×

ไทยโตการใช้ AI เร็วเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากเกาหลีใต้ แต่ยังมีอีกกว่า 87.6% ที่ยังไม่เริ่มใช้

09.06.2026
  • LOADING...
ภาพกราฟิกแสดงการเติบโตของ AI พร้อมข้อความ 'ไทยโตการใช้ AI เร็วอันดับ 2 ของโลก แต่ 87.6% ยังไม่เริ่มใช้' และภาพผู้บริหาร

ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย เปิดเผยในงาน Microsoft AI Tour Bangkok ว่า อัตราการนำ AI มาใช้อย่างจริงจังในกลุ่มวัยทำงานของไทยเพิ่มขึ้นจาก 9.1% ในครึ่งแรกของปี 2568 เป็น 12.4% ในไตรมาส 1/2569 หรือเติบโต 36.4% เทียบปีต่อปี ทำให้ไทยเป็นประเทศที่มีอัตราการเติบโตด้านการใช้ AI เร็วที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากเกาหลีใต้

 

 
 

ตัวเลขนี้มาจากรายงาน Global AI Diffusion และ Work Trend Index 2026 ของไมโครซอฟท์ ที่สำรวจการใช้ AI ใน 147 ประเทศทั่วโลก

 

“โลกของเรากำลังนำ AI มาประยุกต์ใช้ในสเกลที่ใหญ่มาก” ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย และตลาดใหม่ ระบุพร้อมยกตัวอย่างว่า สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ได้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านการรับเอา AI มาประยุกต์ใช้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เพราะ UAE ได้จัดตั้งกระทรวง AI ล่วงหน้าถึง 2 ปีก่อนหน้าที่จะเกิดกระแส Generative AI ขึ้น ทำให้พวกเขากลายเป็นผู้นำด้านการนำเทคโนโลยีมาใช้อย่างแท้จริง

 

โอกาสยังเปิดกว้าง 87.6% ของคนไทยยังไม่เริ่มใช้ AI

 

แม้ภาพรวมอัตราการใช้ AI ของไทยที่ 12.4% จะยังตามหลังค่าเฉลี่ยโลกที่ 17.8% แต่เมื่อเจาะเฉพาะกลุ่ม Frontier Professional หรือผู้ใช้ AI ระดับสูง พบว่าไทยมีการใช้ AI สูงถึง 32% เทียบกับค่าเฉลี่ยโลกที่ 16% หรือมากกว่า 2 เท่า

 

ขณะที่มิติด้านภาวะผู้นำ คนทำงานไทย 51% มองว่าผู้นำในองค์กรของตนมีวิสัยทัศน์ด้าน AI ที่ชัดเจน สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 26% ราว 2 เท่าเช่นกัน

 

“วิสัยทัศน์ของผู้นำเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดความสำเร็จของ AI และตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าไทยอยู่ในทิศทางที่ถูกต้อง”

 

อย่างไรก็ตาม ธนวัฒน์ระบุว่ายังมีประชากรอีกกว่า 87.6% ในไทยที่ยังไม่ได้เริ่มใช้ AI ทั้งกลุ่มคนทำงานในโรงงาน, เกษตรกร, แพทย์, พยาบาล, ครู และนักเรียน ซึ่งเป็นโอกาสที่ยังไม่ถูกใช้ เพราะระบบนิเวศไม่ได้มีแค่พนักงานในออฟฟิศ

 

โดยตลาด AI ของไทยกำลังเปลี่ยนผ่านจากช่วง ‘การทดลองใช้’ ไปสู่ ‘การสร้างความสำเร็จทางธุรกิจ’ (Business Success) ขณะที่ความท้าทายหลักยังอยู่ที่เรื่องทักษะ และความน่าเชื่อถือกับความปลอดภัย

 

องค์กรไทยนำ AI ใช้งานจริง ตั้งแต่แบงก์ถึงโรงไฟฟ้า

 

ภายในงานมีองค์กรไทยหลายแห่งเปิดตัวอย่างการใช้ AI จริง โดย LH Bank เปิดตัว GENIE AI บนแอป LHB You ผู้ช่วยธนาคารที่สั่งงานด้วยเสียงรายแรกของไทย พัฒนาบน Azure OpenAI Service รองรับภาษาไทย อังกฤษ และจีนกลาง

 

ด้าน AutoX ผู้ให้บริการสินเชื่อจำนำทะเบียนรถในกลุ่ม SCBX นำ Azure OpenAI มาตรวจสอบการสื่อสารกับลูกค้าผ่านคอลเซ็นเตอร์ได้ครบ 100% ทุกสาย จากเดิมที่ใช้เจ้าหน้าที่สุ่มตรวจได้เพียง 5-10%

 

ขณะที่ SCGC พัฒนาทักษะ AI ให้พนักงานกว่า 5,000 คนในไทยและเวียดนามตั้งแต่ปี 2567 ใช้ AI ประมวลผลเอกสารกว่า 2,000,000 หน้าอย่างแม่นยำ 100% ประหยัดเวลากว่า 4,000 ชั่วโมง และลดเวลาวิเคราะห์ข้อมูลลงกว่า 80%

 

ส่วน GPSC แกนนำธุรกิจไฟฟ้ากลุ่ม ปตท. นำ Copilot Studio และ Microsoft Fabric มาวางแผนซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าล่วงหน้า ช่วยลดต้นทุนบำรุงรักษา 10% ในระยะแรก

 

ไมโครซอฟท์ลงทุนกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ เร่งพัฒนาทักษะคนไทย

 

ไมโครซอฟท์ขยายความร่วมมือด้านการพัฒนาทักษะ AI โดยร่วมกับ SCBX ฝึกอบรมพนักงานไปแล้วกว่า 15,171 คน และร่วมกับ AIS Business เปิดโครงการ ‘AI Ready for SMEs’ นำ AI ของไมโครซอฟท์ผนวกกับโครงสร้างเครือข่ายของ AIS ให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงได้ง่ายขึ้น

 

ขณะที่โครงการ Microsoft Elevate พัฒนาทักษะให้คนไทยแล้วกว่า 780,000 คนในรอบ 10 เดือน พร้อมมอบประกาศนียบัตรรับรองกว่า 350,000 ใบ

 

ทั้งนี้ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ไมโครซอฟท์ประกาศลงทุนกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.6 หมื่นล้านบาท) ระหว่างปี 2569-2571 เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และคลาวด์ในไทย

 

สำหรับงาน AI Tour Bangkok จัดขึ้นต่อจากงานประชุมนักพัฒนาประจำปีของไมโครซอฟท์ Build 2026 เมื่อวันที่ 2-3 มิถุนายนที่ผ่านมา

 

ภาพ : ThongSam / Shutterstock

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories