วันนี้ (6 มิถุนายน) ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน หมายเลข 10 พร้อมด้วย อัญชิสา โรจนยุกตานนท์ ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตปทุมวัน หมายเลข 4 พรรคประชาชน ได้ลงพื้นที่รณรงค์หาเสียงย่านปทุมวัน เพื่อพบปะพนักงานออฟฟิศ ร้านค้า และประชาชน พร้อมทั้งนำเสนอนโยบายการแก้ไขปัญหาเมืองหลวงสำหรับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 28 มิถุนายน 2569
ชัยวัฒน์เปิดเผยว่า ย่านปทุมวันถือเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวใจกลางเมืองหลวงที่มีความหนาแน่นของประชากรสูง ส่งผลให้ประสบปัญหาการจราจรติดขัดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมาแม้กรุงเทพมหานครจะเคยนำร่องโครงการ ราชประสงค์โมเดล เพื่อจัดระเบียบการจราจร แต่ในทางปฏิบัติยังพบว่าไม่มีความยืดหยุ่นและยังมีการฝ่าฝืนกฎจราจรอย่างแพร่หลาย
โดยระบบกล้องวงจรปิดในพื้นที่ตรวจพบการกระทำผิดกฎจราจรสูงกว่า 100,000 กรณีต่อปี และพบผู้กระทำผิดซ้ำสูงสุดถึง 32 ครั้งต่อเดือน สะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวในระบบการบังคับใช้กฎหมายจราจรของกรุงเทพมหานคร
ข้อมูลสถิติระบุว่า ประชาชนชาวกรุงเทพมหานครต้องสูญเสียเวลาไปกับปัญหาการจราจรติดขัดเฉลี่ยสูงถึง 72 นาทีต่อวัน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิต พรรคประชาชนจึงตั้งเป้าหมายที่จะเข้าไปแก้ไขปัญหารถติดที่โครงสร้าง เพื่อแปรเปลี่ยนให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่เดินทางได้ง่ายขึ้น
หากได้รับความไว้วางใจจากภาคประชาชน พรรคประชาชนมีแนวทางในการยกระดับการบังคับใช้กฎหมายจราจรผ่านมาตรการเชิงรุก
- บูรณาการระบบกล้อง AI: นำข้อมูลการกระทำความผิดรายกรณีจากกล้องวงจรปิดอัจฉริยะ (AI) เชื่อมโยงเข้ากับระบบออกใบสั่งและระบบตัดแต้มใบอนุญาตขับขี่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
- มาตรการขั้นเด็ดขาดกับรถสาธารณะ: เชื่อมต่อข้อมูลกับกรมการขนส่งทางบกเพื่อดำเนินมาตรการตัดแต้มและยกเลิกใบอนุญาตขับขี่สาธารณะสำหรับผู้กระทำผิดซ้ำ
- ผลักดันการแก้ไขกฎหมายระดับชาติ: เดินหน้าทำงานร่วมกับการเมืองระดับชาติเพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขกฎหมายในระดับพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) และผลักดันการถ่ายโอนอำนาจการบริหารจัดการจราจรจากส่วนกลางมาสู่กรุงเทพมหานคร เพื่อให้ท้องถิ่นมีอำนาจเบ็ดเสร็จในการแก้ไขปัญหา
ชัยวัฒน์กล่าวทิ้งท้ายว่า ปัญหาการจราจรเป็นโจทย์สำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงในทุกการเลือกตั้ง ซึ่งการจะแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้ประสบความสำเร็จจำเป็นต้องทำงานร่วมกันในรูปแบบฟูลทีม
โดยในครั้งนี้พรรคประชาชนมีความพร้อมทั้งในส่วนของทีมบริหาร และผู้สมัคร ส.ก. ครบทั้ง 50 เขต ที่มีความเข้าใจสภาพปัญหาในระดับพื้นที่อย่างแท้จริง มุ่งมั่นที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตและขับเคลื่อนกรุงเทพมหานครให้เป็นเมืองที่ใส่ใจประชาชนทุกคน









