รังสิมันต์ โรม สส.แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีความพยายามติดสินบนไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) จำนวน 40 ล้านบาท เพื่อแลกกับการไม่ดำเนินคดีกับเว็บไซต์พนันออนไลน์ 4,000 แห่ง
รังสิมันต์เปิเผยว่า นายคิวได้นำไปเสนอแก่ไชยชนกในอัตรา 10,000 บาทต่อ 1 URL รวมเป็นเงิน 40 ล้านบาท โดยมีการนัดพบกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง แม้ไชยชนกจะปฏิเสธการรับสินบนและเข้าแจ้งความต่อตำรวจสอบสวนกลางแล้ว
อย่างไรก็ตาม ตลอดระยะเวลา 30 วันที่พนักงานสอบสวนมีโอกาสสอบปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้องรวม 3-4 ราย กลับไม่มีการออกหมายเรียกนายคิวเข้าให้ปากคำ โดยตำรวจสอบสวนกลางชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการว่า สาเหตุที่ไม่ออกหมายเรียกเนื่องจากเกรงว่านายคิวจะไม่เดินทางมาพบเจ้าหน้าที่
รังสิมันต์ยังกล่าวด้วยว่า บุคคลที่นำเรื่องสินบนไปบอกไชยชนกคือผู้ช่วย สส. พระนครศรีอยุธยา ชื่อย่อ ฉ.ฉิ่ง และ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ซึ่งขณะนั้นเป็น สส. สตูล ซึ่งรังสิมันต์ตั้งข้อสังเกตถึงสถานะการเข้ามาแจ้งเรื่องของวรศิษฎ์ ว่าเป็นการกระทำในฐานะผู้สื่อสารเพื่อเสนอสินบนหรือเพื่อแจ้งเหตุการณ์ให้ทราบ เนื่องจากวรศิษฎ์ไม่ได้ดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีใดๆ แม้เวลาจะผ่านไปกว่า 10 วัน
รังสิมันต์ชี้ว่า ประเด็นนี้ทำให้เกิดการตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้ในการสมรู้ร่วมคิด นอกจากนี้ การที่ไชยชนกปฏิเสธสินบน ไม่ได้ทำให้ความผิดของนายคิวสิ้นสุดลง เนื่องจากการเสนอเงินสินบนถือเป็นการกระทำความผิดที่สำเร็จแล้ว
“ผมเป็นห่วงว่าจะมีขบวนการร่วมกันเพื่อทำให้เรื่องนี้จบ โดยการยืมมือองค์กรที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายหรือไม่ ผมหวังว่าจะไม่เป็นแบบนั้น ท่านไชยชนกอุตส่าห์ไปแจ้งความดำเนินคดี และจำนวนเงินและเว็บไซต์มากขนาดนี้ แต่กลับไม่มีใครดำเนินการอะไรทั้งสิ้นกับนายคิว นี่คือประเด็นใหญ่ที่ท่านไชยชนกต้องตอบ” รังสิมันต์กล่าว
รังสิมันต์กล่าวอีกว่า คดีนี้สะท้อนปัญหาการทุจริตและการฟอกเงินที่เชื่อมโยงกับหน่วยงานรัฐ ตำรวจสอบสวนกลางให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับคณะกรรมาธิการว่า นายคิวเคยมีพฤติการณ์จ่ายเงินสินบนให้กับกระทรวงดีอีมาตั้งแต่ก่อนที่ไชยชนกจะเข้ารับตำแหน่ง แต่กลับไม่มีการดำเนินคดีหรือออกหมายเรียกเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานรัฐใดๆ
รังสิมันต์ระบุว่า คดีลักษณะนี้ตำรวจสอบสวนกลางควรส่งเรื่องให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบเส้นทางการเงินควบคู่ไปด้วย แต่ปัจจุบันตำรวจสอบสวนกลางระบุว่าหน่วยงานตนไม่มีอำนาจหน้าที่ในการสอบสวนคดีเว็บไซต์พนันออนไลน์ ซึ่งเป็นขอบเขตอำนาจของกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ตำรวจไซเบอร์) และเพิ่งมีการส่งมอบข้อมูลคดีให้ตำรวจไซเบอร์เมื่อวานนี้ (1 กรกฎาคม)
รังสิมันต์แสดงความกังวลว่าอาจมีขบวนการใช้กลไกขององค์กรที่มีอำนาจตามกฎหมายเพื่อทำให้คดีนี้ยุติลง โดยตั้งข้อสังเกตถึงความบกพร่องใน 2 ส่วนหลัก ได้แก่ กระบวนการสอบสวนภายในของกระทรวงดีอีที่ไม่เคยเรียกตัวนายคิวมาให้ข้อมูล ซึ่งเป็นความรับผิดชอบของไชยชนก และความบกพร่องในชั้นพนักงานสอบสวนของตำรวจ
เบื้องต้น คณะกรรมาธิการได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดร่วมประชุมเพื่อหาข้อสรุปในการแก้ปัญหาและยุติการปัดความรับผิดชอบระหว่างหน่วยงาน โดยต้องกลับมาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการภายในระยะเวลา 2 สัปดาห์ พร้อมเน้นย้ำว่าตามกระบวนการยุติธรรมปกติ หากผู้ถูกกล่าวหาไม่มาตามหมายเรียกครั้งที่ 1-3 เจ้าหน้าที่จะต้องขอศาลอนุมัติหมายจับ การละเว้นกระบวนการเหล่านี้จะต้องมีผู้รับผิดชอบตามกฎหมาย


