Shopee แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กำลังปลดพนักงานหลายร้อยตำแหน่งทั่วโลก ท่ามกลางการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ของบริษัทแม่อย่าง Sea ที่กำลังหันมารุกธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเต็มตัว สะท้อนกระแสที่บริษัทเทคโนโลยีทั่วโลกพร้อมใจกันลดขนาดองค์กรเพื่อปรับตัวเข้าสู่ยุค AI
ประเด็นสำคัญ
ตามรายงานของ Bloomberg และ The Wall Street Journal ที่อ้างแหล่งข่าววงใน การปลดพนักงานรอบนี้เริ่มต้นขึ้นในสัปดาห์นี้ คิดเป็นสัดส่วนราว 8% ของพนักงานสายนักพัฒนาของ Shopee โดยกระทบตำแหน่งอย่างฝ่ายตรวจสอบคุณภาพ (Quality Assurance) เป็นต้น และยังมีความเป็นไปได้ว่าจะมีการปลดเพิ่มเติมตามมาอีก
ขอบเขตการปลดและเหตุผลเบื้องหลัง
ข้อมูลจาก The Wall Street Journal ระบุว่าการปลดพนักงานครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อทีมพัฒนาแอป ทีมผลิตภัณฑ์ และทีมการตลาดเชิงพาณิชย์ โดยบางทีมถูกยุบทั้งหมด ขณะที่บางทีมถูกลดจำนวนพนักงานลงราว 10-15%
แหล่งข่าวรายหนึ่งเปิดเผยว่า การที่บริษัทเร่งผสานเทคโนโลยี AI เข้ากับธุรกิจคือหนึ่งในเหตุผลเบื้องหลังการลดขนาดองค์กรครั้งนี้ โดยการปลดพนักงานไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในสิงคโปร์ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของ Sea เท่านั้น แต่กระจายไปในหลายประเทศ และยังคงดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง
ขณะที่โฆษกของ Shopee ชี้แจงว่าบริษัทมีการประเมินความต้องการด้านกำลังคนอยู่เป็นประจำ พร้อมระบุว่า “เป็นครั้งคราวที่แต่ละแผนกอาจมีการปรับเปลี่ยนตามลำดับความสำคัญด้านการดำเนินงานและธุรกิจ”
ทั้งนี้ Shopee ถือเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค รวมถึงเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มหลักที่ผู้บริโภคชาวไทยใช้งาน และสร้างรายได้คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 2 ใน 3 ของรายได้ทั้งหมดของ Sea ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก ทำให้การเคลื่อนไหวของ Shopee ส่งผลโดยตรงต่อทิศทางของทั้งกลุ่มบริษัท
เดิมพันครั้งใหญ่สู่เป้ามูลค่าล้านล้านดอลลาร์
การปรับโครงสร้างครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ ฟอร์เรสต์ ลี ซีอีโอของ Sea ประกาศวิสัยทัศน์ว่าบริษัทมีโอกาสก้าวขึ้นเป็นบริษัทที่มีมูลค่าตลาดระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 32.74 ล้านล้านบาท) ได้ หากเดินหน้าลงทุนใน AI อย่างเต็มที่
โดยในบันทึกภายในที่ The Wall Street Journal ได้เห็นเมื่อปีก่อน ลีระบุว่าเขามองเห็นเส้นทางที่ Sea จะก้าวเข้าสู่สโมสรบริษัทมูลค่าล้านล้านดอลลาร์ หากสามารถคว้าโอกาสและใช้ประโยชน์จากคลื่นการสร้างมูลค่ามหาศาลที่ AI จะนำมาได้
ลีเคยกล่าวไว้ว่า “AI คือการปฏิวัติทางเทคโนโลยีครั้งใหญ่ครั้งต่อไป และเราเชื่อว่ามันมีศักยภาพมหาศาลในการเปลี่ยนแปลงธุรกิจของเราไปในทางที่ดีและสร้างมูลค่าเพิ่ม”
โดยก่อนหน้านี้เมื่อต้นปี Sea ได้ประกาศขยายความร่วมมือกับ Google ของ Alphabet ซึ่งรวมถึงการพัฒนาต้นแบบ AI ที่ช่วยผู้ใช้ช้อปปิ้ง (AI Shopping Agent) เพื่อนำไปผสานใช้งานข้ามแพลตฟอร์มร่วมกัน
นอกจากนี้ Sea ยังได้จัดตั้งทีมเฉพาะขึ้นมาเพื่อมองหาการลงทุนใหม่ๆ ในเทคโนโลยี AI โดยเฉพาะ ในขณะที่บริษัทกำลังเร่งมองหาเครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตใหม่นอกเหนือจากธุรกิจอีคอมเมิร์ซ
ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนว่า Sea กำลังวางเดิมพันครั้งสำคัญกับ AI ท่ามกลางการแข่งขันในธุรกิจหลักที่ทวีความรุนแรงขึ้น เช่นเดียวกับคู่แข่งอย่าง Alibaba Group ที่หันมาลงทุนใน AI เพื่อกระตุ้นการเติบโตเช่นกัน
เงาคำถาม ‘AI-washing’ และแรงกดดันด้านธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่าการปลดพนักงานครั้งนี้เชื่อมโยงโดยตรงกับการรุก AI ของ Sea หรือไม่ แต่ก็เกิดขึ้นพร้อมกับกระแสถกเถียงที่กำลังขยายตัวทั่วโลกเกี่ยวกับผลกระทบของ AI ต่อการจ้างงาน
นอกจากนี้ ยังมีข้อสงสัยเรื่อง ‘AI-washing’ หรือการอ้างเหตุผลเรื่อง AI เพื่อกลบการปลดพนักงานครั้งใหญ่ เช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นกับบริษัทเทคโนโลยีอย่าง Block ของ แจ็ก ดอร์ซีย์ และ Oracle
ปรากฏการณ์นี้มีที่มาส่วนหนึ่งจากการที่บริษัทเทคโนโลยีหลายแห่งเร่งจ้างพนักงานจำนวนมากในช่วงการระบาดของโควิดที่กิจกรรมออนไลน์เติบโตอย่างก้าวกระโดด
ขณะที่ปัจจุบันความกังวลกำลังเพิ่มขึ้นว่า AI จะลดการพึ่งพาเครื่องมือซอฟต์แวร์แบบดั้งเดิมลง และกัดกร่อนธุรกิจบริการไอทีสำหรับองค์กร (Enterprise IT) ที่เคยทำกำไรงาม และแม้การใช้ AI จะยังไม่ได้แปลงเป็นผลด้านประสิทธิภาพที่ชัดเจน แต่หลายบริษัทก็กำลังมองหาวิธีทำงานให้ได้มากขึ้นด้วยทรัพยากรที่น้อยลง
ในฝั่งของนักลงทุนนั้น ราคาหุ้นของ Sea เผชิญแรงกดดันมาตั้งแต่เดือนกันยายน ซึ่งช่วงนั้นบริษัทเคยมีมูลค่าราว 1.16 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.80 ล้านล้านบาท) ก่อนที่ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นจะบั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและทำให้ต้นทุนการดำเนินงานสูงขึ้น ส่งผลให้ปัจจุบันนักลงทุนต่างจับตาเส้นทางการเติบโตของบริษัทอย่างใกล้ชิด
สำหรับการดูแลพนักงานที่ได้รับผลกระทบ โฆษกของ Sea ระบุว่าการตัดสินใจเหล่านี้ผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบเสมอ พร้อมยืนยันว่า “สำหรับเพื่อนร่วมงานที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงใดๆ เรามุ่งมั่นที่จะให้การสนับสนุนในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้”
ด้านสหภาพแรงงาน Creative Media and Publishing Union (CMPU) ในสิงคโปร์ ระบุว่า ได้รับแจ้งล่วงหน้าเกี่ยวกับแผนการของบริษัทที่จะดำเนินการ “การปรับจำนวนพนักงานที่ส่งผลกระทบต่อพนักงานบางคน” โดยตัวแทนได้เข้าไปให้ความช่วยเหลือพนักงานที่สำนักงาน Shopee และสำนักงานใหญ่ของ Sea
ทั้งนี้ CMPU กำลังทำงานร่วมกับฝ่ายบริหารเพื่อให้แน่ใจว่าพนักงานที่ได้รับผลกระทบจะได้รับแพ็กเกจชดเชยที่เป็นธรรม โดยพนักงานกลุ่มนี้จะมีวันทำงานวันสุดท้ายในช่วงปลายเดือนมิถุนายนถึงปลายเดือนสิงหาคม
หมายเหตุ: ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 32.74 บาท ณ วันที่ 11 มิถุนายน 2569
ภาพ: Teacher Photo / Shutterstock
อ้างอิง:
- https://www.wsj.com/tech/seas-e-commerce-arm-shopee-cuts-jobs-as-reorganization-continues-3b947c11
- https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-06-10/sea-s-shopee-cuts-hundreds-of-developer-jobs-during-pivot-to-ai
- https://www.straitstimes.com/business/seas-shopee-cuts-hundreds-of-developer-jobs-during-pivot-to-ai


