แม้ว่าคนไทยไปอวกาศจะยังเป็นแค่ความฝัน เหมือนที่บอลไทยจะไปบอลโลก แต่คนไทยก็ลงทุนในหุ้นอวกาศได้
ประเด็นสำคัญ
โดยเฉพาะช่วงนี้ SpaceX บริษัทเทคโนโลยีอวกาศของ Elon Musk กำลังจะเข้าตลาดหุ้นสหรัฐฯ สร้างปรากฏการณ์หน้าใหม่ให้วงการลงทุน ด้วยมูลค่า IPO ครั้งประวัติศาสตร์ ซึ่งคนไทยอย่างเราก็มีช่องทางเข้าร่วมได้เหมือนกัน
ทำไม IPO SpaceX ถึงเขย่าตลาด?
SpaceX เข้า IPO ครั้งนี้ ด้วยชื่อย่อ SPCX ในวันที่ 12 มิถุนายน 2569 และเป็นการเตรียมเข้าตลาด Nasdaq ที่ถือเป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ด้วยราคา IPO ที่ 135 ดอลลาร์ต่อหุ้น ดีลนี้ได้กลายเป็น IPO ที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ระดมทุนไปมหาศาลถึง 75,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งมากกว่า Alibaba แชมป์เก่าถึง 3.4 เท่า
ความน่าสนใจและแปลกใหม่ของดีลนี้คือ SpaceX เลือกที่จะจัดสรรหุ้นให้นักลงทุนรายย่อยสูงถึง 30% ซึ่งผิดวิสัยของ IPO ฟอร์มยักษ์ที่มักจะเก็บไว้ให้สถาบันใหญ่ โดยเปิดให้จองผ่านโบรกเกอร์ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ หลายแห่ง แล้วบางแอปขวัญใจรายย่อยอย่าง Robinhood และ SoFi เปิดโอกาสให้จองได้โดยไม่มีเงื่อนไขยอดเงินขั้นต่ำเลย
คนไทยซื้อ IPO โดยตรงได้ไหม?
แม้ SpaceX จะใจป้ำแบ่งโควต้าให้รายย่อยในอเมริกาจอง IPO ได้ง่ายขึ้น แต่สำหรับนักลงทุนชาวไทย การจะได้สิทธิ์ซื้อหุ้น IPO สหรัฐฯ โดยตรงยังคง ‘ยากมาก’ เพราะเราติดข้อจำกัดด้านกฎหมายและการเปิดบัญชีโบรกเกอร์สหรัฐฯ ที่ต้องใช้เอกสารยืนยันตัวตนของที่นั่น ทำให้ชาวไทยส่วนใหญ่ไม่สามารถซื้อหุ้นในราคาจองได้
แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีทางเสียเลย คนไทยยังมีช่องทางอื่นๆ ที่ให้เราร่วมเติบโตไปกับ SpaceX ได้
3 วิธีลงทุนหุ้น SpaceX ฉบับมือใหม่
1. ซื้อหุ้น SPCX ในตลาดรองหลังเปิดซื้อขาย
รอให้หุ้น SPCX เปิดกระดานเทรดอย่างเป็นทางการ แล้วเข้าไปซื้อผ่านแอปพลิเคชันลงทุนต่างประเทศของโบรคเกอร์ไทย เช่น InnovestX หรือ Dime! แค่ค้นหาชื่อหุ้นแล้วกดซื้อได้เลย หลายแอปอนุญาตให้ซื้อแบบเศษหุ้นได้ ทำให้ใช้เงินเริ่มต้นเพียงหลักร้อยก็เป็นเจ้าของได้แล้ว หรือซื้อผ่านแพลตฟอร์มระหว่างประเทศอย่าง Interactive Brokers ซึ่งเปิดให้ซื้อขายหุ้นอเมริกาโดยตรงก็ได้
2. ลงทุนผ่าน ETF ที่มี SpaceX อยู่ในพอร์ต
หากไม่อยากแบกรับความเสี่ยงจากการพึ่งพาหุ้นบริษัทเดียว การซื้อกองทุนรวมดัชนี (ETF) ด้านนวัตกรรมอวกาศในตลาดสหรัฐฯ ก็เป็นทางเลือกที่ดี ทันทีที่ SPCX เข้าตลาด กองทุนเหล่านี้ก็จะปรับพอร์ตและกว้านซื้อหุ้นเข้าไปเก็บไว้ เป็นการกระจายความเสี่ยงที่ปลอดภัยขึ้น
- NASA: กองที่คัดสรรบริษัทในห่วงโซ่อุตสาหกรรมอวกาศโดยตรง ลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับอวกาศหลายสิบแห่งในตลาดจรวดนำส่งเข้าสู่วงโคจร การสื่อสารผ่านดาวเทียม และโครงสร้างพื้นฐานด้านอวกาศ นอกจากนี้ยังเป็นกองทุน ETF แรกที่ได้ลงทุนใน SpaceX โดยตรงผ่านบริษัทเฉพาะกิจ (SPV) โดยถือ SpaceX สัดส่วน 6.4% ของพอร์ตโฟลิโอ
- XOVR: กองทุนที่มุ่งเน้นลงทุนในนวัตกรรมยุคใหม่ที่เกี่ยวข้องกับการสำรวจอวกาศ การบิน และเทคโนโลยี ลงทุนในหุ้นกลุ่ม Magnificent Seven รวมถึง SpaceX และAndruil ผ่านบริษัทเฉพาะกิจ (SPV) การลงทุนใน SpaceX คิดเป็น 13.2%
3. ลงทุนผ่านกองทุนรวมในไทย (ง่ายที่สุดและกระจายความเสี่ยง)
วิธีนี้เหมาะสำหรับมือใหม่มากที่สุด เพราะมีผู้จัดการกองทุนคอยดูแลปรับพอร์ตให้ และไม่ต้องไปปวดหัวเรื่องการโอนเงินข้ามประเทศหรือภาษีต่างประเทศให้วุ่นวาย เราสามารถซื้อกองทุนรวมไทยที่มีนโยบายนำเงินไปลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจอวกาศ หรือมีสัดส่วนของ SpaceX อยู่ด้วย
ยกตัวอย่างเช่น กองทุน X-SPACE: (มีการเปิดเสนอขายช่วง 4-10 มิ.ย. 2026) กองทุนนี้จะไปลงทุนในกองทุนหลักในต่างประเทศอย่าง Tema Space Innovators ETF (ตัวย่อ NASA) ซึ่งมีสัดส่วนครอบคลุมอุตสาหกรรมอวกาศ โดยเราสามารถเปิดบัญชีซื้อขายกองทุนรวมผ่านแอปพลิเคชันของธนาคารหรือบริษัทหลักทรัพย์ต่างๆ เช่น InnovestX หรือแอปพลิเคชันของ บลจ. XSpring โดยตรงได้เลย
Checklist พร้อมขึ้นยาน SpaceX หรือยัง?
