×

‘เหมือนโรงงานปล่อยมลพิษ’ สรุปคดีศาลนิวเม็กซิโก สั่งปรับ Meta ชี้กระทบสุขภาพจิตเด็ก คุมเข้ม AI Chatbot

07.08.2026
  • LOADING...
โลโก้ Meta บนพื้นหลังสีน้ำเงิน

ศาลนิวเม็กซิโกสั่ง Meta จ่าย 567 ล้านดอลลาร์ พร้อมยกเครื่องมาตรการคุ้มครองเด็ก หลังชี้แพลตฟอร์มสร้างความเสียหายต่อสุขภาพจิตเยาวชน จนเข้าข่ายสร้าง ‘เหตุเดือดร้อนต่อสาธารณะ’ ขณะที่ยังออกมาตรการจำกัดหลายอย่าง ทำให้คำตัดสินดังกล่าวถูกจับตาถึงการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างที่อาจเกิดขึ้นกับเยาวชนในการใช้ AI Chatbot

 

 

ศาลตัดสินอะไร

 

วันนี้ (7 สิงหาคม) สื่อต่างประเทศหลายแห่งรายงานว่า Meta บริษัทแม่ของ Facebook และ Instagram กำลังเผชิญแรงกดดันครั้งใหญ่ หลังศาลรัฐนิวเม็กซิโกมีคำสั่งให้บริษัทจ่ายเงิน 567 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.8 หมื่นล้านบาท) โดยระบุว่า ผลกระทบจากแพลตฟอร์มของบริษัทสร้างความเสียหายต่อสุขภาพจิตของเยาวชน จนเข้าข่าย ‘เหตุเดือดร้อนต่อสาธารณะ’

 

ทั้งนี้ ไบรอัน บีดชีด (Bryan Biedscheid) ผู้พิพากษาศาลรัฐนิวเม็กซิโก มีคำสั่งให้ Meta จ่ายเงินมูลค่าหลายร้อยล้านดอลลาร์เข้าสู่กองทุนสำหรับเยียวยาผลกระทบจากวิกฤตสุขภาพจิตของเยาวชน โดยคำสั่งดังกล่าวจะมีผลเป็นเวลา 5 ปี ซึ่งเงินส่วนนี้จะถูกนำไปใช้สนับสนุนบริการรักษาและช่วยเหลือเด็กและวัยรุ่น รวมถึงการป้องกัน การสร้างความตระหนักรู้ และบริการคัดกรองปัญหาสุขภาพจิต

 

อนึ่ง คำตัดสินดังกล่าวทำให้ Meta ต้องปรับมาตรการคุ้มครองผู้ใช้งานอายุน้อยในรัฐนิวเม็กซิโก เช่น ต้องลบบัญชีของผู้ใช้งานอายุต่ำกว่า 13 ปี และข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดที่บริษัทเก็บรวบรวมจากบัญชีเหล่านั้น ขณะที่ต้องปิดการแจ้งเตือนแอปพลิเคชันระหว่างเวลา 08.00-15.00 น. ในวันธรรมดาระหว่างปีการศึกษา และเวลา 22.00-07.00 น. ในวันอื่น

 

ขณะเดียวกัน ศาลยังให้ Meta ป้องกันผู้ใช้งานในรัฐจากการมีปฏิสัมพันธ์ใน ‘เชิงชู้สาวหรือทางเพศ’ กับแชตบอท AI ของบริษัท โดยสะท้อนว่า ความกังวลเรื่องความปลอดภัยของเด็กกำลังขยายจากโซเชียลมีเดียแบบดั้งเดิมไปถึงเทคโนโลยี AI

 

อย่างไรก็ตาม Meta ระบุว่า ไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินของศาล และเตรียมยื่นอุทธรณ์ โดยยืนยันว่า บริษัททำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาความปลอดภัยของผู้ใช้งาน รวมถึงตรวจจับและนำผู้ไม่ประสงค์ดีและเนื้อหาที่เป็นอันตรายออกจากแพลตฟอร์ม

 

น่าสนใจว่า ในการพิจารณาคดีครั้งนี้ ศาลรัฐนิวเม็กซิโกตอบคำถามว่า แพลตฟอร์มของ Meta สามารถเข้าข่ายเป็นเหตุเดือดร้อนต่อสาธารณะได้ โดยเปรียบเทียบกับโรงงานที่ปล่อยมลพิษ เช่นเดียวกับผลกระทบจากแพลตฟอร์มของ Meta ที่กำลังลุกลามเข้าสู่ชีวิตจริง และสร้างภาระต่อเด็ก ครอบครัว โรงเรียน โรงพยาบาล ตลอดจนหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย

 

มีการมองว่า กรอบการมองของศาลรัฐนิวเม็กซิโก กำลังขยายกรอบความรับผิดชอบของบริษัทเทคโนโลยี โดยจากเดิมที่ถูกมองว่า เป็นเพียงผู้ให้บริการพื้นที่ออนไลน์ ไปสู่คำถามว่า บริษัทควรต้องรับผิดชอบต่อผลกระทบทางสังคมที่เกิดจากการออกแบบและการทำงานของแพลตฟอร์มมากเพียงใด

 

ทำไม Meta ถูกฟ้องในรัฐนิวเม็กซิโก?

 

ในปี 2023 ราอูล ตอร์เรซ อัยการสูงสุดรัฐนิวเม็กซิโก ยื่นฟ้อง Meta ในข้อกล่าวหาว่า บริษัทออกแบบ Facebook และ Instagram ให้จงใจทำให้ผู้ใช้งานอายุน้อยเกิดการเสพติด ขณะที่ยังล้มเหลวในการปกป้องเด็กจากการแสวงหาประโยชน์ทางเพศ

 

ตอร์เรซเคยกล่าวหาว่า แพลตฟอร์มของ Meta กลายเป็น ‘แหล่งเพาะพันธุ์’ สำหรับผู้ที่มุ่งแสวงหาประโยชน์จากเด็ก ซึ่งบริษัทปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว

 

อย่างไรก็ตาม คดีนี้ถูกแบ่งการพิจารณาออกเป็น 2 ระยะ โดยระยะแรก คือ ในเดือนมีนาคม คณะลูกขุนพิจารณาว่า Meta ให้ข้อมูลที่ทำให้ผู้ใช้งานเข้าใจผิดเกี่ยวกับความปลอดภัยของ Facebook และ Instagram หรือไม่

 

ผลคือคณะลูกขุนตัดสินว่า Meta มีความรับผิดในข้อกล่าวหาทั้งหมด รวมถึงการดำเนินแนวทางทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมและหลอกลวง และไม่เป็นธรรมอย่างร้ายแรง พร้อมสั่งให้บริษัทจ่ายค่าเสียหาย 375 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.26 หมื่นล้านบาท)

 

ส่วนการพิจารณาระยะที่ 2 ไม่มีคณะลูกขุน โดยมุ่งตอบคำถามว่า แพลตฟอร์มของ Meta ก่อให้เกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญสาธารณะหรือไม่ ก่อนที่ศาลจะมีคำตัดสินล่าสุดให้บริษัทจ่ายอีก 567 ล้านดอลลาร์ พร้อมดำเนินมาตรการคุ้มครองเด็กเพิ่มเติม

 

ศาลไม่ได้สั่ง Meta ได้ทุกอย่าง

 

อย่างไรก็ตาม แม้คำตัดสินจะกำหนดมาตรการควบคุมหลายด้าน แต่ศาลไม่ได้ตอบรับข้อเรียกร้องทั้งหมดจากฝ่ายอัยการ หนึ่งในนั้น คือข้อเสนอเปลี่ยนแปลงการออกแบบอัลกอริทึม ซึ่งผู้พิพากษาระบุว่า อาจขัดต่อบทแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญสหรัฐอเมริกาฉบับที่ 1 ที่รับรองเสรีภาพในการแสดงออก และมาตรา 230 ของกฎหมายสหรัฐฯ ที่ให้ความคุ้มครองบางประการแก่แพลตฟอร์มออนไลน์ในเนื้อหาที่ผู้ใช้งานสร้างขึ้น

 

อนึ่ง คดีดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสการตรวจสอบบริษัทโซเชียลมีเดียอย่างเข้มข้นในสหรัฐฯ ตั้งแต่ Meta, YouTube, Snap และ TikTok หลังบริษัทเหล่านี้กำลังเผชิญคดีจากหลายรัฐ เขตการศึกษา และหน่วยงานท้องถิ่น

 

เช่น เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา บริษัทดังกล่าวตกลงยุติคดีกับเขตการศึกษาแห่งหนึ่งในรัฐเคนทักกี หลังถูกกล่าวหาว่า แพลตฟอร์มมีส่วนทำให้เด็กเกิดการเสพติด โดยคดีนี้เดิมถูกจับตาว่า จะเป็นคดีแรกในคดีลักษณะเดียวกันหลายร้อยคดีที่เข้าสู่การพิจารณาของศาล

 

ภาพ: Francis Mascarenhas / Reuters

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising