วันนี้ (12 มิถุนายน) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 9 ลงพื้นที่พบปะประชาชนและนำเสนอนโยบาย ที่ โรงเรียนผู้สูงอายุยานนาวา เขตยานนาวา โดยบรรยากาศการลงพื้นที่ในวันนี้มีผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตยานนาวา ถึง 3 ราย จากหลากหลายกลุ่มการเมือง เดินทางมาร่วมต้อนรับและทักทาย ประกอบด้วย หัทกร โกศลจิตร์ ผู้สมัคร ส.ก. หมายเลข 2 ในนามกลุ่ม ทีมคนทำงาน , วิทยา ดอกกลาง (แอดหมู) ผู้สมัคร ส.ก. หมายเลข 4 ในนามผู้สมัครอิสระ และพุทธิพัชร์ ธันยาธรรมนนท์ ผู้สมัคร ส.ก. หมายเลข 6 ในนามกลุ่มกรุงเทพที่ดีกว่า ซึ่งเป็นอดีต ส.ก. แชมป์เก่าในพื้นที่
โอกาสนี้ชัชชาติได้ร่วมพูดคุยและกล่าวให้กำลังใจแก่ผู้สมัครทุกคน พร้อมเน้นย้ำจุดยืนสนับสนุนให้ประชาชนยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย เลือกคนที่รักและชอบ และขอให้ผู้สมัครทุกคนมีความรักใคร่กลมเกลียว สามัคคีกัน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเมืองและสร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่พี่น้องประชาชน
ชัชชาติได้นำเสนอนโยบายเตรียมความพร้อมกรุงเทพมหานครสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ โดยระบุว่า ปัจจุบันกรุงเทพฯ มีสัดส่วนผู้สูงอายุสูงถึงร้อยละ 21 และในเขตเมืองชั้นใน เช่น พระนครและสัมพันธวงศ์ พุ่งสูงถึงร้อยละ 35 กทม. จึงต้องปรับมุมมองไม่ให้มองผู้สูงอายุเป็นภาระ ผ่านหลักการ 3 ด้านคือ ไม่เหงา ไม่ป่วย มีรายได้ โดยกางนโยบายเชิงรุก อาทิ การพัฒนาโรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียนเป็นศูนย์กลางครบวงจร เพิ่มคลินิกผู้สูงอายุในโรงพยาบาลและศูนย์สาธารณสุข สนับสนุนผ้าอ้อมผู้ใหญ่ฟรีร่วมกับ สปสช. เฉลี่ยเดือนละ 20,000 ชิ้น และเพิ่มผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Caregiver) เป็น 5,000 คน พร้อมใช้ระบบ GPS ติดตามดูแลผู้ป่วยติดเตียงกว่า 6,000 คน ภายใต้นโยบายขยายเตียง 100,000 เตียงสู่บ้าน
ในส่วนของสุขภาพใจ ตั้งเป้าขยายโรงเรียนผู้สูงอายุให้ครบทั้ง 50 เขต และเพิ่มชมรมผู้สูงอายุเป็น 1,000 แห่งภายใน 4 ปี ขณะที่ด้านเศรษฐกิจ จะเน้นการสร้างโอกาสผ่านแพลตฟอร์มรวบรวมทักษะความสามารถของผู้สูงอายุเพื่อจับคู่จ้างงานในพื้นที่ใกล้เคียง ตั้งเป้าสร้างงาน 10,000 ตำแหน่ง ควบคู่กับการจัดหลักสูตรฝึกอาชีพที่เหมาะสม
นอกจากนี้ ยังได้กล่าวถึงความคืบหน้าการแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ซึ่งปีนี้ลดลงร้อยละ 45 โดย กทม. จะยังคงเดินหน้ามาตรการเชิงรุกตลอด 365 วัน เน้นกำจัดที่ต้นตอ ทั้งการกวดขันควันดำ ขยายเขตห้ามรถเข้าเมือง (Low Emission Zone) ให้ครอบคลุมรถกระบะและรถเก๋ง ขยายเครือข่าย Work From Home ให้ถึง 500,000 คน ประสานความร่วมมือกับจังหวัดรอบนอกเพื่อชะลอการเผาชีวมวล และล่าสุดได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ติดตั้งสถานีซูเปอร์สเตชั่น (Super Station) มูลค่าเกือบ 100 ล้านบาทจากประเทศจีน เพื่อวิเคราะห์ต้นตอฝุ่นรายวันและเข้าจัดการได้อย่างแม่นยำ
สำหรับประเด็นทางการเมือง ชัชชาติได้ให้สัมภาษณ์ชี้แจงกรณีที่ คริส โปตระนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบบัญชีรายชื่อ และประธานพรรคเศรษฐกิจ และ จิรายุ ห่วงทรัพย์ อดีต สส. กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย เดินทางเข้ายื่นพยานหลักฐานต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อร้องเอาผิดผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและคณะ ในประเด็นการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงของ กทม. จำนวน 17 ราย โดยระบุว่าเป็นการกระทำที่ส่อไปในทางทุจริตและมิชอบด้วยกฎหมาย
โดยระบุว่า การยื่นตรวจสอบเป็นสิทธิที่ใครก็สามารถทำได้ ซึ่งที่ผ่านมาตนก็ถูกร้องเรียนมาแล้วนับสิบครั้ง ยืนยันว่ากระบวนการทำงานตลอด 4 ปีที่ผ่านมาดำเนินการอย่างถูกต้องตามระเบียบ ตรงไปตรงมา และพร้อมรับการตรวจสอบอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ตนยินดีให้ ป.ป.ช. พิจารณา และมองว่าเป็นเรื่องดีที่มีการช่วยเร่งรัดติดตามคดีเพื่อให้กระบวนการตรวจสอบสิ้นสุดและเกิดความชัดเจน
ส่วนกรณีข้อร้องเรียนเรื่องมีผู้สมัคร ส.ก. บางราย จัดทำแผ่นพับหาเสียงปลอมโดยนำภาพใบหน้าและชื่อของตนไปแนบติดเพื่อสร้างความเข้าใจผิดนั้น ชัชชาติระบุว่า ได้มอบหมายให้ทีมฝ่ายกฎหมายตรวจสอบรายละเอียดและสืบหาพื้นที่เขตดังกล่าวแล้ว แนวทางเบื้องต้นจะเน้นการตักเตือนเพื่อป้องปรามก่อนเนื่องจากไม่อยากให้เป็นคดีความขึ้นศาล แต่หากพบว่ายังมีความเจตนาสร้างความสับสนแก่ประชาชน ก็พร้อมจะดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุดเพื่อรักษาสิทธิ
ทิ้งท้ายด้วยประเด็นเรื่องคะแนนนิยม ชัชชาติยันยืนว่าไม่ได้รู้สึกกังวลใจต่อความผันผวนของผลโพล เนื่องจากท้ายที่สุดแล้วขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชน สิ่งที่ตนกังวลและมุ่งมั่นมากที่สุดคือการผลักดันนโยบายให้ดีที่สุด ซึ่งปัจจุบันมีการปรับเพิ่มเติมนโยบายครอบคลุมถึง 260 ข้อแล้ว









