×

‘ฝรั่งเศส’ ทีมที่มีครบทุกอย่างสำหรับการกลับไปครองแชมป์ฟุตบอลโลก

27.06.2026
  • LOADING...
ภาพ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ นักฟุตบอลทีมชาติฝรั่งเศส

ก่อนฟุตบอลโลก 2026 จะเปิดฉาก หลายสำนักยกให้ สเปน เป็นตัวเต็งอันดับหนึ่ง จากผลงานการคว้าแชมป์ยูโร 2024 และการสร้างทีมชุดใหม่ที่เต็มไปด้วยนักเตะพรสวรรค์ แต่เพียงผ่านรอบแบ่งกลุ่มไม่กี่นัด ภาพทั้งหมดก็เปลี่ยนไป

 

วันนี้ทีมที่ถูกบริษัทรับพนันและนักวิเคราะห์จำนวนมากยกให้เป็นเต็งหนึ่งของการคว้าแชมป์โลก ไม่ใช่สเปน ไม่ใช่อาร์เจนตินา และไม่ใช่อังกฤษ แต่คือ ฝรั่งเศส

 

ชัยชนะ 3 นัดรวดในรอบแบ่งกลุ่ม พร้อมฟอร์มการเล่นที่ทั้งเฉียบคมและมั่นคง ทำให้ “เลส์ เบลอส์” กลายเป็นทีมที่ดูสมบูรณ์ที่สุดของทัวร์นาเมนต์ และหลายฝ่ายเชื่อว่า หากไม่มีอะไรผิดพลาด พวกเขาคือทีมที่มีโอกาสกลับไปยืนบนจุดสูงสุดของโลกอีกครั้ง

 

หากมีชาติใดที่สามารถพูดได้ว่า “ฟุตบอลโลกคือเวทีของพวกเขา” ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ชื่อนั้นคือฝรั่งเศส

 

พวกเขาคว้าแชมป์โลกในปี 2018 เข้าชิงอีกครั้งในปี 2022 ก่อนแพ้อาร์เจนตินาจากการดวลจุดโทษ นั่นหมายความว่า ฝรั่งเศสผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2 ครั้งติดต่อกัน และหากทำได้อีกในปี 2026 จะกลายเป็นทีมแรกนับตั้งแต่บราซิลยุค 1994-2002 ที่เข้าชิง 3 สมัยติดต่อกัน

 

ยิ่งไปกว่านั้น หากนับเฉพาะเกมน็อกเอาต์ พวกเขาแพ้ในเวลา 90 นาทีเพียงครั้งเดียวตั้งแต่ฟุตบอลโลก 1986 นั่นคือเกมพบเยอรมนีในรอบก่อนรองชนะเลิศปี 2014

 

ตลอดเวลากว่าสามทศวรรษ ฝรั่งเศสพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เมื่อเข้าสู่รอบตัดเชือก พวกเขาคือทีมที่รับมือด้วยยากที่สุดทีมหนึ่งของโลก

 

แม้ฟุตบอลจะเป็นกีฬาประเภททีม แต่ในทัวร์นาเมนต์สั้น ๆ การมีนักเตะที่เปลี่ยนเกมได้ด้วยตัวคนเดียวคือข้อได้เปรียบมหาศาล และฝรั่งเศสมี คีลิยัน เอ็มบัปเป้

 

กัปตันทีมวัย 27 ปี ยิงไปแล้ว 16 ประตูในฟุตบอลโลก และยังคงเป็นนักเตะที่อันตรายที่สุดในจังหวะเปลี่ยนเกม

 

จากการคว้าดาวซัลโวฟุตบอลโลก 2022 ไปจนถึงแฮตทริกในนัดชิงชนะเลิศกับอาร์เจนตินา เอ็มบัปเป้พิสูจน์มาแล้วว่าบนเวทีใหญ่ เขามักยกระดับตัวเองได้เสมอ

 

ปัจจุบัน เขาตามหลัง ลิโอเนล เมสซี แค่ 2 ประตู ในทำเนียบดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลในฟุตบอลโลก และด้วยอายุที่ยังไม่ถึง 30 ปี นี่อาจไม่ใช่ฟุตบอลโลกครั้งสุดท้ายของเขาด้วย

 

