×

กรมการปกครองสนธิกำลังเปิดปฏิบัติการ ‘ปิดฉากแรงเงา’ ฟัน 17 หมายจับเครือข่ายทุจริตสวมบัตรโรฮิงญา สั่งให้ออกจากราชการทันที

โดย THE STANDARD TEAM
04.07.2026
  • LOADING...
เจ้าหน้าที่กรมการปกครองและตำรวจแถลงข่าวปฏิบัติการปราบปรามทุจริตสวมบัตรโรฮิงญา

วันนี้ (4 กรกฎาคม) ที่ ห้องประชุม ตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง พร้อมด้วย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.), วิทยา นีติธรรม รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และ จุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ร่วมแถลงข่าวเปิดปฏิบัติการปิดฉากแรงเงา ภายใต้การนำของหน่วย DOPA N.I.C.E. เพื่อปราบปรามเครือข่ายเจ้าหน้าที่รัฐที่ทุจริตจัดทำบัตรบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียนให้แก่แรงงานต่างชาติโดยมิชอบ

 

จุดเริ่มต้นของปฏิบัติการครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้จับกุมนายหน้าค้าแรงงานเถื่อนชาวเมียนมา ซึ่งมีพฤติการณ์ลักลอบขนชาวโรฮิงญา ในความผิดฐานช่วยเหลือซ่อนเร้นคนต่างชาติให้พ้นจากการจับกุม รวมถึงคดีทำร้ายร่างกายและกักขังหน่วงเหนี่ยว

 

จากการตรวจค้นตัวผู้ต้องหา พบข้อพิรุธสำคัญคือ บุคคลดังกล่าวถือครองบัตรประจำตัวถึง 2 ใบ ได้แก่

 

  • บัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บัตรสีชมพู เลข 00)
  • บัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (บัตรสีขาว เลข 0)

 

ทางตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจึงได้ประสานส่งข้อมูลให้กรมการปกครองดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องของบัตรประจำตัวทั้ง 2 ใบดังกล่าว

 

กรมการปกครอง โดยคณะทำงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน (DOPA N.I.C.E.) ได้ตรวจสอบข้อมูลเชิงลึก พบว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐสังกัดอำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีพฤติการณ์ทุจริต โดยในช่วงปี พ.ศ. 2564 – 2565 ได้เป็นผู้จัดทำบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (บัตรสีขาว เลข 0) ให้แก่บุคคลต่างชาติจำนวนมากถึง 240 ราย

 

กรมการปกครองจึงนำข้อมูลประสานกับศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปชก.ตร.) และสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ เพื่อตรวจเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลระบบพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล พบว่ามีภาพใบหน้าและลายนิ้วมือตรงกับบุคคลต่างชาติสัญชาติเมียนมาที่มีหนังสือเดินทางอย่างน้อย 12 ราย

 

จากพยานหลักฐานที่รัดกุม กรมการปกครองได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรดอนสัก เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด นำไปสู่การอนุมัติ ออกหมายจับรวมทั้งสิ้น 17 หมายจับ ครอบคลุมทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐ นายหน้า เจ้าบ้าน และแรงงานต่างชาติชาวเมียนมา

 

สำหรับการดำเนินการขั้นเด็ดขาด มีมาตรการดังต่อไปนี้:

 

  • ด้านทะเบียนราษฎร: กรมการปกครองสั่งยกเลิก เพิกถอน และจำหน่ายรายการทางทะเบียนทั้ง 12 รายโดยทันที พร้อมออกคำสั่งระงับความเคลื่อนไหวทางทะเบียนของกลุ่มต้องสงสัยอีก 240 ราย
  • ด้านวินัยข้าราชการ: มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำความผิดออกจากราชการไว้ก่อน และตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง
  • ด้านการฟอกเงิน: สำนักงาน ปปง. จะเข้าตรวจสอบเส้นทางการเงินของเครือข่ายทั้งหมด เพื่อดำเนินการยึดทรัพย์และขุดรากถอนโคนขบวนการนี้ให้สิ้นซาก

 

นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ได้กล่าวย้ำจุดยืนอย่างหนักแน่นว่า กรมการปกครองจะเดินหน้าสอบสวนขยายผลคดีนี้อย่างต่อเนื่อง หากพบเจ้าหน้าที่ของรัฐรายใดเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง จะถูกดำเนินการขั้นเด็ดขาดทั้งทางวินัยและทางอาญา พร้อมสั่งให้ออกจากราชการทันที

 

อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า กรมการปกครองจะไม่ปกป้องคนผิด เพราะกรมทำงานเพื่อประชาชน เราจะไม่ยอมให้ผู้ใดฉวยโอกาสจากงานทะเบียนไปสร้างความเดือดร้อนหรือทำร้ายประชาชนของเราแม้แต่รายเดียว ผู้กระทำผิดทุกคนต้องได้รับโทษตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising