×

ทำไมการปิดดีลสันติภาพ ‘สหรัฐฯ-อิหร่าน’ อาจไม่ง่ายอย่างที่คิด นักวิเคราะห์มองอย่างไร

18.06.2026
  • LOADING...
ภาพผู้นำสหรัฐฯ และอิหร่านกำลังลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU)

สำนักข่าวต่างประเทศหลายสำนักรายงานว่า ผู้นำสหรัฐอเมริกา และอิหร่านได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างกัน​เป็นที่เรียบร้อยแล้วขณะนี้ (18 มิถุนายน) ตามเวลาประเทศไทย ซึ่ง MOU ฉบับดังกล่าวครอบคลุมในประเด็นสำคัญ ตั้งแต่เรื่องการทหาร พลังงาน ความมั่นคง โลจิสติกส์ และนิวเคลียร์

 

 
 

ทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านยังจะต้องเจรจาข้อตกลงขั้นสุดท้าย ซึ่งเป็นการเจรจาในเชิงเทคนิคที่มีกรอบระยะเวลา 60 วัน เพื่อหาทางออกและผลลัพธ์ที่ยั่งยืนร่วมกัน โดยพิธีลงนามที่มีกำหนดจะจัดขึ้นในวันที่ 19 มิถุนายนนี้ ณ นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จะมีลักษณะเป็นเพียง ‘พิธีการเชิงสัญลักษณ์’

 

ทำไมการปิดดีลสันติภาพนี้ ‘อาจไม่ง่ายอย่างที่คิด’

 

นักวิเคราะห์จำนวนไม่น้อยมองว่าในการเจรจาสันติภาพระหว่าง ‘สหรัฐฯ-อิหร่าน’ นั้นยังมี ‘ความท้าทายสำคัญ’ อยู่อีกหลายประการที่อาจทำให้การเจรจาครั้งนี้เป็นไปด้วยความยากลำบาก

 

  • โครงการนิวเคลียร์และสิทธิในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม

 

นักวิเคราะห์มองว่า ‘ปัญหาโครงการนิวเคลียร์’ ถือเป็นอุปสรรคที่อาจทำให้การเจรจาล่มหรือหยุดชะงักได้มากที่สุด

 

โดยใน MOU อิหร่านตกลงระงับโครงการนิวเคลียร์ไว้ที่ระดับปัจจุบัน และตกลงที่จะจัดการกับวัสดุนิวเคลียร์เสริมสมรรถนะ โดยอย่างน้อยต้องใช้วิธี ‘ลดระดับความเข้มข้น’ (Down-Blending) ภายใต้การดูแลของ IAEA ส่วนประเด็นความต้องการด้านนิวเคลียร์และการเสริมสมรรถนะแร่จะถูกนำไปหารือในข้อตกลงขั้นสุดท้าย

 

ขณะที่ทรัมป์ต้องการให้อิหร่านทำลายหรือส่งออกคลังแร่ยูเรเนียมที่ใกล้จะถึงระดับผลิตอาวุธ ออกนอกประเทศ แต่อิหร่านปฏิเสธและยอมรับได้เพียงการเจือจางแร่เท่านั้น นอกจากนี้ สหรัฐฯ เคยเรียกร้องให้อิหร่านยุติการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมเป็นศูนย์ แต่อิหร่านยืนกรานที่จะไม่สละสิทธิ์นี้ ทำให้การหาจุดประนีประนอมเป็นไปได้ยาก ทั้งยังมีการตั้งคำถามว่า อิหร่านจะกลับไปยอมรับระดับการตรวจสอบจากนานาชาติแบบในยุคของบารัก โอบามา อดีตผู้นำสหรัฐฯ หรือไม่

 

  • การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรและทรัพย์สินที่ถูกอายัด

MOU ระบุว่า สหรัฐฯ จะออกข้อยกเว้นให้อิหร่านส่งออกน้ำมันและทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องได้ทันที และให้คำมั่นว่าจะปลดล็อกเงินทุนที่ถูกอายัดไว้ แต่ขั้นตอนการปล่อยเงินทุนและกำหนดการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทั้งหมด จะต้องนำไปหารือในข้อตกลงขั้นสุดท้าย หลังจากอิหร่านปฏิบัติตามเงื่อนไขใน MOU แล้ว

 