จุดแข็งที่สุดของฝรั่งเศสไม่ใช่เอ็มบัปเป้เพียงคนเดียวเท่านั้น แต่คือการมีแนวรุกระดับโลกมากจน ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ ต้องปวดหัวกับการเลือกตัวจริง

 

อุสมาน เดมเบเล เจ้าของบัลลงดอร์คนล่าสุดที่เพิ่งยิงแฮตทริกในเกมกับ นอร์เวย์ เมื่อคืนที่ผ่านมา บอกกับทีมต่างๆ แล้วว่า เขานั้นอันตรายขนาดไหน

 

นอกจากนั้นยังมี ไมเคิล โอลิเซ ที่ระเบิดฟอร์มกับบาเยิร์น มิวนิก, เดซีเร ดูเอ ดาวรุ่งที่ก้าวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว, แบรดลีย์ บาร์โกลา, รายาน แชร์กี, มาร์คุส ตูราม, ฮูโก เอกิติเก, ร็องดาล โคโล มูอานี

 

โดยแทบทุกคนสามารถเป็นตัวจริงให้ทีมชาติชั้นนำของโลกได้ แต่ในฝรั่งเศส หลายคนต้องเริ่มต้นจากม้านั่งสำรอง

 

อดีตกองกลางทีมชาติสหรัฐฯ สตู โฮลเดน ถึงกับพูดติดตลกว่า “ฝรั่งเศสสามารถจัดทีมได้สองชุด และทั้งสองชุดมีดีพอจะไปถึงรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก”

 

แม้จะเป็นคำพูดเชิงเปรียบเทียบ แต่ก็สะท้อนคุณภาพของขุมกำลังได้เป็นอย่างดี

 

ความแข็งแกร่งของฝรั่งเศสไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่มาจากระบบพัฒนาเยาวชนที่สร้างมาตั้งแต่ทศวรรษ 1970

 

หลังล้มเหลวต่อเนื่องในฟุตบอลโลก สมาพันธ์ฟุตบอลฝรั่งเศสจัดตั้งศูนย์พัฒนาทักษะ และศูนย์ฝึกอย่างแกลร์ฟงแตน เพื่อพัฒนานักเตะทั่วประเทศ

 

แนวคิดคือให้นักเตะเป็น “ศูนย์กลาง” ของระบบ เด็ก ๆ ได้รับทั้งการศึกษา การฝึกฟุตบอล และการเติบโตควบคู่กับครอบครัว ไม่ถูกตัดขาดจากสภาพแวดล้อมเดิม ผลลัพธ์คือฝรั่งเศสกลายเป็นชาติที่ผลิตนักฟุตบอลระดับโลกได้ต่อเนื่องที่สุดประเทศหนึ่ง

 

ปัจจุบัน หากนำเฉพาะนักเตะที่ไม่ได้ติดทีมชาติชุดฟุตบอลโลก มาจัดทีม มูลค่ารวมยังสูงกว่า 400 ล้านยูโร และคุณภาพอาจดีพอแข่งขันกับชาติชั้นนำหลายประเทศ นี่คือสิ่งที่ไม่มีทีมไหนในฟุตบอลโลกทำได้

 

ฟุตบอลโลกปี 2026 เป็นทัวร์นาเมนต์ที่ยาวที่สุดในประวัติศาสตร์ 48 ทีม 104 นัด โปรแกรมแข่งขันยาวกว่าที่เคย เมื่อการแข่งขันลากยาว ความลึกของขุมกำลังจึงสำคัญกว่าการมี 11 ตัวจริงที่ดีที่สุด

 

ฝรั่งเศสอาจเป็นทีมที่ได้เปรียบที่สุดในเรื่องนี้ หากมีนักเตะบาดเจ็บ, หากต้องโรเตชัน, หากมีผู้เล่นติดโทษแบน เดส์ชองส์ยังสามารถส่งนักเตะระดับเวิลด์คลาสลงสนามได้ทันที โดยแทบไม่ทำให้คุณภาพของทีมลดลง นี่คือข้อแตกต่างจากหลายชาติที่ต้องพึ่งพาซูเปอร์สตาร์เพียงไม่กี่คน

 

แน่นอนว่าไม่มีทีมใดสมบูรณ์แบบ ฝรั่งเศสยังถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับแดนกลาง ซึ่งอาจเสียเปรียบสเปน โปรตุเกส หรืออังกฤษในเรื่องการสร้างสรรค์เกม

 

แนวรับเองก็มีเครื่องหมายคำถาม หลัง วิลเลียม ซาลิบา มีปัญหาความฟิต ขณะที่ อิบราฮิมา โกนาเต ฟอร์มตกในช่วงท้ายฤดูกาล

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับคุณภาพในแนวรุกและความลึกของทีม จุดอ่อนเหล่านี้ยังไม่รุนแรงพอที่จะลดสถานะ “เต็งหนึ่ง” ของพวกเขา

 

แม้จะผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ได้อย่างยอดเยี่ยม แต่เส้นทางหลังจากนี้ไม่ง่าย หากทุกอย่างเป็นไปตามอันดับของแต่ละกลุ่ม ฝรั่งเศสมีโอกาสพบ เยอรมนี ตั้งแต่รอบ 16 ทีมสุดท้าย

 

หากผ่านได้ เส้นทางต่อจากนั้นอาจต้องเผชิญหนึ่งในกลุ่มทีมอย่าง โปรตุเกส, อังกฤษ หรือสเปน ก่อนถึงรอบชิงชนะเลิศ

 

แต่ในอีกมุมหนึ่ง ประสบการณ์คือสิ่งที่ทำให้ฝรั่งเศสแตกต่าง

 

นักเตะหลายคนผ่านทั้งรอบรองฯ รอบชิงฯ ฟุตบอลโลก ยูโร และยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก มาแล้ว พวกเขาไม่ใช่ทีมที่ตื่นเวที

 

และรู้ดีว่าการเล่นเพื่อเป็นแชมป์โลกต้องรับมือกับความกดดันอย่างไร

 

ฟุตบอลโลกครั้งนี้ยังมีความหมายพิเศษสำหรับ ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ กุนซือวัย 57 ปี ที่ประกาศล่วงหน้าแล้วว่าจะอำลาตำแหน่งหลังจบทัวร์นาเมนต์หลังคุมทีมชาติมาตั้งแต่ปี 2012 พาฝรั่งเศสคว้าแชมป์โลก, เข้าชิงยูโร และเข้าชิงฟุตบอลโลกอีกครั้ง

 

การปิดฉากด้วยถ้วยแชมป์โลกสมัยที่สามของประเทศ คงเป็นตอนจบที่สมบูรณ์แบบที่สุดของหนึ่งในยุคสมัยที่ประสบความสำเร็จที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลฝรั่งเศส

 

วันนี้ ฟุตบอลโลก 2026 ยังเดินทางไปไม่ถึงครึ่งทาง และการตัดสินว่าใครคือแชมป์ยังเร็วเกินไป แต่หากประเมินจากฟอร์มในรอบแบ่งกลุ่ม คุณภาพของขุมกำลัง ความลึกของทีม ประสบการณ์ในเกมใหญ่ และการมีนักเตะที่สามารถเปลี่ยนเกมได้อย่างเอ็มบัปเป้ ยากจะปฏิเสธว่าฝรั่งเศสคือทีมที่ดู “พร้อมที่สุด” สำหรับการกลับไปยึดบัลลังก์โลก

 

หากไม่มีอุบัติเหตุระหว่างทาง และยังรักษามาตรฐานเช่นนี้ไว้ได้ “เลส์ เบลอส์” ไม่เพียงมีโอกาสคว้าแชมป์โลกสมัยที่สาม แต่ยังอาจตอกย้ำสถานะของพวกเขาในฐานะมหาอำนาจลูกหนังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของยุคปัจจุบัน

 

อ้างอิง

  • https://www.squawka.com/en/features/world-cup-analysis-why-france-can-regain-their-crown-and-complete-hat-trick-in-2026/
  • https://www.nytimes.com/athletic/7390584/2026/06/24/world-cup-odds-france-spain-argentina-england/
  • https://www.straitstimes.com/sport/football/why-france-are-favourites-to-reclaim-the-crown-at-the-2026-world-cup
  • https://www.aljazeera.com/sports/2026/5/29/world-cup-2026-how-france-created-footballs-deepest-talent-pool
  • https://twsn.net/2026/06/08/3-reasons-why-france-will-win-the-2026-fifa-world-cup
  • https://www.espn.com/soccer/story/_/id/49190626/france-norway-fifa-world-cup-ousmane-dembele-kylian-mbappe

 

ภาพ: Maddie Meyer – FIFA / Getty Images

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising