×

ปชน. จัดกิจกรรม ‘Hack งบ 70’ จับตาเงินนอกงบประมาณรวมกว่า 10 ล้านล้าน ‘เท้ง-ไหม’ ตั้งข้อสังเกตเงินกู้ 2 แสนล้านส่อล็อกสเปก-เอื้อเอกชน

โดย THE STANDARD TEAM
11.07.2026
  • LOADING...
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และ รักชนก ศรีนอก ในกิจกรรม ‘Hack งบ 70’ ที่รัฐสภา

วันนี้ (11 กรกฎาคม) ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ที่มี รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธาน กมธ. จัดกิจกรรม ‘Hack งบ 70’ โดยมี ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวเปิดกิจกรรมโดยชี้ให้เห็นถึงปัญหาเชิงโครงสร้างที่เรื้อรังของระบบงบประมาณไทย เช่น งบสัมมนา และงบเดินทางต่างประเทศของหน่วยงานต่างๆ พร้อมทั้งเสนอแนวคิดและหน้าตาของงบประมาณในอนาคตที่ควรจะทำแก้ปัญหาดังกล่าว

 

 
 

ณัฐพงษ์ระบุว่า ปัจจุบันเรามีข้อมูลที่พร้อมมากขึ้นและใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยตรวจสอบงบประมาณปี 2570 ซึ่งสัดส่วนงบลงทุนจริงมีเพียง 13% เท่านั้น แต่กลับมีการพยายามบิดเบือนดึงรายจ่ายบางส่วนไปใส่ในเงินอุดหนุนเพื่อให้ถูกตามกฎหมายที่กำหนดให้มีสัดส่วนรายจ่ายลงทุนไม่ต่ำกว่า 20% เช่น โครงการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต ที่รัฐบาลพยายามตีความให้เข้าเกณฑ์ขั้นต่ำของงบลงทุน ทั้งที่เป็นนโยบายระยะสั้นที่มุ่งเน้นคะแนนนิยมเฉพาะหน้า ไม่ใช่นโยบายเพื่ออนาคตประเทศ

ดูภาพข่าว 

“เราเรียกร้องเรื่องนี้มาโดยตลอดว่า ควรจะมีนิยามที่ชัดเจนว่า รายจ่ายลงทุนที่แท้จริงคืออะไร ไม่งั้นจะเปิดช่องให้รัฐบาลแต่ละยุค แต่ละสมัย พลิกไปพลิกมา จริงๆ เราไม่ได้เอางบประมาณภาษีของทุกคนไปลงทุนกับงบประเทศ แต่เอาไปแจก แล้วพยายามที่จะตีความบิดเบือนให้เข้ากรอบรายจ่ายลงทุน” ณัฐพงษ์ กล่าว

 

นอกจากนี้ ปัญหางบประมาณของไทยยังสะท้อนความเหลื่อมล้ำและไร้ประสิทธิภาพในการจัดเก็บรายได้ โดยงบประมาณส่วนใหญ่หมดไปกับรายจ่ายประจำและงบบุคลากรที่ส่วนกลาง ทำให้เหลือพื้นที่เงินไปใช้พัฒนาประเทศน้อยมาก อีกทั้งการกระจายงบยังกระจุกตัวอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งได้งบเฉลี่ยสูงถึง 22,493 บาทต่อคน ขณะที่ภาคอีสานได้เพียง 5,517 บาทต่อคน

 

งบผูกพันลากยาวไปถึงปี 2609

 

ณัฐพงษ์กล่าวอีกว่า ตัวเลขจีดีพีกับภาษีที่จัดเก็บได้จริงกลับสวนทางกัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีรูรั่วในการจัดเก็บรายได้ หากปล่อยให้หนี้สินพุ่งสูงแต่รายได้รัฐไม่โตตาม อย่างไรประเทศก็ไปต่อไม่ได้และเสี่ยงที่จะเจ๊งในที่สุด

 

นอกจากนี้ ยังมีงบผูกพัน ซึ่งในช่วงที่ตนเข้ามาเป็น สส.ครั้งแรก พบว่างบผูกพันแบบระยะยาวที่ลากไปจนถึง พ.ศ.2609 ส่วนงบประมาณปี 2570 กระจุกอยู่ที่ใครบ้างนั้น เราจะต้องดูรูปแบบการใช้เงิน ซึ่งแบ่งเป็น 3 กลุ่มได้แก่ 1. จ่ายเงินเดือนบุคลากรภาครัฐ 2. พวกลงทุนก่อสร้าง และ 3. พวกส่งต่อและเงินอุดหนุน

 

ณัฐพงษ์กล่าวว่า พรรคประชาชนจึงเตรียมเสนอกฎหมายหลายฉบับ เช่น พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ หรือกฎหมายปฏิรูปงบประมาณ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง และ พ.ร.บ.ยกระดับการทำงานของสำนักงบประมาณรัฐสภา เพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่การทำงบประมาณแบบฐานศูนย์ (Zero-Based Budgeting) ที่ไม่ใช่แค่การหยิบงบเดิมมาบวกเพิ่ม พร้อมเรียกร้องให้เปิดเผยคำของบประมาณของทุกหน่วยงาน เพื่อให้สาธารณชนสามารถตรวจสอบได้ว่าสำนักงบประมาณเลือกตัดหรือเพิ่มงบตัวไหน และช่วยลดปัญหางบกระจุกตัวในบางพื้นที่ลงได้

