วันนี้ (28 มิถุนายน) เมื่อเวลา 20.10 น. ที่ โครงการสเตเดียมวัน ถนนบรรทัดทอง ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนภายหลังทราบผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งปรากฏว่ามีคะแนนนำมาเป็นอันดับที่ 1 โดยชัชชาติได้กล่าวขอบคุณประชาชนสำหรับทุกคะแนนเสียงที่มอบความไว้วางใจ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสวยงามของระบอบประชาธิปไตย พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นที่จะเดินหน้ารับใช้ชาวกรุงเทพมหานครทุกคนต่อไป
ชัชชาติ ระบุว่า หากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองผลอย่างเป็นทางการ ภารกิจแรกที่จะเร่งดำเนินการคือการนำนโยบายทั้ง 260 ข้อ มาจัดทำเป็นแผนยุทธศาสตร์เพื่อจัดลำดับความสำคัญ โดยจะกำหนดแผนปฏิบัติการ 100 วันแรกอย่างชัดเจน ซึ่งจะมุ่งเน้นการลงมือทำในสิ่งที่เป็นเรื่องยากและต้องใช้ระยะเวลาในการขับเคลื่อนทางกฎหมายก่อน
นอกจากนี้ จะให้ความสำคัญสูงสุดกับสิ่งที่ประชาชนมีความกังวลในช่วงการเลือกตั้ง นั่นคือปัญหาด้านความโปร่งใสและการทุจริตคอร์รัปชัน โดยยืนยันว่าจะต้องดำเนินการตรวจสอบและแก้ไขอย่างเข้มข้น เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องผิดหวัง ซึ่งประชาชนสามารถตรวจสอบนโยบายและติดตามผลการดำเนินงานได้ผ่านเพจเฟซบุ๊กทีมชัชชาติ เพื่อเป็นพันธสัญญาในการทำงาน
ชัชชาติ เปิดเผยด้วยว่า เมื่อประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนการแถลงข่าว ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. จากพรรคประชาชน ได้โทรศัพท์มาแสดงความยินดีและฝากฝังนโยบาย ซึ่งตนมองว่านโยบายของทุกพรรคล้วนมีข้อดี โดยเฉพาะนโยบายด้านศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและการป้องกันน้ำท่วมของ ดร.โจ ที่สามารถนำมาทำงานร่วมกันได้ ตนยืนยันว่าพร้อมรับฟังและร่วมมือกับทุกฝ่ายในฐานะพันธมิตร เพื่อแสวงหาทางออกที่ดีที่สุดในการพัฒนากรุงเทพมหานคร
เมื่อสอบถามถึงความรู้สึกต่อความท้าทายและกระแสโจมตีในช่วงหาเสียง ชัชชาติมองว่าเป็นเรื่องธรรมดาของการทำงานตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ซึ่งย่อมมีจุดอ่อนให้ถูกโจมตีได้ แต่ตนเลือกที่จะชี้แจงด้วยข้อเท็จจริง และขอบคุณที่ประชาชนเข้าใจและยังคงให้ความไว้วางใจ โดยเป้าหมายสำคัญใน 4 ปีข้างหน้า คือการสร้างความเปลี่ยนแปลงใน 3 มิติหลัก ได้แก่ 1. คุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม 2. การศึกษา และ 3. ประสิทธิภาพของเมืองและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพื่อดึงดูดการลงทุนและยกระดับชีวิตของชาวกรุงเทพมหานครอย่างเท่าเทียม
พร้อมกันนี้ ชัชชาติยังได้กล่าวขอบคุณทีมงานทุกคน รวมถึงแสนปิติ สิทธิพันธุ์ หรือ น้องแสนดี บุตรชาย ที่คอยอยู่เคียงข้างและเป็นกำลังใจสำคัญ ทำให้ตนไม่เคยรู้สึกโดดเดี่ยวในการทำงาน
สำหรับภารกิจในวันพรุ่งนี้ (29 มิถุนายน) แม้ กกต. จะยังไม่ประกาศรับรองผล แต่ชัชชาติระบุว่าจะเรียกประชุมทีมงานเพื่อแปลงนโยบายให้เป็นแผนงานยุทธศาสตร์ทันที เพื่อเตรียมความพร้อมในการถ่ายทอดตัวชี้วัด (KPI) ให้แก่ข้าราชการ กทม. กว่า 80,000 คน เพื่อให้ทุกคนรับทราบเป้าหมายและพร้อมเดินหน้าทำงานตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้รับการรับรอง
ส่วนประเด็นการแต่งตั้งทีมที่ปรึกษาและรองผู้ว่าฯ กทม. นั้น จะพิจารณาจากความเหมาะสมเป็นหลัก โดยย้ำว่าบุคคลที่เข้ามาร่วมงานล้วนไม่ได้หวังในอำนาจหรือวาสนา แต่มุ่งหวังที่จะนำสติปัญญามาแก้ไขปัญหาของเมือง
ในตอนท้าย ชัชชาติ ได้กล่าวกับทีมงานว่า อนุญาตให้ฉลองชัยชนะได้เพียงคืนนี้คืนเดียวเท่านั้น เพราะภาระงานใน 4 ปีนับจากนี้คืองานที่หนักและท้าทาย ทุกคนต้องตอบแทนความไว้วางใจของประชาชน ภายใต้สโลแกน “ทำงาน ทำงาน ทำงาน” โดยเน้นการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้ได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าสูงสุด














