ภายในงานมีการจัดแสดงผลงานจาก 10 ชุมชน กว่า 100 ผลิตภัณฑ์ พร้อมแฟชั่นโชว์ “THE WALK OF WOVEN IDENTITIES” ที่นำลายผ้าและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาออกแบบใหม่ให้ร่วมสมัย สะท้อนว่าผ้าไทยสามารถสวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน และต่อยอดเป็นรายได้ให้กับชุมชน
ศุภมาส กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่ได้เห็นคนรุ่นใหม่หันมาสนใจอัตลักษณ์ไทย โดยการจัดงานครั้งนี้เป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงฟื้นฟูผ้าไทยให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมและสร้างอาชีพแก่ประชาชนทั่วประเทศ และสืบสานพระราชปณิธานของ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ที่ทรงฉลองพระองค์ด้วยผ้าไทยในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงร่วมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ผู้ทรงนำผ้าไทยสู่เวทีโลกผ่านโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” จนได้รับการถวายตำแหน่งทูตด้านแฟชั่นและการออกแบบจากองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) เป็นพระองค์แรกของโลก
“ผ้าไทยคือเรื่องราวของวิถีชีวิต วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของคนไทย งานครั้งนี้เปิดโอกาสให้นักออกแบบและผู้ประกอบการต่อยอดผ้าไทยให้ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ควบคู่กับการรักษารากเหง้าของชาติ” ศุภมาสกล่าว
ศุภมาสยังได้เชิญชวนประชาชนสวมใส่ผ้าไทยในชีวิตประจำวัน โดยทุกครั้งที่เราเลือกสวมใส่ผ้าไทย คือการสร้างรายได้ให้ช่างทอไทย และส่งเสริมให้ Soft Power ไทยเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมขอบคุณคณะทำงานและผู้ประกอบการทุกภาคส่วน ก่อนประกาศปิดงานอย่างเป็นทางการ