1. มูลค่าที่อาจแพงเกินจริง
นักวิเคราะห์จาก Morningstar เตือนว่ามูลค่าที่เป็นธรรมของ SpaceX ควรอยู่ที่ 780,000 ล้านดอลลาร์ แต่บริษัทกลับตั้งเป้าประเมินมูลค่าช่วง IPO สูงลิ่วถึง 1.75 ล้านล้านดอลลาร์ นั่นหมายความว่านักลงทุนกำลังถูกขอให้จ่ายซื้อหุ้นในราคาที่แพงกว่ามูลค่าพื้นฐานถึงสองเท่ากว่าๆ
2. ผลประกอบการยังน่าเป็นห่วง
แม้บริษัทจะดูเติบโต แต่ตัวเลขกำไรยังน่าจับตา ในปี 2568 รายได้ SpaceX โต 33% แตะ 18,600 ล้านดอลลาร์ แต่กลับรายงานผลขาดทุนจากการดำเนินงานถึง 4,900 ล้านดอลลาร์ ซ้ำร้ายในไตรมาสแรกของปี 2569 การเติบโตของรายได้ยังชะลอตัวลงเหลือ 15% ขณะที่ผลขาดทุนขยายตัวเพิ่มเป็น 1,900 ล้านดอลลาร์
3. ความเสี่ยงทางเทคโนโลยีและผู้บริหาร
อย่าลืมว่าเทคโนโลยีอวกาศมีความเสี่ยงสูง จรวดมีโอกาสขัดข้องได้เสมอ รวมถึงปัจจัยความเชื่อมั่นที่ผูกติดอยู่กับตัว Elon Musk หากเขามีปัญหา หรือมีข่าวเชิงลบ ย่อมส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
Checklist พร้อมขึ้นยาน SpaceX หรือยัง?
- เงินก้อนนี้เป็น ‘เงินเย็น’ จริงๆ ใช่ไหม?
หุ้นเทคโนโลยีอวกาศในช่วงแรกราคาจะผันผวนสูงมาก ถ้าเงินก้อนนี้มีแพลนต้องใช้ในอีก 3-6 เดือนข้างหน้า แนะนำให้ข้ามก่อน แต่ถ้าเป็นเงินที่พร้อมถือยาว 3-5 ปีขึ้นไป ก็อาจจะน่าสนใจ
- รับได้ไหมถ้าเปิดพอร์ตมาแล้วเห็นตัวเลข ‘ติดลบ 20-30%’ ในบางวัน
ด้วยความคาดหวังของตลาดที่สูงลิ่ว เปิดตัวราคาหุ้นอาจจะสวิงแรงมาก ถ้ารู้ตัวว่าเป็นคนตื่นตระหนกง่ายเวลาเห็นตัวเลขแดง แนะนำให้รอหุ้นนิ่งก่อน หรือไปลงทุนผ่านกองทุนรวมจะสงบจิตสงบใจได้มากกว่า
- มีบัญชีหุ้นต่างประเทศหรือแอปพร้อมหรือยัง
หุ้นจะเริ่มเทรดในตลาด Nasdaq วันพรุ่งนี้ (12 มิ.ย.) แล้ว! ถ้ายังไม่มีแอปอย่าง Dime!, InnovestX, หรือแอปธนาคารที่ซื้อกองทุนได้ ต้องรีบเปิดบัญชีและยืนยันตัวตนให้พร้อมนะ
ลองถามตัวเองว่ารับความเสี่ยงเหล่านี้ได้หรือเปล่า ถ้ายังมีลังเล แนะนำให้เริ่มต้นจากการลงทุนผ่านกองทุน หรือ ETF ก่อน ใช้เงินลงทุนที่เป็นเงินเย็น ไม่ได้กู้ใครเขามา เพราะก่อนจะไปห้วงอวกาศอันเวิ้งว้าง เราต้องหยัดยืนบนโลกให้มั่นคงเสียก่อน
ภาพ: FellowNeko / Shutterstock
อ้างอิง:
- https://www.thansettakij.com/finance/stockmarket/660836
- https://www.innovestx.co.th/cafeinvest/investsnack/product-basic-knowledge/mutual-fund/fund-review-x-space
- https://finance.yahoo.com/markets/stocks/articles/space-etfs-skyrocketing-ahead-spacexs-204456029.html