 

ณัฐพงษ์กล่าวทิ้งท้ายว่า การปฏิรูปครั้งนี้จะเปลี่ยนวิธีคิดในการจัดสรรงบประมาณแผ่นดินใหม่ โดยจะไม่พูดถึงแค่ฝั่งรายจ่ายเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมองฝั่งรายได้ควบคู่ไปด้วย หากรัฐบาลจัดเก็บรายได้ต่ำกว่าเป้า หรือทำโครงการใดๆ ที่ส่งผลให้รัฐต้องสูญเสียรายได้ จะต้องกลับมารายงานต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ภาคประชาชนและสังคมสามารถร่วมกันตรวจสอบความโปร่งใสได้อย่างแท้จริง

 

‘รักชนก’ เผย 4 กระทรวงกั๊กคำของบปี 70

 

ด้าน รักชนก ระบุว่า ทุกหน่วยงานต้องทำ ‘คำของบประมาณ’ ซึ่งมีมูลค่ามากกว่างบที่ได้รับจริงถึง 2 เท่า แต่จากการประสานงานพบว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกระตือรือร้นส่งข้อมูลมาให้เพราะต้องการฟ้องว่าถูกสำนักงบประมาณตัดงบ

 

ในทางกลับกัน ฝ่ายกระทรวงกลับหวงข้อมูลนี้มาก ไม่อยากให้เห็นรายละเอียดข้างใน โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, กระทรวงพลังงาน และกระทรวงสาธารณสุข ที่ไม่ส่งข้อมูลให้เลย ส่วนกระทรวงกลาโหมและกระทรวงต่างประเทศส่งมาน้อยมาก

 

ขณะที่ กระทรวงแรงงานและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่งมาแล้วแต่ขอถอนกลับ ซึ่งเมื่อไปดูรายละเอียดของบางพื้นที่ เช่น เทศบาลนครหาดใหญ่ กลับพบคำขอแปลกๆ อย่างงบเจ็ทสกี 8 ล้านบาท จึงต้องย้ำว่าการจะเปลี่ยนแปลงประเทศให้ดีขึ้นอยู่ในมือของทุกคนที่ต้องช่วยกันกดดันรัฐบาล ดังเช่นหลายโครงการที่ยอมถอยเมื่อถูกสังคมจับตา และท้ายที่สุดประชาชนยังมีอำนาจลงโทษผ่านการเลือกตั้งในอีก 3 ปีข้างหน้า

 

รักชนก ยังกล่าวอีกว่า ระบบงบประมาณในอุดมคติที่ควรจะเป็น คือระบบที่สามารถป้องกันการทุจริตคอร์รัปชันได้ตั้งแต่ต้นทาง ผ่านการเปิดเผยข้อมูลให้สาธารณชนเข้าถึงได้อย่างโปร่งใสและเท่าเทียม เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบได้ว่าเงินภาษีถูกนำไปใช้ทำอะไรบ้าง

 

ชวนจับตาเงินนอกงบประมาณกว่า 10 ล้านล้านบาท

 

ต่อมา รักชนก ให้สัมภาษณ์ว่า ตนไม่ได้คาดหวังให้ประชาชนสามารถดูงบเป็นได้ภายในวันเดียว แต่อยากให้ประชาชนเข้ามาช่วยดูโดยเฉพาะงบประมาณผูกพันและเงินนอกงบประมาณ เพื่อให้ประชาชนเห็นภาพรวมว่างบประมาณไม่ได้มีแค่ 4 ล้านล้านบาท แต่มีรวมกันเกือบ 10 ล้านล้านบาท

 

นอกจากนี้ จะมีการจับตาดูงบประมาณ 7 แสนล้านบาท ด้วยว่าจะมีโครงการแปลกๆ หรือมีข้อสังเกตว่าอะไรควรนำไปตัดบ้าง โดยเฉพาะเงินนอกงบประมาณจากกองทุนต่างๆ เช่น โครงการ TH-AI Passport ที่ใช้จากกองทุนของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และในอนาคตจะมีเงินจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานที่รัฐบาลอ้างการเปลี่ยนผ่านพลังงานต่างๆ เพื่อนำงบประมาณส่วนนี้มาใช้ในรูปแบบเดิมๆ ซึ่งสิ่งต้องจับตาเป็นพิเศษคือเงินกู้ 2 แสนล้านบาทในส่วนของการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่ ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ตั้งข้อสังเกตไว้

 

