บิล เกตส์ มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้ง Microsoft ให้การปม ‘เอปสตีนไฟล์’ ต่อหน้าสภาคองเกรส ชี้ไม่เคยร่วมก่ออาชญากรรมล่วงละเมิดทางเพศร่วมกับ เจฟฟรีย์ เอปสตีน ย้ำตนถูกนำเรื่องชีวิตส่วนตัวในครอบครัวมาใช้กดดันให้ติดต่อพูดคุย
บิล เกตส์ ให้การในสภาคองเกรสอย่างไร
เมื่อคืนนี้ (10 มิถุนายน) เกตส์เข้าให้การต่อหน้าคณะกรรมาธิการกำกับดูแลและปฏิรูปสภาผู้แทนราษฎร (House Committee on Oversight and Reform) ซึ่งอยู่ภายใต้การสอบสวนของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกา หลังถูกเชื่อมโยงว่า มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไรกับเอปสตีน อาชญากรล่วงละเมิดทางเพศและค้ามนุษย์
ก่อนหน้านี้ เจมส์ โคเมอร์ ประธานคณะกรรมาธิการฯ ขอเกตส์ออกมาให้การปมเอปสตีนไฟล์เดือนมีนาคมที่ผ่านมา เหมือนกับคนอื่นๆ เช่น บิล และฮิลลารี คลินตัน โดยเป็นผลสืบเนื่องจากการที่กระทรวงยุติธรรมเปิดเผยเอกสารหลายล้านหน้า ซึ่งเกี่ยวข้องกับเอปสตีน และเนื้อหาบางส่วนกล่าวถึงเกตส์ในหลายครั้ง
ตามรายงานของ New York Times เกตส์ใช้เวลา 4 ชั่วโมงในการไต่สวน แต่ก่อนหน้านั้น มีการเผยแพร่แถลงการณ์ตอกย้ำว่า เขารู้สึกเสียใจที่ข้องเกี่ยวกับเอปสตีน แต่ไม่ได้มีส่วนร่วมในอาชญากรรมใดๆ พร้อมย้ำว่า เขาไม่เคยล่วงละเมิดทางเพศใคร
“ในงานที่ผมทำ ชื่อเสียงคือรากฐานสำหรับการพัฒนาความร่วมมือที่ช่วยชีวิตผู้คน การพบกับเอปสตีนเป็นความผิดพลาดร้ายแรงในการตัดสินใจ และทำให้งานนี้ตกอยู่ในความเสี่ยง” เกตส์ระบุในแถลงการณ์ว่า พฤติกรรมของเอปสตีนตรงกันข้ามกับเขา รวมถึงความพยายามทั้งหมดที่จะสร้างโลกที่ทุกคนมีโอกาส มีชีวิตที่ดี และคุณภาพ
จากบทสัมภาษณ์ของ The Guardian เกตส์ให้การกับสภาคองเกรสว่า เขาได้รับคำแนะนำให้รู้จักกับเอปสตีนในปี 2011 จากบุคคลในแวดวงการทำงานและการกุศล โดยมีการอ้างว่า เอปสตีนสามารถระดมทุนหลายพันล้านดอลลาร์เพื่อทำงานด้านสาธารณสุข
มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้ง Microsoft เล่าว่า เขารู้เรื่องที่เอปสตีนเคยเผชิญคดีทางกฎหมาย (ซึ่งคาดว่า เป็นคดีในปี 2008 หรือความผิดการชักชวนผู้เยาว์ค้าประเวณีในรัฐฟลอริดา) แต่ไม่ทราบถึงขอบเขตอาชญากรรมที่เกิดขึ้น โดยยอมรับว่า ตนไม่ได้เป็นฝ่ายตรวจสอบให้ถี่ถ้วนอย่างที่ควรทำ
เกตส์และเอปสตีนคุยกันแค่ 3 ครั้งในปี 2011 และ 2 ครั้งในปี 2012 โดยเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการทำงาน ก่อนจะเริ่มมาพูดคุยลึกซึ้งยิ่งขึ้นในปี 2013 และ 2014 ซึ่งเน้นเรื่องการให้บริจาคเงิน
อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ฉันมิตรยุติลงในปี 2014 หลังไม่มีผู้สนใจโครงการบริจาคทางกุศล เกตส์ชี้ว่า เอปสตีนทำตามสัญญาไม่ได้ พร้อมยื่นคำขาดไปว่า จะไม่ร่วมมือด้วยอีกต่อไป พร้อมทั้งขอให้หยุดการติดต่อสื่อสารและการพบปะ
เกตส์ระบุว่า ความสัมพันธ์ควรจะสิ้นสุดในเดือนธันวาคมปี 2014 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พนักงานคนหนึ่งกำลังลาออก แต่ปรากฏว่า เอปสตีนเข้ามายุ่งเกี่ยวชีวิตพนักงานคนนั้น ทั้งมีการแลกอีเมล เบอร์โทร การประชุม และให้คำปรึกษาเรื่องลาออก จนสุดท้ายเหมือนกับว่า เกตส์ยังติดต่อเขาอยู่
