วันนี้ (29 มิถุนายน) ภายหลังจากการจัดการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แต่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนจนไม่สามารถเดินทางไปใช้สิทธิลงคะแนนได้ ให้เร่งดำเนินการแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง เพื่อรักษาสิทธิทางการเมืองของตนเอง
ตามกฎหมายกำหนดให้ผู้ที่ไม่ได้ไปใช้สิทธิ สามารถแจ้งเหตุได้ 2 ช่วงเวลา คือช่วงก่อนวันเลือกตั้ง 7 วัน (21-27 มิถุนายน 2569) และ ช่วงหลังวันเลือกตั้ง 7 วัน (29 มิถุนายน – 5 กรกฎาคม 2569) โดยผู้แจ้งจะต้องระบุหมายเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก พร้อมระบุรายละเอียดและเหตุผลความจำเป็นที่ทำให้ไม่สามารถไปใช้สิทธิได้
ช่องทางการแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ประชาชนสามารถเลือกช่องทางในการแจ้งเหตุได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ทั้งในรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์ ประกอบด้วย:
- การยื่นเอกสารด้วยตนเองต่อนายทะเบียนท้องถิ่น (ผู้อำนวยการเขต)
- การมอบหมายให้บุคคลอื่นไปยื่นเอกสารแทน
- การส่งเอกสารผ่านทางไปรษณีย์ลงทะเบียน
- การแจ้งผ่านเว็บไซต์กรมการปกครอง (www.bora.dopa.go.th) หรือเว็บไซต์ กกต. (www.ect.go.th)
- การแจ้งผ่านแอปพลิเคชัน Smart Vote ทางสมาร์ตโฟน
เงื่อนไขและเหตุจำเป็นที่สามารถแจ้งได้ตามกฎหมาย สำหรับเหตุผลความจำเป็นที่กฎหมายรองรับให้เป็นเหตุผลอันสมควรในการไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ มีดังต่อไปนี้:
- มีกิจธุระจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องเดินทางไปในพื้นที่ห่างไกล
- มีอาการเจ็บป่วย หรือมีปัญหาด้านสุขภาพจนไม่สามารถเดินทางไปใช้สิทธิได้
- เป็นผู้พิการ ผู้ทุพพลภาพ หรือเป็นผู้สูงอายุที่ไม่สามารถเดินทางได้
- ต้องเดินทางออกนอกราชอาณาจักรในช่วงวันเลือกตั้ง
- มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านที่ห่างจากหน่วยเลือกตั้งเกินกว่า 100 กิโลเมตร
- ได้รับคำสั่งจากทางราชการให้ไปปฏิบัติหน้าที่นอกเขตเลือกตั้ง
- มีเหตุสุดวิสัยอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด
กกต. ขอย้ำเตือนว่า หากผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ไปใช้สิทธิและเพิกเฉยต่อการแจ้งเหตุผลความจำเป็น จะส่งผลให้ถูกจำกัดสิทธิทางการเมืองที่สำคัญหลายประการ เป็นระยะเวลา 2 ปี นับตั้งแต่วันเลือกตั้ง ได้แก่ การสูญเสียสิทธิในการลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.), สมาชิกสภาท้องถิ่น, ผู้บริหารท้องถิ่น, สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ตลอดจนกำนันและผู้ใหญ่บ้าน
นอกจากนี้ ยังรวมถึงการถูกตัดสิทธิในการเข้าชื่อร้องขอให้ถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น และสิทธิในการดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับผู้บริหารท้องถิ่นบางตำแหน่ง ดังนั้น จึงขอความร่วมมือประชาชนกลุ่มดังกล่าว เร่งดำเนินการรักษาสิทธิของตนเองภายในระยะเวลาที่กำหนดอย่างเคร่งครัด