ด้าน ศิริกัญญา กล่าวเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ประชาชนส่วนมากให้ความสนใจว่าจะทำอย่างไรให้รายจ่ายประจำในงบประมาณปี 70 ลดลงทั้งเงินเดือนบุคลากรและสวัสดิการต่างๆ จึงคาดหวังว่า วันนี้จะได้รับความเห็นดีๆ เพื่อนำไปเสนอรัฐบาล เพราะถ้าไม่ได้ออกมาพูด หรือออกมาตั้งข้อสังเกต งบประมาณดังกล่าวก็จะผ่านและเข้าสู่กระบวนการกลั่นกรองและกู้มาใช้

 

ศิริกัญญา กล่าวว่า การชิงด่วนยกเลิกโดยที่ไม่มีคำอธิบายใดๆ ทำให้ข้อสันนิษฐานส่วนตัวที่ว่ามีการยัดไส้ล็อกสเปคก็น่าจะมีความเป็นจริง นอกจากนี้ยังมีความกังวลว่าอาจมีเอกชนที่แต่งตัวมาเพื่อรับงานเหล่านี้หวังในส่วนแบ่งเงินกู้ 2 แสนล้านบาท ซึ่งไม่มีการการันตีว่าภายใน 1 ปี เราจะเปลี่ยนผ่านไปเป็นประเทศที่ใช้พลังงานสะอาดในสัดส่วนที่สูงขึ้น เพราะไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้วตั้งแต่ต้น และตอนนี้กลายเป็นโครงการเบี้ยหัวแตกที่ขึ้นชื่อว่าประหยัดพลังงานไฟฟ้าตามปกติก็ถือว่าเป็นการเปลี่ยนผ่านพลังงาน

 

“เราผิดพลาดไปแล้ว ในการที่กู้ 2 แสนล้านบาทนี้มาโดยที่ไม่มีเป้าหมายว่าจะเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างไร อย่าให้มันต้องหมดเปลืองไปกับการทุจริตคอร์รัปชันอีกเลย ยังมีโครงการโซลาร์รูฟท็อปกับหน่วยราชการทั่วประเทศ ถ้ามีบริษัทใดบริษัทหนึ่ง แต่งตัวมารับงานนี้โดยเฉพาะก็น่าจะได้รับประโยชน์จากโครงการนี้เต็มๆ หลายหมื่นล้าน ยังไม่ต้องพูดถึงโครงการอื่นๆ อีก เพราะโครงการส่วนใหญ่เป็นโครงการซื้อของ ไม่ได้เป็นการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่” ศิริกัญญา กล่าว

 

ขณะที่ ณัฐพงษ์กล่าวว่า เราต้องทำหน้าที่ตรวจสอบว่าการที่ ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาบอกว่าปีนี้รัฐบาลมีความตั้งใจในการลงมือผ่าตัดงบประมาณในปีนี้เป็นปีแรก มีความตั้งใจจริงให้เป็นผลสำเร็จไม่ใช่แค่การพูด

 

เช่น กรณีที่ ศิริกัญญาโพสต์ไปเมื่อวานนี้เกี่ยวกับแผนงานการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ใช้งบประมาณจากการกู้เงิน 4 แสนล้านบาท และในวันต่อมามีการประกาศยกเลิก หากศิริกัญญาไม่ได้โพสต์ออกมาจะมีการทำหนังสือเวียนให้ยกเลิกหรือไม่ จึงอยากให้ทุกคนช่วยกันจับตาดูข้อพิรุธในงบรายจ่ายประจำปีแล้วส่งเสียงสะท้อนออกไป และเพื่อเป็นการแสดงความจริงใจขอให้รัฐบาลผ่านร่าง พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ ที่พรรคประชาชนเป็นผู้เสนอ ซึ่งจะเข้าที่ประชุมสภาในสมัยหน้า

 

ณัฐพงษ์กล่าวอีกว่า เราก็พยายามร่าง พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างออกมาใหม่ด้วย เพื่อให้ครอบคลุมรายจ่ายของหน่วยงานรัฐทั้งหมด ตลอดจนการจัดซื้อจัดจ้างเป็นไปอย่างมียุทธศาสตร์ และสามารถป้องกันการทุจริตคอร์รัปชันได้

 

 

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และ รักชนก ศรีนอก ในกิจกรรม ‘Hack งบ 70’ ที่รัฐสภา 1

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และ รักชนก ศรีนอก ในกิจกรรม ‘Hack งบ 70’ ที่รัฐสภา 2

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และ รักชนก ศรีนอก ในกิจกรรม ‘Hack งบ 70’ ที่รัฐสภา 3

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และ รักชนก ศรีนอก ในกิจกรรม ‘Hack งบ 70’ ที่รัฐสภา 4

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และ รักชนก ศรีนอก ในกิจกรรม ‘Hack งบ 70’ ที่รัฐสภา 5

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และ รักชนก ศรีนอก ในกิจกรรม ‘Hack งบ 70’ ที่รัฐสภา 6

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และ รักชนก ศรีนอก ในกิจกรรม ‘Hack งบ 70’ ที่รัฐสภา 7

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และ รักชนก ศรีนอก ในกิจกรรม ‘Hack งบ 70’ ที่รัฐสภา 8

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และ รักชนก ศรีนอก ในกิจกรรม ‘Hack งบ 70’ ที่รัฐสภา 9

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising