×

ผู้ว่าฯ กทม. สั่งตรวจเชิงรุกสถานประกอบการทั่วกรุง ตั้งกรรมการสอบเจ้าหน้าที่ เตรียมหารือรัฐรื้อกฎหมายโซนนิ่งสถานบริการ ไม่ตอบโจทย์เมืองขยายตัว

โดย THE STANDARD TEAM
14.07.2026
  • LOADING...
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

วันนี้ (14 กรกฎาคม) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนภายหลังการเป็นประธานการประชุมหัวหน้าหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 7/2569 โดยเน้นย้ำถึงมาตรการยกระดับความปลอดภัยในสถานประกอบการทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานคร ภายหลังเกิดโศกนาฏกรรมเพลิงไหม้ร้านอาหารกึ่งสถานบันเทิงในย่านลาดพร้าว พร้อมสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบเชิงรุกและบังคับใช้มาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงสุดกับสถานบันเทิงทุกรูปแบบ แม้จะตั้งอยู่นอกพื้นที่ควบคุม (Zoning) ก็ตาม

 

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้สรุปยอดความสูญเสียจากเหตุการณ์เพลิงไหม้ย่านลาดพร้าว ล่าสุดพบผู้เสียชีวิตรวม 30 ราย (อยู่ระหว่างการพิสูจน์อัตลักษณ์ 3 ราย) และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 76 ราย ซึ่งแพทย์ได้อนุญาตให้ผู้ป่วยกลุ่มอาการเล็กน้อยกลับบ้านได้แล้ว 36 ราย

 

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบสาเหตุที่ทำให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว พบอุปสรรคสำคัญ

 

  • การใช้วัสดุตกแต่งที่เป็นอันตราย: มีการประดับตกแต่งสถานที่ด้วยดอกไม้พลาสติกและโฟมซับเสียง ซึ่งกฎหมายควบคุมร้านอาหาร ไม่ได้มีข้อกำหนดครอบคลุมถึงการใช้วัสดุลามไฟในลักษณะเดียวกับกฎหมายควบคุมสถานบริการ
  • สิ่งกีดขวางเส้นทางหนีไฟ: ประตูทางออกฉุกเฉินมีการล็อกกลอนด้านบน และบริเวณเส้นทางออกฝั่งห้องครัวมีสิ่งกีดขวาง อาทิ กล่องเครื่องดื่มและตู้เย็น
  • ช่องโหว่การจดทะเบียนสถานประกอบการ: อาคารเกิดเหตุไม่ได้เข้าข่ายเป็นสถานบริการ แต่จดทะเบียนในรูปแบบร้านอาหารและสถานที่เก็บวัตถุอันตราย ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติพบว่าผ่านการประเมินในเดือนธันวาคม 2568 และเมษายน 2569 โดยคาดว่าอาจมีการจัดเตรียมสถานที่ให้สมบูรณ์ก่อนเจ้าหน้าที่เข้าตรวจ ทำให้รอดพ้นจากการถูกสั่งปิดกิจการ

 

ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครได้มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง เพื่อตรวจสอบการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ว่ามีข้อบกพร่อง ละหลวม หรือมีระเบียบข้อบังคับใดที่จำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงแก้ไขโดยด่วน

 

เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย ชัชชาติ ได้มอบนโยบายให้ทุกสำนักงานเขตดำเนินการตรวจสอบสถานประกอบการเชิงรุกอย่างเข้มงวด

 

  • ปรับเกณฑ์ประเมินให้เข้มงวดขึ้น: ให้นำมาตรฐานความปลอดภัยของสถานบริการ (เช่น ระบบสปริงเกอร์ ทางหนีไฟ และการใช้วัสดุลามไฟ) มาประยุกต์ใช้เป็นเกณฑ์ตรวจสอบร้านอาหารที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ
  • สุ่มตรวจนอกเวลาโดยไม่แจ้งล่วงหน้า: สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สุ่มตรวจในเวลาทำการจริง เพื่อทดสอบระบบความปลอดภัยขณะมีผู้ใช้บริการหนาแน่น เช่น การทดสอบระบบไฟฉุกเฉินเมื่อเกิดเหตุตัดไฟ และตรวจสอบสิ่งกีดขวางบริเวณทางเดิน
  • บูรณาการกฎหมายฉบับอื่นเข้าบังคับใช้: มอบหมายให้ นางสาวทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รวบรวมอำนาจตามกฎหมายอื่นที่กรุงเทพมหานครมีอำนาจบังคับใช้ เช่น พระราชบัญญัติการสาธารณสุข หรือกฎหมายด้านอาชีวอนามัย มาประยุกต์ใช้เพื่อสั่งการให้ผู้ประกอบการปรับปรุงความปลอดภัย หากพบร้านที่มีความเสี่ยงอันตรายสูง จะต้องหาช่องทางกฎหมายเพื่อสั่งปิดกิจการทันที
  • ประสานงานเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างใกล้ชิด: ให้ทุกสำนักงานเขตจัดทำบัญชีรายชื่อร้านอาหารหรือร้านกึ่งสถานบริการที่ฝ่าฝืนเปิดให้บริการหรือจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินเวลาที่กฎหมายกำหนด เพื่อส่งให้ปลัดกรุงเทพมหานครรวบรวมและส่งต่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการจับกุม โดยต้องรายงานและปรับปรุงข้อมูลพื้นที่เสี่ยงทุก ๆ 1 เดือน

 

ชัชชาติ ยังได้กล่าวถึงปัญหาของการกำหนดพื้นที่ควบคุม (Zoning) สถานบริการ ซึ่งปัจจุบันมีเพียง 3 แห่ง ได้แก่ พัฒน์พงษ์, RCA และรัชดาภิเษก ว่าเป็นกฎหมายที่ล้าสมัยและไม่สอดคล้องกับการขยายตัวของเมือง ส่งผลให้ค่าเช่าที่ดินในโซนดังกล่าวมีราคาสูง ผู้ประกอบการจึงเลี่ยงไปเปิดกิจการนอกเขตโซนนิ่งและจดทะเบียนเป็นร้านอาหารแทน ทำให้มาตรฐานความปลอดภัยถูกละเลย

 

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครระบุว่า ได้หารือด้วยวาจากับนายกรัฐมนตรีแล้ว เพื่อเตรียมประสานงานกับกระทรวงมหาดไทยในการทบทวนรูปแบบโซนนิ่งใหม่ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความยืดหยุ่นในการจัดระเบียบ เน้นการป้องกันเหตุเดือดร้อนรำคาญ และบังคับให้สถานบริการทุกแห่งต้องมีความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล ซึ่งอาจปรับเปลี่ยนรูปแบบเป็นการออกประกาศข้อบัญญัติที่สามารถทบทวนพื้นที่อนุญาตได้ทุกปี เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพสังคมและบริบทของเมืองที่เปลี่ยนแปลงไป

 

สำหรับกรณีการช่วยเหลือผู้ประสบภัย กรุงเทพมหานครได้รับรายงานว่าผู้บาดเจ็บบางรายถูกสถานพยาบาลเอกชนเรียกเก็บค่ารักษาพยาบาลในราคาสูงถึง 200,000 บาท รวมถึงปัญหาการจัดการร่างผู้เสียชีวิต ในการนี้ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้มอบหมายให้ผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง บูรณาการร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เข้าไปติดตามดูแล อำนวยความสะดวก และเร่งให้การช่วยเหลือเยียวยาแก่ผู้ได้รับผลกระทบทุกรายอย่างเร่งด่วนที่สุด

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising