การเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ร้อยเอ็ด กำลังจะเริ่มขึ้นในวันพรุ่งนี้ (26 กรกฎาคม) ท่ามกลางความพร้อมของทุกภาคส่วน โดยตั้งเป้าผู้ออกมาใช้สิทธิ 60% และคาดว่าจะทราบผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการได้ภายในเวลา 22.00 น.
วันนี้ (25 กรกฎาคม) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดกิจกรรมสื่อมวลชนสัญจร นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่หอประชุมอำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อสังเกตการณ์การเตรียมความพร้อมและการส่งมอบวัสดุอุปกรณ์การเลือกตั้งแก่กรรมการประจำหน่วย (กปน.)
โดยการส่งมอบแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงเช้าสำหรับ 6 ตำบล 74 หน่วย และช่วงบ่ายสำหรับ 6 ตำบล 73 หน่วย รวมทั้งสิ้น 12 ตำบล 147 หมู่บ้าน
ชัชวาลย์ เบญจสิริวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมด้วย พรรณวิภา สังฆทิพย์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดร้อยเอ็ด ได้ลงพื้นที่ร่วมสังเกตการณ์และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่
ชัชวาลย์เปิดเผยว่า จังหวัดร้อยเอ็ดมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งนายก อบจ. ในครั้งนี้กว่า 1,060,000 คน โดยตั้งเป้าผู้ออกมาใช้สิทธิไว้ที่ 60% ซึ่งประเมินจากค่าเฉลี่ยการออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในทุกสนามที่ผ่านมา การดำเนินการของจังหวัดแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก คือ
- การดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย ซึ่งได้มอบหมายให้รองผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ด ร่วมกับทุกภาคส่วนดูแลอย่างใกล้ชิด
- การสนับสนุนบุคลากร เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และฝ่ายปกครอง เพื่อปฏิบัติหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งร่วมกับ กกต.
ผู้ว่าฯ ร้อยเอ็ดได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกคนปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบของ กกต. อย่างเคร่งครัด หากมีข้อสงสัยหรือเหตุต้องใช้ดุลยพินิจ ให้สอบถาม กกต. โดยตรง เพื่อหลีกเลี่ยงการตัดสินใจที่ไม่สมเหตุสมผล พร้อมเชิญชวนประชาชนสละเวลาเพียง 5-10 นาที ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในวันพรุ่งนี้ตั้งแต่เวลา 08.00 น. เพื่อคัดเลือกบุคคลที่มีคุณภาพเข้าบริหาร อบจ. ซึ่งเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ใหญ่ที่สุด อันจะส่งผลให้จังหวัดร้อยเอ็ดสามารถพัฒนาทัดเทียมกับจังหวัดอื่น ๆ ได้
สำหรับมาตรการรับมือกับสภาพอากาศ ชัชวาลย์ประเมินว่าฝนอาจตกในช่วงบ่ายถึงเย็น แต่คาดว่าผลกระทบจะไม่รุนแรง ประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิในช่วงเช้าถึงบ่ายน่าจะไม่ได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ตาม กกต. ได้จัดเตรียมสถานที่เลือกตั้งที่ปลอดภัยจากสภาพอากาศ และเน้นการจัดหน่วยเลือกตั้งภายในอาคารเป็นหลัก
พรรณวิภาให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีเจ้าหน้าที่ กปน. และเจ้าหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยรวม 22,000 คน กระจายอยู่ใน 2,539 หน่วยเลือกตั้งทั่วจังหวัด ยังไม่รวมเจ้าหน้าที่ระดับอำเภออีกกว่า 100 คน และผู้ช่วยเหลือด้านต่าง ๆ อีกเกือบ 1,000 คน
สำหรับหน่วยเลือกตั้งที่ยังคงใช้เต็นท์อยู่ภายนอกอาคาร พรรณวิภาระบุว่ามีเพียงร้อยละ 2 ของหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด เนื่องจากบางพื้นที่ไม่มีศาลาประชาคมหรือวัด แต่ได้กำชับให้จัดทำเต็นท์ให้มีความมั่นคงแข็งแรง อย่างไรก็ตาม การสนับสนุนงบประมาณจากจังหวัดเพื่อสร้างศาลาประชาคมในช่วงที่ผ่านมา ทำให้จำนวนหน่วยเลือกตั้งที่เป็นเต็นท์ลดลงอย่างมาก
ในส่วนของเรื่องร้องเรียน ปัจจุบันมีผู้ร้องเรียนเข้ามาเพียง 1 เรื่อง ซึ่งอยู่ระหว่างกระบวนการสืบสวนและไต่สวนตามกฎหมาย ภายในกรอบเวลา 20 วัน และสามารถขยายเวลาได้อีก 2 ครั้ง ครั้งละ 15 วัน กกต. ยืนยันจะเร่งดำเนินการเพื่อให้เกิดความเที่ยงธรรมสูงสุด
หลังปิดหีบลงคะแนน จะมีการรายงานผลจากหน่วยเลือกตั้งไปยังที่ว่าการอำเภอ เพื่อบันทึกข้อมูลเข้าระบบ โดย อบจ. ร้อยเอ็ด ได้พัฒนาโปรแกรมลงคะแนนเอง และจะเน้นย้ำความถูกต้องของข้อมูลทุกส่วน ทั้งจำนวนผู้มาใช้สิทธิ บัตรเลือกตั้ง และผลคะแนน ก่อนจะเผยแพร่ให้ประชาชนทราบ โดยคาดว่าจะทราบผลอย่างไม่เป็นทางการได้ไม่เกินเวลา 22.00 น.
พรรณวิภายังได้เน้นย้ำถึงข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้สมัครรับเลือกตั้งว่า จะต้องยุติการหาเสียงทุกรูปแบบ ทั้งการหาเสียงในพื้นที่และการโพสต์ผ่านโซเชียลมีเดีย ภายในเวลา 18.00 น. ของวันนี้ (25 กรกฎาคม) ส่วนผู้มีสิทธิเลือกตั้งขอให้เตรียมเอกสารยืนยันตัวตน เช่น บัตรประจำตัวประชาชน หรือแอปพลิเคชัน ThaiD และตรวจสอบหน่วยเลือกตั้งรวมถึงลำดับที่ให้ชัดเจน ทั้งนี้ ที่ว่าการอำเภอทุกแห่งเปิดให้บริการทำบัตรประชาชนโดยไม่มีวันหยุด เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนอย่างเต็มที่
ประเด็นสำคัญอีกประการคือ การป้องกันการทุจริตผ่านบัตรเลือกตั้ง กกต. ได้จัดทำตราประทับลับเพื่อประทับลงบนบัตรเลือกตั้งทุกใบรวม 1,080,000 ฉบับ โดยใช้เจ้าหน้าที่ประทับตราด้วยมือ หากพบบัตรเลือกตั้งชำรุด มีตำหนิ หรือไม่มีตราประทับ กปน. จะถูกสั่งให้พับบัตรใบนั้นและข้ามไปใช้ใบถัดไป พร้อมบันทึกเหตุการณ์ลงในสมุดรายงานประจำหน่วย เพื่อป้องกันข้อครหาและปัญหาในขั้นตอนการวินิจฉัยบัตร โดยยืนยันว่ามีบัตรสำรองเพียงพอสำหรับผู้ใช้สิทธิทุกคน






