วันนี้ (5 มิถุนายน) ต่อศักดิ์ โชติมงคล อดีตประธานที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ให้สัมภาษณ์ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีที่ถูกพาดพิงถึงการมีส่วนร่วมในระบอบอากง ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นกลไกที่เอื้อต่อการทุจริตและการแต่งตั้งโยกย้ายภายในกรุงเทพมหานคร โดยก่อนหน้านี้ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ออกมาระบุแล้วว่าคำว่า อากง เป็นเพียงสรรพนามที่ทีมงานใช้เรียกต่อศักดิ์เท่านั้น
ต่อศักดิ์ ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ไม่เคยมีระบบอากง อยู่ในการบริหารงานของกรุงเทพมหานครตามที่ถูกกล่าวอ้าง ซึ่งสอดคล้องกับคำชี้แจงของชัชชาติก่อนหน้านี้ โดยมองว่ากระแสข่าวดังกล่าวเป็นเพียงการโจมตีทางการเมืองในช่วงการเลือกตั้ง ตนจึงไม่มีความกังวลใจใดๆ และพร้อมให้กระบวนการทางกฎหมายเป็นเครื่องพิสูจน์หากมีพยานหลักฐานจริง
ในขณะเดียวกัน ได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณารายละเอียดเพื่อเตรียมความพร้อมในการดำเนินคดีกับผู้ที่กล่าวหาแล้ว ส่วนข้อสงสัยที่ว่าเหตุใดตนจึงตกเป็นเป้าหมายหลักของการโจมตีในครั้งนี้นั้น ต่อศักดิ์ได้ตอบเชิงหยอกล้อว่า อาจเป็นเพราะตนมีอายุมากที่สุดในทีมงาน
สำหรับกรณีที่ จิรายุ ห่วงทรัพย์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ข้อความระบุว่า การรวมตัวเพื่อแสดงพลังของกลุ่มผู้อำนวยการเขตเมื่อวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา เป็นผลมาจากการสั่งการของอากง นั้น ต่อศักดิ์ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาโดยสิ้นเชิง พร้อมชี้แจงว่าตนไม่มีอำนาจและไม่ได้เป็นผู้สั่งการใดๆ การเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นไปตามกลไกการตัดสินใจของระบบราชการเอง
นอกจากนี้ ในประเด็นที่จิรายุตั้งข้อสังเกตทิ้งท้ายในลักษณะว่ามีการบันทึกเสียงขณะสั่งการนั้น ต่อศักดิ์ยืนยันว่าไม่มีคลิปเสียงดังกล่าว และมองว่าเป็นเพียงยุทธวิธีทางการเมืองของอีกฝ่าย โดยตนยึดหลักตามคำแนะนำของชัชชาติที่ให้รักษาความสงบนิ่งและตอบข้อซักถามตามความเป็นจริง
ต่อศักดิ์ ยอมรับว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อความรู้สึกและบั่นทอนกำลังใจบ้าง เนื่องจากตนไม่คุ้นชินกับรูปแบบการต่อสู้ทางการเมืองในลักษณะนี้ แต่ก็พร้อมที่จะปล่อยผ่าน โดยประเมินว่าเป้าหมายที่แท้จริงของการกล่าวหาอาจเป็นยุทธวิธีตีวัวกระทบคราด เพื่อหวังผลกระทบทางการเมืองไปถึงตัวชัชชาติ ซึ่งที่ผ่านมาอดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้ออกมาชี้แจงในทุกประเด็นได้อย่างชัดเจนแล้ว พร้อมย้ำในตอนท้ายว่าการบริหารจัดการทั้งหมดมีเพียงระบบของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพียงระบบเดียวเท่านั้น
ทั้งนี้ มีรายงานเพิ่มเติมว่า ทีมกฎหมายของชัชชาติ สิทธิพันธุ์ กำลังอยู่ระหว่างการถอดเทปบันทึกคำให้สัมภาษณ์และการเผยแพร่ข้อมูลของบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดว่ามีถ้อยคำหรือส่วนใดที่เข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาท หากพบพยานหลักฐานที่ชัดเจน ทางทีมงานเตรียมที่จะดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไปอย่างเด็ดขาด


