การประชุมร่วมกันของกรรมาธิการสามัญ 2 คณะ กลายเป็นเวทีวิวาทะย่อมๆ ในประเด็นร้อนเรื่องการตรวจสอบงบประมาณของโครงการ TH-AI Passport ที่กรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ ประชุมร่วมกับ กรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร โดยมีฝ่ายข้าราชการประจำของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) เป็นผู้มาชี้แจง
ประเด็นสำคัญ
ในช่วงหนึ่ง พชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวง DE ชี้แจงถึงข้อครหาเรื่องความเร่งรีบในการจัดทำโครงการและเงื่อนไข TOR โดยยืนยันว่าโครงการนี้มีฐานงานเดิมรองรับผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการขับเคลื่อนระดับชาติมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565 และ พ.ศ. 2568 กระบวนการศึกษา ยกร่าง จนถึงลงนามสัญญาใช้เวลารวมเกือบ 1 ปีเต็ม ไม่ใช่ 31 วันตามกระแสข่าว
ส่วนการใช้เงินนอกงบประมาณจากกองทุน DE ได้รับการกลั่นกรองจากคณะกรรมการกลางซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก การปรับสเปกและเพิ่มจอโฆษณาในร้านสะดวกซื้อเป็นไปเพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วมของประชาชน
ในช่วงท้ายของการประชุม พชรได้ชี้แจงด้วยความตึงเครียดหลังจากถูกซักถามประเด็นเดิมซ้ำหลายครั้ง
“เรายืนยันว่าทำตามกระบวนการทุกอย่าง แล้วจะให้ทำอย่างไรอีก แล้วอยู่ๆ จะให้เรายกเลิกด้วยเหตุอะไร แล้วบริษัทก็จะมาฟ้องกระทรวง จะให้พวกผมทำอย่างไร ท่านต้องเข้าใจบริบทความเป็นราชการด้วย ให้ผมบอกยกเลิกด้วยเหตุอะไร เหตุที่ถูกกล่าวหาว่าไม่โปร่งใส ก็ยังเดินตามขั้นตอนทุกอย่าง แล้วจะให้เราทำอย่างไร”
ผู้นำฝ่ายค้านเซอร์ไพรส์ร่วมวงประชุม จี้ ป.ป.ช. ดำเนินการสอบฮั้ว
ขณะที่ รักชนก ศรีนอก สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานกรรมาธิการติดตามงบฯ ได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความโปร่งใส โดยนำข้อกำหนด TOR ของโครงการนี้ไปเปรียบเทียบกับโครงการ National Credit Bank ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติทางเอกสาร
“หากบอกว่าไม่ได้ก๊อป ดิฉันจะตกใจ เพราะว่ามีการซ้ำกัน 7-8 บรรทัด ที่มีตัวหนังสือเป๊ะ 99.99% ต่างแค่คำว่าจอและจุด นี่คือการหลักการทั่วไปของการเขียน 2 TORโครงการที่คนละวัตถุประสงค์หรือไม่”
รักชนกยังเสนอให้กระทรวงยอมพับโครงการรอบนี้ไปก่อนแล้วค่อยนำกลับมาเสนอใหม่ตามกระบวนการงบประมาณปกติ
เมื่อการประชุมดำเนินไปได้ระยะหนึ่ง เวลา 11.15 น. ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้ขอใช้สิทธิความเป็น สส. เข้าร่วมการประชุมด้วย พร้อมตั้งคำถามไปยังผู้แทนของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่า จากข้อมูลไทม์ไลน์ที่พบแอปพลิเคชันของเอกชนลักษณะเดียวกันปรากฏในระบบก่อนที่จะมี TOR และความสัมพันธ์ทางอ้อมของกลุ่มทุน หากพิจารณาด้วยสามัญสำนึกจะสามารถตั้งข้อสงสัยได้หรือไม่ว่ามีการพูดคุยกันเบื้องหลังหรือมีผลประโยชน์ทับซ้อน
ภูมิใจไทยประท้วงวุ่น ชาดาแนะหากมีหลักฐานจริง รวมส่ง ป.ป.ช. ดำเนินการ
บรรยากาศในห้องประชุมส่งผลให้กรรมาธิการฯ ในสัดส่วนพรรคภูมิใจไทยแสดงความไม่พอใจ โดย ศุภชัย ใจสมุทร สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ได้ประกาศขอไม่เข้าร่วมสังฆกรรมและเดินออกจากห้องประชุมทันที เนื่องจากมองว่ากรรมาธิการมีการจัดฉากนัดแนะเพื่อโจมตีทางการเมือง
ด้าน ชาดา ไทยเศรษฐ์ สส. อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ได้ยกมือขอออกจากที่ประชุมเพื่อไปพบแพทย์ ภายหลังได้แสดงทัศนะต่อกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า ตนเองไม่มีความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์และมองว่าพรรคประชาชนกำลังด้อยค่าโครงการรัฐ
“ถ้าโครงการนี้มีเงื่อนงำจริง และมีการทำผิดหรือทุจริตจริง ไม่ต้องเรียกมาประชุม ไม่ต้องตั้งคำถาม ให้รวบรวมไปยื่น ป.ป.ช. และก่อนยื่นขอให้แถลงต่อสังคม ทำให้เต็มที่”
ทั้งนี้ ชาดายังยอมรับว่า ผู้บริหารบริษัทผลิตสื่อโฆษณาชื่อดัง รู้จักกับพรรคภูมิใจไทยจริง “ความจริงหนีไม่พ้น” แต่หากมีหลักฐานว่าทุจริต ก็พร้อมให้ความร่วมมือตรวจสอบ
การประชุมร่วมครั้งนี้จบลงด้วยการที่ รังสิมันต์ โรม สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานกรรมาธิการการกฎหมายฯ กล่าวสรุปเพื่อลดความตึงเครียด โดยแสดงความเข้าใจในข้อจำกัดของฝ่ายข้าราชการประจำ แต่ยันยันว่า ฝ่ายค้านจำเป็นต้องทำหน้าที่ตรวจสอบงบประมาณแผ่นดินและรักษาผลประโยชน์ของประชาชนอย่างเข้มงวดที่สุดต่อไป






