“หลังจากนี้นี่เองที่ผมได้รู้ว่า เอปสตีนได้รับรู้ข้อมูลที่ละเอียดอ่อนเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวของผม รวมถึงความจริงที่ว่าผมเคยนอกใจในชีวิตแต่งงาน” เกตส์เล่ากับคณะกรรมการสภาคองเกรส พร้อมย้ำว่า เขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องชู้สาวของเอปสตีนเลย แต่ถูกแบล็กเมลซ้ำเพื่อให้กลับไปติดต่อ
ผู้ก่อตั้ง Microsoft ยังเผยกลลวงว่า เอปสตีนพยายามสร้างภาพลักษณ์ที่ชอบธรรมให้กับตนเอง โดยใช้คอนเนกชันและความมีอิทธิพลเพื่อเบี่ยงเบนการตรวจสอบจากสาธารณะ พร้อมยอมรับผิดว่า ตนเองสนใจการระดมทุนระดับโลกมากเกินไป จนยอมให้เรื่องดังกล่าวอยู่เหนือการใช้วิจารณญาณ
ความเห็นสภาคองเกรสต่อคำให้การ บิล เกตส์
เบื้องต้น มีรายงานว่า เนื้อหาที่เกตส์ให้การต่อหน้าคณะกรรมาธิการจะออกมาในภายหลัง โดย โรเบิร์ต การ์เซีย สส.พรรคเดโมแครต และแกนนำในคณะกรรมาธิการฯ ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า เกตส์ให้ความร่วมมือดี พร้อมทั้งตอบคำถามให้ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลอื่นในแวดวงเอปสตีน
ส่วน สตีเฟน ลินช์ สส.พรรคเดโมแครตกล่าวเสริมว่า คณะกรรมการฯ พยายามจี้ถามในประเด็นที่ว่า ความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างเขากับเอปสตีน โดยเฉพาะในช่วงหลังจากอาชญากรค้ามนุษย์ถูกจับในฐานะผู้กระทำความผิดทางเพศในปี 2008 ไปแล้ว
อนึ่ง แมกซ์เวลล์ ฟรอสต์ สส.พรรคเดโมแครตอีกคนกล่าวว่า เกตส์ตรงไปตรงมามาก และเตรียมพร้อมมาอย่างดี ถือว่าดีกว่ากรณี แพม บอนดี อดีตรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมที่อ้างว่า เธอไม่รู้เลยและโยนความผิดเรื่องการปล่อยเอปสตีนไฟล์ให้ ท็อดด์ บลานช์ รัฐมนตรีคนปัจจุบัน โดยย้ำว่า ในการสอบปากคำ ไม่ใช่ว่าจะได้ข้อมูลใหญ่เสมอ แต่เป็นการได้ชิ้นส่วนมาประติดประต่อจากข้อมูลก่อนหน้านี้
นอกจากนี้ ซูฮาส ซูบรามาเนียม สส.พรรคเดโมแครตเล่าว่า เขารู้สึกได้อย่างชัดเจนว่า คำให้การของเกตส์บ่งชี้ว่า เอปสตีนไม่ได้มีความสำคัญกับชีวิตของเขาเท่าไรนัก เป็นเพียง ‘ตัวละครรอง’ ในโลกทั้งหมดด้วยซ้ำ หากแต่เกตส์รู้ปูมหลังของเอปสตีน แต่เลือกที่จะทำสัญญากับปีศาจด้วยความคิดที่ว่า อาจจะช่วยริเริ่มโครงการสาธารณสุขได้จริง
ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา The Wall Street Journal เคยรายงานว่า เกสต์ออกมาขอโทษพนักงานในการประชุมทาวน์ฮอลล์ แต่ปฏิเสธว่า ไม่มีส่วนรู้เห็น ไม่เคยทำผิดกฎหมาย และไม่เคยไปเกาะลิตเติลเซนต์เจมส์ (Little St. James) หรือพื้นที่ค้ามนุษย์และล่วงละเมิดของเอปสตีน แต่ยอมรับว่า เคยมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับหญิงสาวรัสเซีย 2 คนเพียง 2 ครั้งเท่านั้น
ในเอปสตีนไฟล์ที่ถูกเปิดเผย ปรากฏอีเมลที่เอปสตีนส่งให้ตัวเองในเดือนพฤษภาคม 2013 โดยฉบับแรก คือ ร่างจดหมายลาออกของ บอริส นิโคลิช ที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ของเกตส์ ส่วนอีเมลฉบับสองมีเนื้อหาปัญหาการสมรสของเกตส์และเมลินดา โดยระบุว่า เอปสตีนเป็นฝ่ายอำนวยความสะดวกใน ‘การนัดพบที่ผิดศีลธรรม’
ภาพ: Elizabeth Frantz / Reuters
อ้างอิง:


