วานนี้ (24 มิถุนายน) หู เหวยหลี่ รองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมของจีน ได้จัดแถลงข่าวแนะนำกฎหมายว่าด้วยความสามัคคีและความก้าวหน้าของกลุ่มชาติพันธุ์ของจีน โดยยืนยันว่าการกำหนดให้องค์กรและบุคคลภายนอกประเทศ ต้อง ‘รับผิดชอบทางกฎหมาย’ ต่อการกระทำที่ก่อให้เกิดการแบ่งแยกทางชาติพันธุ์นั้น เป็นสิ่งที่ชอบธรรม ถูกต้องตามกฎหมาย และมีความจำเป็น
หู ปฏิเสธข้อกล่าวอ้างของสื่อตะวันตกที่ว่า มาตรา 63 ของกฎหมายดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ ‘เขตอำนาจศาลนอกอาณาเขต’ หรือ ‘การบังคับใช้กฎหมายนอกประเทศ’
ขณะที่เขาย้ำว่า บทบัญญัติดังกล่าวสอดคล้องกับหลักการทางกฎหมาย, บรรทัดฐานพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ และเป็นไปตามหลักปฏิบัติสากล
“เราคัดค้านอย่างหนักแน่นต่อการกระทำใดๆ ที่เป็นการใส่ร้าย ปราบปราม แทรกซึม และก่อวินาศกรรมต่อจีนภายใต้ข้ออ้างเรื่องชาติพันธุ์ ศาสนา สิทธิมนุษยชน หรือประเด็นอื่นๆ” หู กล่าว
ทั้งนี้ รัฐบาลจีนผ่านกฎหมายฉบับนี้ในเดือนมีนาคม เพื่อสร้าง ‘อัตลักษณ์ทางชาติพันธุ์ร่วม’ ในกลุ่มชาติพันธุ์ 55 กลุ่มทั่วประเทศ ซึ่งรวมถึงชาวทิเบตและชาวอุยกูร์ ซึ่งบางส่วนไม่พอใจต่อการปกครองของจีนและมีการเคลื่อนไหวทั้งการประท้วงและในบางครั้งก็ก่อความรุนแรง
กฎหมายฉบับใหม่นี้ จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 กรกฎาคม โดยข้อกำหนดที่เป็นประเด็นระบุว่า “บุคคลและกลุ่มต่างๆ ที่อยู่นอกพรมแดนของสาธารณรัฐประชาชนจีน สามารถถูกดำเนินคดีตามกฎหมายได้ หากบ่อนทำลายความสามัคคีและความก้าวหน้าทางชาติพันธุ์ หรือยุยงให้เกิดการแบ่งแยกทางชาติพันธุ์”
กังวลจีนอ้างกฎหมายดำเนินคดีชาวไต้หวัน
การบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวของจีน สร้างความวิตกกังวลอย่างมาก โดยเฉพาะในไต้หวันซึ่งจีนอ้างสิทธิ์ว่าเป็นดินแดนของตน โดยเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ว่า อาจเป็นช่องทางในทางกฎหมายอีกทางหนึ่ง เพื่อให้ปักกิ่งกล่าวอ้างและนำมาใช้ในการดำเนินคดีกับชาวไต้หวันที่จีนมองว่าเป็น ‘ผู้แบ่งแยกดินแดน’
โดยกลุ่มเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนยังได้ร้องเรียนว่า จีนพยายามใช้หมายแดงของอินเตอร์โพลเพื่อขอให้รัฐบาลต่างประเทศจับกุมบุคคลที่จีนต้องการจับกุมในข้อหาทางการเมืองในประเทศ
ด้านสำนักข่าว Xinhua รายงานคำกล่าวของหู ที่ยืนยันว่า “ทุกประเทศมีสิทธิที่จะออกกฎหมายภายในประเทศเพื่อต่อต้านพฤติกรรมแบ่งแยกดินแดนและทำลายล้าง เนื่องจากการปกป้องเอกภาพของชาติ บูรณภาพแห่งดินแดน และเสถียรภาพทางสังคม เป็นสิทธิอธิปไตยของทุกประเทศ”
โดยรองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมของจีนเน้นย้ำว่า นอกเหนือจากการลงโทษพฤติกรรมที่ผิดกฎหมายที่เกี่ยวข้องแล้ว กฎหมายดังกล่าวยังสร้างหลักประกันสำหรับการแลกเปลี่ยนและความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ด้วย
ขณะที่เขากล่าวเสริมว่า การบังคับใช้กฎนี้จะดำเนินการอย่างเคร่งครัดตามกฎหมายและอย่างรอบคอบโดยยึดหลักกฎหมาย โดยไม่กระทบต่อการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนข้ามพรมแดนตามปกติ และกิจกรรมทางวิชาการ การค้า และการลงทุนอื่นๆ
ภาพ : Xinhua
อ้างอิง :