นักวิเคราะห์มองว่า ประเด็นการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรก็เป็นอีกหนึ่งความท้าทาย โดยอิหร่านต้องการให้ ทรัมป์ยกเลิกการคว่ำบาตรและปลดล็อกเงินหลายพันล้านดอลลาร์ในทันที ซึ่งสวนทางกับความต้องการของสหรัฐฯ

 

  • การควบคุมและบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซ

 

นักวิเคราะห์เชื่อว่า อนาคตของช่องแคบฮอร์มุซเป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญในการเจรจาขั้นสุดท้าย โดยอิหร่านจะดำเนินการ เพื่อเปิดเส้นทางเดินเรือพาณิชย์ให้ปลอดภัย ‘โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเป็นระยะเวลา 60 วันเท่านั้น’ และจะไปเจรจากับโอมาน รวมถึงประเทศชายฝั่งอ่าวอาหรับ เพื่อกำหนดแนวทางการบริหารจัดการช่องแคบในอนาคต

 

ขณะที่ สหรัฐฯ ต้องการให้ช่องแคบนี้ ‘เปิดใช้ฟรีอย่างถาวร’ โดยอิหร่านยืนกรานที่จะรักษาสิทธิ์ในการเข้าไปมีบทบาทบริหารจัดการช่องแคบแห่งนี้ไว้ เพื่อใช้เป็นข้อได้เปรียบและเพิ่มอำนาจต่อรองของตน

 

  • ความขัดแย้งในเลบานอนและตัวแปรจากอิสราเอล

 

นักวิเคราะห์ระบุว่า การเดินหน้าโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนของ เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล อาจทำให้สถานการณ์บานปลายและคุกคามการเจรจาได้ เนื่องจาก อิหร่านกำหนดเงื่อนไขว่าข้อตกลงนี้จะต้องรวมถึงการหยุดยิงในทันทีและอย่างถาวรในเลบานอน ตลอดจนรับรองอธิปไตยของเลบานอนด้วย

 

ขณะที่เนทันยาฮูระบุว่า อิสราเอลไม่ผูกพันกับข้อตกลงของสหรัฐฯ-อิหร่าน ในการต่อสู้กับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน ดังนั้น หากอิสราเอลยกระดับการโจมตี อาจมีส่วนทำให้การเจรจาปิดดีลสันติภาพขั้นสุดท้ายระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน อาจไม่ประสบผลสำเร็จ หรือล้มเหลวในทันที

 

  • การตีความ กรอบเวลาที่จำกัดและรูปแบบการเจรจา

 

นักวิเคราะห์ยังมองอีกว่า ความคลุมเครือและการตีความ MOU ที่ต่างกัน อาจทำให้เกิดความคาดหวังที่ไม่เป็นจริงขึ้น อีกทั้งยังประเมินว่า กรอบเวลา 60 วันนั้น ‘สั้นเกินไป’ สำหรับการร่างข้อตกลงที่ละเอียดรอบคอบ พร้อมเปรียบเทียบว่า ข้อตกลงนิวเคลียร์ในยุคโอบามายังใช้เวลานานถึง 2 ปี

 

นอกจากนี้ ทีมงานสหรัฐฯ ถูกมองว่าขาดความเชี่ยวชาญด้านเทคนิค และต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็ว ซึ่งขัดกับสไตล์ของทีมนักเจรจาอิหร่านที่ถนัดการเจรจาต่อรองแบบยืดเยื้อ

 

อย่างไรก็ตาม หากทีมเจรจาทั้งสองฝ่ายใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวด จนสามารถบรรลุดีลสันติภาพได้ในท้ายที่สุด ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบัน Atlantic Council ประเมินว่า บรรดาประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอ่าวอาหรับจะรู้สึกโล่งใจยิ่งขึ้นที่สงครามยุติลงและช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดอีกครั้ง แต่ในขณะเดียวกันก็จะสูญเสียความเชื่อมั่นต่อสหรัฐฯ ในฐานะพันธมิตรที่พึ่งพาได้

 

ขณะที่ เมลานี ฮาร์ต ผู้อำนวยการอาวุโส Global China Hub แสดงความเห็นใน Atlantic Council โดยระบุว่า จีนอาจเป็นผู้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากดีลสันติภาพนี้ เพราะได้ประโยชน์จากการเปิดช่องแคบฮอร์มุซและเสถียรภาพด้านราคาพลังงาน โดยไม่ต้องสูญเสียทรัพยากรทางทหารมหาศาลเหมือนที่สหรัฐฯ เสียไป

 

อ้างอิง:

 

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising