สถานการณ์การนับคะแนนผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีเปรูดำเนินไปอย่างสูสีและคู่คี่อย่างมาก หลังประชาชนชาวเปรูออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งเลือกผู้นำรอบสุดท้าย เมื่อวันที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมา
ประเด็นสำคัญ
ขณะนี้ (10 มิถุนายน) การนับคะแนนผ่านไปแล้ว 96.64% โรแบร์โต ซานเชซ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสายชาตินิยมและฝ่ายซ้าย จากพรรค Together for Peru (JP) มีคะแนนนำอยู่ที่ 50.11% ขณะที่ เคโกะ ฟูฆิโมริ นักการเมืองสายคอนเซอร์เวทีฟ จากพรรค Popular Force (FT) ตามมาติดๆ ที่ 49.89% ซึ่งคิดเป็นช่องว่างที่ห่างกันเพียงราว 40,000 คะแนนเท่านั้น
นักวิเคราะห์มองว่า สถานการณ์นี้ยัง ‘สามารถพลิกกลับได้’ เนื่องจากคะแนนเสียงในพื้นที่ชนบทที่สนับสนุนซานเชซนั้นถูกนับไปเกือบหมดแล้ว แต่ยังมีคะแนนเสียงจากต่างประเทศและคะแนนจากเขตเมืองหลวงอย่างกรุงลิมาซึ่งมีแนวโน้มที่จะสนับสนุนฟูฆิโมริรอการนับและตรวจสอบอยู่
ใครคือ แคนดิเดต 2 คนสุดท้าย ชิงเก้าอี้ ‘ประธานาธิบดีเปรูคนใหม่’
โรแบร์โต ซานเชซ
ปัจจุบันอายุ 57 ปี เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีมาก่อน เขาคือหนึ่งในพันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดของ เปโดร กัสตีโญ อดีตประธานาธิบดีที่กำลังถูกจำคุก โดย ซานเชซ มุ่งเน้นไปที่นโยบายการปฏิรูปเศรษฐกิจและสังคมที่เอาใจรากหญ้า
เขาเสนอให้มีการปฏิรูปรัฐธรรมนูญ เก็บภาษีลาภลอย (Windfall Taxes) เก็บภาษีความมั่งคั่ง และปฏิรูปสัมปทานเหมืองแร่ นอกจากนี้เขายังให้คำมั่นว่าจะปราบปรามการทุจริตในหมู่ตำรวจ สนับสนุนการลงทุนจากประเทศจีน และเปิดกว้างต่อทุกทางเลือกที่จะสร้างงานและความก้าวหน้า ซานเชซ ยังประกาศตัวว่า เป็นตัวแทนของขบวนการประชาชนที่เรียกร้องความยุติธรรมและประชาธิปไตยในเปรู
เคโกะ ฟูฆิโมริ
ปัจจุบันอายุ 51 ปี เป็นลูกสาวของ อัลแบร์โต ฟูฆิโมริ อดีตประธานาธิบดีเผด็จการผู้ล่วงลับ ซึ่งมีประวัติอื้อฉาวและถูกจำคุกจากคดีละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเธอเริ่มต้นเส้นทางการเมืองตั้งแต่อายุเพียง 19 ปี โดยเปิดตัวในเวทีระดับนานาชาติในฐานะสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของเปรู ในปี 1994 เธอรับหน้าที่นี้แทน ซูซานา ฮิกุจิ (Susana Higuchi) ผู้เป็นแม่ ที่แยกทางกับพ่อหลังจากออกมาแฉเรื่องการทุจริตเงินบริจาคระหว่างประเทศในรัฐบาล และครั้งนี้คือการลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเปรูครั้งที่ 4 ของเคโกะ ฟูฆิโมริ และพรรคของเธอก็มีที่นั่งหลายที่นั่งในรัฐสภา
เธอชูนโยบายปราบปรามอาชญากรรมอย่างเด็ดขาด โดยอ้างอิงถึงความสำเร็จของพ่อเธอที่เคยปราบปรามกลุ่มหัวรุนแรง Shining Path ในอดีต พร้อมผลักดันให้เพิ่มกำลังทหารและตำรวจในพื้นที่เสี่ยง และการบังคับให้ผู้ต้องขังต้องทำงาน เพื่อชดใช้ให้สังคม
การเลือกตั้งครั้งนี้สำคัญอย่างไร
นักวิเคราะห์มองว่า การเลือกตั้งผู้นำเปรูครั้งนี้ จะเป็นบททดสอบเสถียรภาพทางการเมือง ผู้ชนะในครั้งนี้จะได้ก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดีคนที่ 9 ในรอบ 10 ปีของเปรู ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงวิกฤตความไร้เสถียรภาพทางการเมืองที่เรื้อรังมาอย่างยาวนาน เปรูกำลังต้องการผู้นำที่จะมากอบกู้สถานการณ์ แม้ว่าผู้สมัครรอบสุดท้ายทั้งสองคนต่างมีความเชื่อมโยงกับอดีตผู้นำที่มีภาพลักษณ์อื้อฉาวและพัวพันกับการทุจริตก็ตาม
นอกจากนี้การเลือกตั้งนี้ยังเป็นบทพิสูจน์การสมานรอยร้าวในสังคม คะแนนเสียงที่สูสีและคู่คี่กันมากแสดงให้เห็นถึงความแตกแยกอย่างลึกซึ้งในสังคมเปรู ระหว่างกลุ่มคนเมืองและชาวเปรูในต่างประเทศที่สนับสนุนฟูฆิโมริ กับกลุ่มชนพื้นเมือง เกษตรกร และประชากรในชนบทที่ต้องการทวงคืนอำนาจรัฐให้ประชาชนผ่านการสนับสนุนซานเชซ
ผู้ชนะการเลือกตั้งจะต้องรับภาระหนักในการบริหารประเทศที่ถูกแบ่งเป็นสองฝักสองฝ่าย โดยฟูฆิโมริเองก็ได้ระบุว่า ผู้นำพรรคจะต้องหาทาง ‘สร้างสะพาน’ เพื่อเชื่อมโยงประชาชนทุกฝ่าย หลังการเลือกตั้งนี้สิ้นสุดลง
โดยทั้งซานเชซและฟูฆิโมริต่างเรียกร้องให้ประชาชนอดทนรอ โดยหน่วยงานการเลือกตั้งของเปรูคาดว่า จะนับคะแนนเสร็จสมบูรณ์ 100% ภายในเดือนกรกฎาคม และผู้ชนะจะได้สาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีเปรูคนใหม่อย่างเป็นทางการในวันที่ 28 กรกฎาคมนี้
ภาพ: Alessandro Cinque / Reuters
อ้างอิง:
- https://www.reuters.com/business/finance/peru-race-tightens-again-markets-rise-overseas-ballots-pour-2026-06-09/
- https://apnews.com/article/peru-presidential-election-fujimori-sanchez-crime-mining-62e31db16bb624e9229fda8e78b28c09
- https://edition.cnn.com/2026/06/07/americas/peru-president-election-keiko-fujimori-intl-latam


