กำลังมองหาสัญญาณการฟื้นตัวของธุรกิจการบินและราคาตั๋วเครื่องบินที่ถูกลงอยู่ใช่ไหม? มีข่าวดีสำหรับนักเดินทางเมื่อ AirAsia X สายการบินต้นทุนต่ำรายใหญ่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่งสัญญาณพร้อมกลับมาขยายเส้นทางบินและทยอย ‘หั่นราคาตั๋ว’ ลงอย่างต่อเนื่อง หลังจากต้นทุนน้ำมันดิบในตลาดโลกเริ่มคลี่คลายลงจากจุดสูงสุด
ประเด็นสำคัญ
นับตั้งแต่เกิดความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ อุตสาหกรรมนี้ต้องเผชิญวิกฤตพลังงานพุ่งสูงอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่งผลกระทบอย่างหนักต่อโมเดลธุรกิจของสายการบินต้นทุนต่ำที่ลูกค้ามีความอ่อนไหวต่อราคา
สถานการณ์ดังกล่าวกดดันให้ AirAsia X ต้องใช้มาตรการรับมือหลายรูปแบบ ทั้งการขึ้นราคาค่าโดยสาร การเพิ่มค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิง ไปจนถึงการตัดสินใจยกเลิกเที่ยวบินจำนวนมากถึง 10% เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงินขององค์กร
ต้นทุนพลังงานพ่นพิษอุตสาหกรรม
โบ ลิงกัม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ AirAsia X เปิดเผยว่า “เฉพาะในเดือนมีนาคมเพียงเดือนเดียว เราประเมินว่าสูญเสียรายได้ไปประมาณ 150 ล้านริงกิต หรือเกือบ 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.28 พันล้านบาท) เพราะราคาเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงกะทันหัน”
ต้นทุนที่แพงลิ่วทำให้แม้แต่เส้นทางที่มีความต้องการสูงบางแห่งก็ไม่สามารถทำกำไรได้ AirAsia X จึงใช้เวลา 3 เดือนที่ผ่านมาในการบริหารเครือข่าย โดยลดเที่ยวบินที่ขาดทุนและเจรจาสัญญาใหม่กับผู้ขายรวมถึงผู้ให้เช่าเครื่องบิน
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เริ่มกลับมามีทิศทางที่ดีขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา หลังข้อตกลงหยุดยิงในตะวันออกกลางช่วยลดความตึงเครียด ส่งผลให้ราคาเชื้อเพลิงอากาศยานลดลงมาอยู่ที่ระดับ 111 ถึง 112 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3,578 ถึง 3,610 บาท) ต่อบาร์เรล
“เราเริ่มปรับลดราคาค่าโดยสารลงไปแล้ว 5% ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน และจะค่อยๆ ทยอยลดราคาลงอีกในแต่ละสัปดาห์หากต้นทุนยังคงปรับตัวลดลงต่อเนื่อง” ลิงกัมระบุ พร้อมเน้นย้ำความตั้งใจที่จะนำเครื่องบินกลับมาบินให้เต็มลำ
ด้านความคืบหน้าการนำเครื่องบินที่ถูกระงับกลับมาให้บริการ ซีอีโอคาดว่ากำลังการบินส่วนใหญ่จะกลับมาเป็นปกติในช่วงเดือนสิงหาคมถึงต้นเดือนกันยายน แต่เส้นทางที่ไม่สร้างผลกำไรจะยังคงถูกระงับต่อไป
เร่งปรับกลยุทธ์คุมต้นทุนเชื้อเพลิง
เพื่อรับมือความผันผวนของราคาพลังงานในอนาคต AirAsia X ได้พัฒนาแนวทางบริหารความเสี่ยงรูปแบบใหม่ ซึ่งแตกต่างไปจากการทำประกันความเสี่ยงแบบเดิมที่สายการบินส่วนใหญ่ในอุตสาหกรรมนิยมใช้กัน
แทนที่จะทำสัญญาซื้อเชื้อเพลิงล่วงหน้าระยะยาว AirAsia X เลือกใช้วิธีอิงจากอัตราการจองตั๋วเป็นหลัก โดยประเมินความคุ้มค่าแบบเดือนต่อเดือนแทนการล็อกราคาข้ามปีเพื่อความยืดหยุ่น
ฟารุก กามาล รองซีอีโออธิบายว่า “เราจะทำประกันราคาน้ำมันให้สอดคล้องกับกำลังการบินและยอดขายที่นั่งจริง โดยจะทยอยปรับสัดส่วนหมุนเวียนไปเรื่อยๆ ในแต่ละเดือน” เพื่อให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงมากที่สุด
ปัจจุบัน AirAsia X รับมอบเครื่องบินแอร์บัส A321LR รุ่นบินระยะไกลเข้ามาประจำการแล้ว 2 ลำ และคาดว่าจะทยอยเข้ามาเสริมทัพเพิ่มอีก 7 ลำภายในปีหน้า เพื่อนำไปให้บริการในเส้นทางระยะกลางอย่างจีนและเกาหลีใต้
ขณะเดียวกันก็ส่งคืนเครื่องบินรุ่นเก่าอายุ 16 ถึง 17 ปี จำนวน 12 ลำเพื่อลดการสิ้นเปลืองน้ำมันและค่าบำรุงรักษา นอกจากนี้ยังมีแผนรับมอบเครื่องบินแอร์บัส A220 ลำแรกในช่วงปลายปี 2027 เพื่อใช้งานในฟิลิปปินส์
แม้เผชิญวิกฤตความผันผวนของราคาเชื้อเพลิง แต่ยอดความต้องการเดินทางกลับยังคงแข็งแกร่ง ช่วงเดือนมกราคมถึงพฤษภาคมที่ผ่านมา AirAsia X รายงานอัตราบรรทุกผู้โดยสาร (Load Factor) เฉลี่ยสูงถึง 83%
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า AirAsia X ‘ยังคงรักษากระแสตอบรับ’ จากผู้โดยสารไว้ได้ดี และกำลังเดินหน้าเข้าใกล้เป้าหมายผู้โดยสาร 79 ล้านคนในปี 2026 เข้าไปทุกที
ความท้าทายใหม่เรื่องภาษีสนามบิน
แม้ปัญหาราคาพลังงานจะคลี่คลายลง แต่ลิงกัมได้เตือนถึงความท้าทายใหม่ นั่นคือแนวโน้มการปรับตัวสูงขึ้นของ ‘ค่าธรรมเนียมสนามบิน’ ทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งอาจเข้ามาเป็นปัจจัยสกัดกั้นการเดินทาง
เขายกตัวอย่างกรณีของสิงคโปร์ที่ภาษีสนามบินพุ่งสูงถึง 72 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 1,842 บาท) ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ AirAsia X ตัดสินใจระงับเส้นทางบินระหว่างจาการ์ตากับสิงคโปร์ เพราะค่าภาษีแพงกว่าค่าตั๋วโดยสารเสียอีก
เช่นเดียวกับประเทศไทยที่มีการปรับขึ้นภาษีสนามบินระหว่างประเทศจาก 730 บาทเป็น 1,190 บาทสำหรับ 6 สนามบินหลัก ซึ่งส่งผลให้บางเส้นทางบินอย่างจาการ์ตากรุงเทพฯ ได้รับผลกระทบ จนผู้โดยสารต้องเปลี่ยนไปต่อเครื่องที่มาเลเซียแทน
“ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรมการบินต้องทำงานร่วมกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว พวกเขาไม่ควรปรับขึ้นค่าธรรมเนียมสนามบินตามอำเภอใจ เพราะมันจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคการท่องเที่ยว” ลิงกัมกล่าวเตือน
แม้มีความท้าทายรอบด้าน แต่ AirAsia X ยังคงมุ่งมั่นสานต่อแผนการขยายเส้นทางบินระยะไกล โดยมีกำหนดเปิดให้บริการเที่ยวบินสู่บาห์เรนในเดือนสิงหาคม 2026 และตั้งเป้ากลับมาบินเส้นทางลอนดอนอีกครั้งในเดือนสิงหาคมปีหน้า ซึ่งจะถือเป็นการกลับเข้าสู่ตลาดยุโรปของสายการบินต้นทุนต่ำแห่งนี้อีกครั้งในรอบกว่าทศวรรษ
หมายเหตุ : ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 33.02 บาท ณ วันที่ 23 มิถุนายน 2569
ภาพ : Nokuro / Shutterstock
อ้างอิง:
- https://www.businesstimes.com.sg/international/asean/airasia-x-boosts-flights-lowers-fares-fuel-price-drops
- https://asia.nikkei.com/business/transportation/airasia-to-bring-back-suspended-flights-by-september-as-fuel-costs-ease
- https://www.reuters.com/world/asia-pacific/airasia-x-has-lowered-fares-since-june-15-jet-fuel-prices-fall-ceo-says-2026-06-22/

