมตร จำนวน 74 คัน วงเงินงบประมาณ 317,541,400 บาท

 

ข้อมูลการประเมินความคุ้มค่าระบุว่า อัตราค่าเช่ารถไฟฟ้าทั้ง 3 รายการ มีราคาต่ำกว่าค่าเช่ารถดีเซลเดิมเมื่อปี 2563 ประมาณร้อยละ 7-10 ประเด็นสำคัญคือค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ซึ่งหากคำนวณระยะทางวิ่งเฉลี่ย 200 กิโลเมตรต่อวัน ตลอดสัญญา 5 ปี รถดีเซลจะมีค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน 8,756,627,400 บาท (คำนวณจากราคาดีเซล 39 บาท/ลิตร) ขณะที่รถไฟฟ้าจะมีค่าใช้จ่ายพลังงาน 4,011,904,800 บาท (คำนวณจากราคาไฟฟ้า 6 บาท/kWh)

 

ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า โครงการนี้สามารถลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานลงได้ 4,744,722,600 บาท หรือต่ำกว่ารถดีเซลร้อยละ 54 ซึ่งมูลค่าการประหยัดพลังงานนี้คิดเป็นร้อยละ 79 ของวงเงินงบประมาณโครงการทั้งหมด แตกต่างจากข้อมูลการเช่ารถในอดีต (ปี 2545-2563) ที่กรุงเทพมหานครเคยใช้งบประมาณเช่ารถรวม 21,974,978,103 บาท จากผู้ประกอบการเพียง 3 ราย

 

ต่อประเด็นความกังวลเรื่องความโปร่งใสที่สภากรุงเทพมหานครตั้งข้อสังเกต ข้อมูลระบุว่า คณะรัฐมนตรีได้รับทราบข้อเสนอแนะเพื่อป้องกันการทุจริตในโครงการนี้ของ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2567 ทางกรุงเทพมหานครจึงได้ตั้งคณะกรรมการกำกับติดตามฯ ขึ้นมาดูแล และมีการประชุมร่วมกับผู้แทนกระทรวงการคลัง กระทรวงคมนาคม กระทรวงพลังงาน กระทรวงอุตสาหกรรม และสำนักงบประมาณ จำนวน 6 ครั้ง (ระหว่างเดือน ม.ค. ถึง ก.ค. 2568)

 

นอกจากนี้ คณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต (ค.ป.ท.) ได้คัดเลือกโครงการนี้เข้าสู่กระบวนการจัดทำข้อตกลงคุณธรรม ประจำปีงบประมาณ 2568 โดยมีผู้เชี่ยวชาญ 3 คนเข้าร่วมสังเกตการณ์ตั้งแต่ขั้นตอนการพิจารณาขอบเขตงาน (TOR) ซึ่งกรุงเทพมหานครได้ปฏิบัติตามข้อเสนอแนะและส่งสรุปความเห็นให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแล้ว

 

คณะอนุกรรมการยังได้ชี้แจงประเด็นข้อสงสัยต่างๆ เพิ่มเติม เช่น ข้อกังวลเรื่องการกำหนดขนาดแบตเตอรี่ที่ต่ำเกินไป ได้รับการชี้แจงว่าเป็นการกำหนดขั้นต่ำ เพื่อให้ผู้เสนอราคาเสนอความจุที่เหมาะสมกับการใช้งานจริงและต้องผ่านการทดสอบ ส่วนการกำหนดให้ต้องทดสอบรถก่อนหาตัวผู้รับจ้างนั้น เป็นไปเพื่อเปิดกว้างการแข่งขันและพิสูจน์ว่าใช้งานได้จริงตาม TOR ก่อนส่งมอบ

 

ในด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนจากรถสันดาปเป็นรถไฟฟ้า (ระยะทาง 200 กม./วัน ตลอด 5 ปี) คาดว่าจะช่วยลดการปล่อย PM2.5 ได้ 188,231 กิโลกรัม ลดก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ 24,857 กิโลกรัม ลดก๊าซไฮโดรคาร์บอน 1,222,812 กิโลกรัม และลดก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน 3,137,175 กิโลกรัม พร้อมกันนี้ยังมีการระบุมาตรการเพิ่มเติม เช่น การติดตั้งระบบเซ็นเซอร์ชั่งน้ำหนัก (load cell) เครื่องตรวจวัดกลิ่น (e-nose) และระบบบริหารจัดการยานพาหนะ (Fleet Management Control Dashboard)

 

ด้านโครงสร้างพื้นฐานรองรับ กรุงเทพมหานครได้ทำ MOU กับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ติดตั้งอุปกรณ์ชาร์จเร็วที่ศูนย์กำจัดมูลฝอย 3 แห่ง และสถานที่อื่นๆ พร้อมระบุว่าสามารถใช้บริการสถานีชาร์จของ กฟน. 88 แห่งทั่วกรุงเทพฯ ได้ตามเวลาที่กำหนด

 

สำหรับเหตุผลที่ไม่มีการจ้างเหมา (Outsource) ทั้งรถและพนักงานพร้อมกัน ข้อมูลระบุว่า ปัจจุบันกรุงเทพมหานครมีบุคลากรในระบบจำนวนมาก ประกอบด้วยพนักงานขับรถ 2,639 อัตรา พนักงานเก็บขนมูลฝอย 7,528 อัตรา และพนักงานกวาด 9,150 อัตรา การแยกเช่าเฉพาะรถจึงช่วยลดความเสี่ยงในการบริหารจัดการ หากเกิดกรณีฉุกเฉินหน่วยงานยังมีรถเพื่อบริหารจัดการได้เอง และสามารถทยอยปรับโครงสร้างบุคลากรได้ตามความเหมาะสม

 

การปรับเปลี่ยนมาใช้รถขยะ EV ของกรุงเทพมหานคร เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี (24 ส.ค. 2564 และ 16 ต.ค. 2566) ที่กำหนดให้ส่วนราชการจัดซื้อจัดจ้างรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้แทนรถเดิม โดยเน้นย้ำให้หน่วยงานในกรุงเทพฯ ถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ปัจจุบัน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในหลายจังหวัดได้นำรถขยะ EV มาใช้แล้วอย่างแพร่หลาย เช่น ชลบุรี ภูเก็ต เชียงใหม่ นครราชสีมา สงขลา นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และนครปฐม

 

ปัจจุบัน กรุงเทพมหานครมีรถเก็บขนมูลฝอยรวม 1,715 คัน (รถจัดซื้อเดิม 266 คัน และรถเช่า 1,449 คัน) การตัดงบประมาณของสภากรุงเทพมหานครในครั้งนี้ นอกเหนือจากการสูญเสียโอกาสในการประหยัดค่าพลังงานตามที่รองผู้ว่าฯ กทม. ประเมินไว้

 

ข้อมูลยังระบุถึงผลกระทบเชิงวิกฤตว่า หากโครงการไม่ได้รับอนุมัติงบประมาณ จะทำให้ไม่สามารถเริ่มกระบวนการจัดหารถขยะ EV ได้ ส่งผลให้หน่วยงานจำเป็นต้องจ้างรถขยะระบบดีเซลเดิมต่อไปอีกอย่างน้อย 2 ปี ซึ่งเป็นรถเก่าที่มีอายุการใช้งาน 5-7 ปี ทำให้กรุงเทพมหานครยังคงต้องเผชิญกับปัญหามลภาวะและภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระดับสูงต่อไปตามเดิม

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising