ในประเทศไทย องค์กรในหลากหลายภาคธุรกิจ ทั้งภาคธนาคาร อุตสาหกรรมการผลิต ภาคบริการสุขภาพ หน่วยงานภาครัฐ และภาคธุรกิจอื่นๆ กำลังเร่งนำ AI มาใช้ โดยขยายแพลตฟอร์มดิจิทัลและเชื่อมโยงการดำเนินงานในวงกว้าง โรงงานอัจฉริยะ (Smart Factory) มีการเชื่อมต่อถึงกันมากขึ้น ขณะที่ห่วงโซ่อุปทานกำลังก้าวสู่ความเป็นดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง ธุรกิจต่างพึ่งพาระบบคลาวด์ ระบบอัตโนมัติ และเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจมากขึ้น
ประเด็นสำคัญ
แต่ยิ่งองค์กรเชื่อมถึงกันมากขึ้น ก็ยิ่งมีโอกาสเผชิญความเสี่ยงเพิ่มขึ้นด้วย ความปลอดภัยทางไซเบอร์จึงไม่ใช่แค่เรื่องของไอทีอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของความยืดหยุ่นทางธุรกิจ ความเชื่อมั่น และการเติบโต และนี่คือ 8 คำถามเชิงกลยุทธ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่ผู้เขียนมองว่าผู้นำธุรกิจควรเริ่มตั้งคำถามกับองค์กรของตนตั้งแต่วันนี้
1. คุณกำลังใช้ AI อย่างปลอดภัย หรือเพียงแค่เร่งนำมาใช้ในองค์กรให้เร็วขึ้น?
หลายองค์กรกำลังเร่งนำ AI copilots ระบบอัตโนมัติ และเอเจนต์อัจฉริยะมาใช้งาน ทั้งที่แนวทางการกำกับดูแลยังไม่สมบูรณ์เพียงพอ แม้ AI จะช่วยยกระดับประสิทธิภาพการทำงานและประสบการณ์ลูกค้า แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างความเสี่ยงทางไซเบอร์รูปแบบใหม่เช่นกัน ตั้งแต่การรั่วไหลของข้อมูล การโจมตีแบบอัตโนมัติ ไปจนถึงพฤติกรรมของ AI ที่ไม่ได้รับการติดตามหรือเฝ้าระวังอย่างเพียงพอ ผู้เขียนเห็นว่า องค์กรชั้นนำจึงนำแนวทางการกำกับดูแล ความมั่นคงปลอดภัย และการกำกับดูแลโดยมนุษย์ (Human Oversight) มาผสานเข้ากับการนำ AI ไปใช้งาน ตั้งแต่เริ่มต้น แทนที่จะรอให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นแล้วจึงค่อยแก้ไข
2. คุณรู้แน่ชัดหรือไม่ว่ามีตัวตนที่ไม่ใช่มนุษย์ใดบ้างอยู่ในระบบของคุณ?
ปัจจุบัน ตัวตนที่ไม่ใช่มนุษย์ (Non-human Identities) ไม่ว่าจะเป็น AI agents บอท APIs หรือบัญชีที่ใช้โดยระบบอัตโนมัติ กำลังทำงานอยู่ในแทบทุกองค์กร โดยหลายครั้งมีจำนวนและความซับซ้อนเกินกว่าที่มนุษย์จะมองเห็นได้ทั้งหมด ในหลายองค์กร ตัวตนที่ไม่ใช่มนุษย์เหล่านี้มีมากกว่าจำนวนพนักงานแล้วด้วยซ้ำ
สำหรับองค์กรไทยที่กำลังขยายการใช้งานระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยีคลาวด์ ผู้เขียนมองว่า การกำกับดูแลตัวตน (Identity governance) เป็นประเด็นความเสี่ยงที่สำคัญ องค์กรจำเป็นต้องยกระดับความสามารถในการมองเห็น การติดตามแบบเรียลไทม์ ควบคู่กับการกำหนดมาตรการควบคุมการเข้าถึงตามหลัก Zero Trust สำหรับการเข้าถึงของทั้งมนุษย์และเครื่องจักร
3. ห่วงโซ่อุปทานกลายเป็นจุดอ่อนทางไซเบอร์ที่ใหญ่ที่สุดของคุณหรือไม่?
เศรษฐกิจไทยเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับเครือข่ายการผลิต การขนส่ง และห่วงโซ่อุปทานระดับโลก ช่องโหว่ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ของคู่ค้าทางธุรกิจ ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ หรือแพลตฟอร์มคลาวด์เพียงรายเดียว อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานขององค์กรทั้งระบบได้ ผู้เขียนเห็นว่า องค์กรควรก้าวข้ามการประเมินความเสี่ยงของคู่ค้าเป็นรายปี ไปสู่การติดตามและเฝ้าระวังความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการวางแผนรับมือเพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน
4. ระบบเทคโนโลยีปฏิบัติการของคุณพร้อมรับมือกับการหยุดชะงักจากภัยไซเบอร์แล้วหรือยัง?
โรงงานอัจฉริยะ อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกัน และระบบเทคโนโลยีปฏิบัติการ (Operational Technology: OT) กำลังพลิกโฉมภาคอุตสาหกรรมของไทย แต่ความเชื่อมโยงที่เพิ่มขึ้นนี้ก็ทำให้ช่องโหว่ด้านความปลอดภัยเพิ่มขึ้นด้วย การหยุดชะงักของระบบ (Downtime) จึงไม่ได้เป็นเพียงปัญหาด้านการดำเนินงานอีกต่อไป แต่ยังเป็นประเด็นด้านความยืดหยุ่นทางไซเบอร์ด้วย
ดังนั้น ผู้เขียนพิจารณาว่า ภาคการผลิต ผู้ให้บริการสาธารณูปโภคและผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานจำเป็นต้องมีแนวทางด้านความมั่นคงปลอดภัยที่เชื่อมโยงระหว่างระบบ IT และ OT แบบบูรณาการ เพื่อให้สามารถติดตามและเฝ้าระวังทั้งระบบดิจิทัลและการดำเนินงานที่เกิดขึ้นจริงได้อย่างต่อเนื่อง
5. มาตรการด้านไซเบอร์ของคุณสอดคล้องกับความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์หรือไม่?
ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์กำลังได้รับอิทธิพลมากขึ้นจากภูมิรัฐศาสตร์ อธิปไตยทางดิจิทัล (Digital Sovereignty) และความความแตกต่างของกฎระเบียบในแต่ละประเทศ องค์กรจำนวนมากจึงเริ่มทบทวนว่า
- ข้อมูลถูกจัดเก็บอยู่ที่ใด
- องค์กรพึ่งพาเทคโนโลยีใดอยู่บ้าง
- มีความเสี่ยงจากการพึ่งพาผู้ให้บริการรายใดรายหนึ่งมากเกินไปหรือไม่
- การดำเนินงานข้ามพรมแดนมีความพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนมากเพียงใด
สำหรับองค์กรไทยที่กำลังขยายธุรกิจไปต่างประเทศ ผู้เขียนเห็นว่า ความยืดหยุ่นทางไซเบอร์เป็นประเด็นเชิงกลยุทธ์ทางธุรกิจ ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องทางเทคนิคเท่านั้น
6. คุณเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบควอนตัมหรือยัง?
แม้เทคโนโลยี Quantum Computing อาจยังดูเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับหลายองค์กร แต่ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการเข้ารหัส (encryption) และความปลอดภัยของข้อมูลในอนาคตนั้นไม่ควรถูกมองข้าม สำหรับภาคการธนาคาร โทรคมนาคม และหน่วยงานรัฐ การเตรียมความพร้อมอาจต้องใช้เวลาหลายปี เนื่องจากมีความเชื่อมโยงกับระบบและโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมาก ผู้เขียนแนะนำว่าองค์กรไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงทันที แต่ควรเริ่มทำความเข้าใจว่าความเปราะบางหรือความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตนั้นอยู่ตรงจุดใด เพื่อเตรียมความพร้อมได้อย่างเหมาะสม
7. ความปลอดภัยไซเบอร์ช่วยให้ธุรกิจคุณเดินหน้าได้เร็วขึ้นหรือกำลังกลายเป็นอุปสรรค?
องค์กรที่มีความพร้อมสูงไม่ได้มองความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์เป็นเพียงกลไกควบคุมที่แยกออกจากการเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ดิจิทัล แต่เป็นการผสมผสานความมั่นคงปลอดภัยด้านไซเบอร์ในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การนำ AI มาใช้ การดำเนินงานดิจิทัล และการเปลี่ยนแปลงในระดับองค์กร
ผู้เขียนเห็นว่า ความไว้วางใจกำลังกลายเป็นปัจจัยสร้างความแตกต่างทางธุรกิจ องค์กรที่สามารถขยายการเติบโตโดยเน้นความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์มักสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าได้มากกว่าองค์กรที่เร่งสร้างนวัตกรรมโดยไม่คำนึงถึงด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ อีกทั้งยังสนับสนุนการเติบโตขององค์กรในระยะยาว
8. CISO เข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจระดับองค์กรหรือไม่
บทบาทของผู้บริหารด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (Chief Information Security Officer: CISO) กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ผู้นำด้านไซเบอร์ในปัจจุบันจำเป็นต้องทำงานร่วมกับคณะกรรมการบริษัท หน่วยงานกำกับดูแล และผู้บริหารระดับสูงในประเด็นที่กว้างไกลกว่าด้านเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน การกำกับดูแล AI ความต่อเนื่องทางธุรกิจ และการบริหารความเสี่ยงระดับองค์กร ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์จึงไม่อาจดำเนินงานแยกออกจากกลยุทธ์ทางธุรกิจได้อีกต่อไป
บทสรุป
เศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง การนำ AI มาใช้จะขยายตัวมากขึ้น โครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมต่อกันจะเพิ่มขึ้น และห่วงโซ่อุปทานจะยิ่งเชื่อมโยงและทำงานแบบอัตโนมัติมากกว่าเดิม แต่ยิ่งองค์กรมีความเป็นดิจิทัลมากขึ้นเท่าใด ความยืดหยุ่นและความเชื่อมั่นก็ยิ่งมีบทบาทสำคัญในการกำหนดความได้เปรียบทางการแข่งขันมากขึ้นเท่านั้น
สำหรับองค์กรไทย ในความเห็นของผู้เขียน สิ่งหนึ่งที่เห็นชัดมากขึ้นเรื่อยๆ คือ ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการรับมืออีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งที่ต้องคำนึงถึงในการป้องกันเชิงรุก เพื่อเป็นรากฐานของความเชื่อมั่น สร้างความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน และส่งเสริมการเติบโตในระยะยาว และในปี 2026 ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้องค์กรสามารถเติบโตและเดินหน้าได้อย่างมั่นใจ
ภาพ: Panchenko Vladimir / Shutterstock
อ้างอิง:
- รายงาน Cybersecurity Considerations 2026 ของเคพีเอ็มจี อินเตอร์เนชั่นแนล

