วันนี้ (27 กรกฎาคม) เวลา 11.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีรัฐบาลแถลงเตรียมพับโครงการแลนด์บริดจ์ โดยยืนยันว่า ไม่ได้พับ แต่เป็นการดำเนินการตามสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งขณะนี้เห็นว่าการทำ Missing Link หรือโครงการเชื่อมต่อทางรถไฟ จะทำให้การดำเนินการเกิดขึ้นได้รวดเร็วขึ้น แล้วจึงปรับปรุงท่าเรือทั้งสองฝั่ง ดังนั้น เมื่อถึงเวลาอันควร มีความจำเป็น หรือมีความเหมาะสมทางภูมิรัฐศาสตร์ ก็สามารถนำโครงการกลับมาปัดฝุ่นได้ตลอดเวลา
ส่วนท่าเรือระนองจะสร้างใหม่หรือใช้พื้นที่เดิมพัฒนาต่อยอด นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รายละเอียดจะต้องศึกษาเพิ่มเติม และจะต้องมีการปรับปรุงยกระดับ แต่ขณะนี้ตนยังไม่ได้หารือรายละเอียดผลการศึกษากับ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการศึกษาแนวทางขับเคลื่อนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่ง เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน หรือโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งได้หารือร่วมกับกระทรวงคมนาคม จนได้ข้อสรุปตามที่แถลง
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังมีอีกหลายโครงการที่จะดำเนินการในพื้นที่ดังกล่าว โดยการปรับปรุงท่าเรือจะต้องพิจารณาว่าจำเป็นต้องปรับปรุงทั้งสองฝั่งหรือไม่ รวมถึงโครงการ Missing Link ซึ่งจะช่วยให้เส้นทางรถไฟมีความเชื่อมโยงมากขึ้น เพราะปัจจุบันเส้นทางรถไฟยังไม่ผ่านภาคตะวันตก หากดำเนินการสำเร็จก็จะสามารถเชื่อมโยงมายังภาคตะวันตกได้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของการเชื่อมโยงระบบขนส่งสินค้า
ส่วนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (บอร์ดอีอีซี) จะนัดประชุมเมื่อใด นายกรัฐมนตรี ระบุว่า คาดว่าจะประชุมในเร็วๆ นี้ โดยหลังวันที่ 28 กรกฎาคม จะเชิญ จุฬา สุขมานพ เลขาธิการอีอีซี มาหารือ
เมื่อถามว่ามีแนวทางจะยกเลิกสัญญาจริงหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังไม่ถึงขั้นนั้น เพราะสัญญาลักษณะนี้ไม่สามารถยกเลิกได้โดยง่าย และต้องศึกษาอย่างละเอียด อย่างที่ตนเคยกล่าวว่า การยกเลิกสัญญาใดๆ ต้องได้รับความเห็นชอบจากทั้งสองฝ่าย โดยส่วนใหญ่ในการทำสัญญาภาครัฐ ภาครัฐไม่ได้เป็นฝ่ายผิดสัญญา และแม้ภาครัฐจะผิดสัญญา ก็ยังมีกระบวนการแก้ไขหรือเยียวยา จึงไม่ค่อยเห็นการยกเลิกสัญญาระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน เพราะสัญญามีความรัดกุมมาก ส่วนรายละเอียดค่อยว่ากันอีกครั้ง


