วันนี้ (27 กรกฎาคม) สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงกรณียูเนสโกประกาศ ‘วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร’ จังหวัดนครศรีธรรมราช ขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม ว่า เรื่องนี้เป็นข่าวดีของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ โดยเฉพาะชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งถือเป็นความยิ่งใหญ่ของมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศชาติ โดยการยื่นขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกนั้น มีคณะกรรมการจากหลายประเทศร่วมพิจารณา ซึ่งประเทศไทยมีตน ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และผู้ที่เกี่ยวข้อง เป็นตัวแทนเข้าร่วมการประชุมด้วย
สุชาติกล่าวอีกว่า การที่ขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร นั้นดำเนินการมา 5 รัฐบาลแล้ว ตั้งแต่ปี 2562 พร้อมย้ำว่า ความสำเร็จในครั้งนี้ ไม่ได้บอกว่ามาสำเร็จในยุคเราเป็นรัฐบาล แต่ต้องที่ผ่านมาที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เพราะต้องหาเหตุและผลมาประกอบ ซึ่งวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร มีอายุมาประมาณ 1,500 ปี มีโบราณวัตถุรวม 32,000 ชิ้น เราจะต้องถ่ายภาพทั้ง 32,000 ชิ้น ส่งการบ้านให้กับองค์กรยูเนสโกด้วย รวมถึงให้ข้อมูลเจ้าหน้าที่ที่เดินทางมาตรวจสอบที่ประเทศไทย
ดังนั้น การเอาอารยธรรมเก่าแก่ต่างๆ ของประเทศไทยขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกนั้นทำได้ยากมาก ซึ่ง อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญ โดยส่งตนเองเป็นคณะผู้แทนเดินทางไปร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม
สุชาติยังเปิดเผยว่า หลังจากนี้เตรียมผลักดัน 7 วัดสำคัญ ร่วมกับคูเมืองและกำแพงเมืองเชียงใหม่ รวมเป็น 8 แหล่งวัฒนธรรม ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ซึ่งตนได้ไปศึกษาว่าประเทศที่มีการขอขึ้นทะเบียนมีลักษณะคล้ายแบบนี้ คือ ที่หลวงพระบาง สปป.ลาว แต่ทั้งนี้ต้องเกิดจากความร่วมมือของประชาชนในท้องถิ่น ไม่ใช่เพียงแค่ทางกระทรวง หรือรัฐบาลทำให้ฝ่ายเดียว เหมือนที่วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหารมีชาวบ้าน และผู้นำท้องที่เป็นหนึ่งเดียวกัน ซึ่งที่จังหวัดเชียงใหม่อยู่ในขั้นตอนที่เจ้าหน้าที่จะเดินทางมาตรวจสถานที่ในเร็วๆ นี้ ก็ต้องเตรียมข้อมูลและประสานกับชาวบ้าน
สุชาติกล่าวต่อว่า เรื่องนี้อาจจะมีบางคนไม่ยินดีด้วย ซึ่งมองว่าไม่ควรเกิดขึ้นในบรรยากาศแบบนี้ เราต้องมีวุฒิภาวะ อย่าเอาเรื่องความดีใจของคนไทยทั้งประเทศมาเป็นเรื่องการเมือง เราทำมา 5 รัฐบาลแล้ว ถ้าวันนี้ทำเรื่องสำคัญ ยื่นขึ้นทะเบียนมรดกโลก แล้วอีก 5-6 ปี คุณเป็นรัฐบาลจะปฏิเสธหรือไม่ ท่านต้องมีใจเป็นกลาง และมีหัวใจของความเป็นคนไทยด้วย อยากจะเตือนความคิดความอ่านของคนที่ไม่เห็นด้วย เพราะถ้าหากได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ต่างประเทศก็อยากมาตามสถานที่ที่ขึ้นมรดกโลก สามารถเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะวันสำคัญทางศาสนาได้


