สำนักข่าว CNN วิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียม ที่แสดงให้เห็นว่าอิหร่านสามารถเปิดฐานยิงขีปนาวุธใต้ดินในหลายจุดได้อีกครั้งด้วยการใช้เครื่องมือง่ายๆ อย่างรถตักดิน รถดันดินและรถบรรทุกดินในการขุดและเปิดฐานยิงขีปนาวุธใต้ดินที่ถูกสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตี
การกลับมาเปิดฐานยิงขีปนาวุธใต้ดินดังกล่าว สะท้อนว่าการโจมตีที่ผ่านมาของสหรัฐฯ และอิสราเอล สามารถทำลายได้เพียงแค่ถนนและอุโมงค์ทางเข้า แต่ไม่สามารถทำลายขีดความสามารถด้านขีปนาวุธของอิหร่าน อีกทั้งยังสะท้อนข้อจำกัดของยุทธศาสตร์การโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ
CNN พบว่าขณะนี้อิหร่านสามารถเปิดอุโมงค์ทางเข้าได้แล้ว 50 แห่งจากทั้งหมด 69 แห่งของฐานยิงขีปนาวุธใต้ดิน 18 ฐาน ที่ถูกสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตี
โดยอิหร่านได้ซ่อมแซมส่วนอื่นๆ ของฐานแล้ว รวมถึงถนนที่ถูกทำลายด้วยการทิ้งระเบิด ซึ่งภาพถ่ายดาวเทียมแสดงให้เห็นว่าหลุมระเบิดเกือบทั้งหมดถูกถมแล้ว และในสองแห่ง ถนนยังได้รับการปูใหม่แล้วด้วย
ภาพถ่ายดาวเทียมที่ CNN ทำการตรวจสอบ หลายภาพถูกบันทึกในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยที่ฐานยิงขีปนาวุธใต้ดินแห่งหนึ่งนอกเมืองอิสฟาฮาน ซึ่งถูกสหรัฐฯ และอิสราเอลทำการโจมตีอย่างรุนแรงหลายครั้งเพื่อปิดทางเข้าอุโมงค์ 4 แห่ง จนเกิดหลุมระเบิดขนาดใหญ่นับสิบหลุม พบว่า ภาพถ่ายดาวเทียมที่บันทึกไว้ได้ช่วงต้นเดือนพฤษภาคม แสดงให้เห็นรถบรรทุกดินกำลังถูกใช้ถมหลุมระเบิด ขณะที่ทางเข้าอุโมงค์ 2 แห่งซึ่งถูกปิดกั้นด้วยหลุมและเศษซากต่างๆ ได้เปิดแล้ว และอิหร่านได้สร้างถนนเพื่อเข้าไปยังทางเข้าเหล่าขึ้นใหม่หลังจากถูกทำลายไปก่อนหน้านี้
นอกจากนี้ ภาพถ่ายดาวเทียมจากฐานยิงขีปนาวุธใต้ดินนอกเมืองโคมัยน์ (Khomeyn) ที่บันทึกไว้เมื่อกลางเดือนเมษายน ยังแสดงให้เห็นยานพาหนะที่ใช้ในการก่อสร้างอย่างน้อย 10 คัน กำลังเร่งทำงานเพื่อเปิดทางเข้าอุโมงค์
ทางด้าน ฌอน พาร์เนลล์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ไม่ได้ตอบคำถามเกี่ยวกับข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมที่ CNN เปิดเผย โดยย้ำคำแถลงก่อนหน้านี้ว่า “กองทัพอเมริกาเป็นกองทัพที่ทรงพลังที่สุดในโลกและมีทุกสิ่งที่จำเป็นในการปฏิบัติการในเวลาและสถานที่ที่ประธานาธิบดีเลือก”
โจมตีแพง กู้คืนถูก
ทั้งนี้ ทิมูร์ คาดีเชฟ นักวิจัยอาวุโสจากสถาบันวิจัยสันติภาพและนโยบายความมั่นคงแห่งมหาวิทยาลัยฮัมบูร์ก ผู้ศึกษาขีปนาวุธของอิหร่านชี้ว่าอิหร่าน “เตรียมพร้อมมาเป็นอย่างดี”
“พวกเขาเตรียมการสำหรับสงครามแบบนี้มา 20 ปีแล้ว”
เขาเชื่อว่าอิหร่านยังคงมีขีปนาวุธประมาณ 1,000 ลูกเก็บไว้ในคลังใต้ดิน ซึ่งไม่น่าจะได้รับความเสียหายมากนักจากการโจมตีบนพื้นดิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับช่วงสงคราม 12 วันเมื่อปีที่แล้ว ที่กองทัพอิสราเอลได้ทำการโจมตีอุโมงค์ทางเข้าของฐานขีปนาวุธใต้ดินในลักษณะเดียวกัน
เขามองว่าแนวทางในการกู้คืนความเสียหายของอิหร่านนั้นถูกมากเมื่อเทียบกับสหรัฐฯ และอิสราเอลระดม ที่โจมตีด้วยขีปนาวุธราคาแพง ซึ่งสะท้อนความยากลำบากในการใช้มาตรการทางทหารต่ออิหร่าน
“คุณต้องใช้อาวุธที่ซับซ้อนและมีราคาแพงมากเพื่อสร้างความเสียหายในระดับนี้ แต่การกู้คืนนั้นใช้เทคโนโลยีต่ำมากใช้แค่รถดันดินเท่านั้น”
อิหร่านฟื้นศักยภาพทางทหารเร็วกว่าที่คาด
อย่างไรก็ตาม จากการประเมินข่าวกรองของสหรัฐฯ พบว่าอิหร่านได้เริ่มสร้างขีดความสามารถทางทหารที่สำคัญขึ้นใหม่แล้ว ซึ่งรวมถึงเริ่มต้นการผลิตโดรน และเครื่องยิงขีปนาวุธ และเสริมสร้างกำลังการผลิตอาวุธขึ้นอีกครั้ง
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งเปิดเผยกับ CNN ว่า “อิหร่านทำได้เร็วเกินกว่ากรอบเวลาที่หน่วยข่าวกรองกำหนดไว้สำหรับการฟื้นฟูความเสียหายจากการโจมตีที่เกิดขึ้น”
ขณะที่แซม แลร์ (Sam Lair) นักวิจัยจาก James Martin Center for Nonproliferation Studies ซึ่งวิเคราะห์ขีดความสามารถด้านขีปนาวุธของอิหร่าน มองว่า “หากการสู้รบปะทุขึ้นอีกครั้ง อิหร่านก็อยู่ในสถานะที่สามารถยิงขีปนาวุธต่อไปได้ตราบใดที่ยังมีฐานยิงและกำลังพลประจำฐานยิง แม้ว่าการผลิตจะหยุดชะงักไปแล้วก็ตาม”
“ไม่มีอะไรที่จะป้องกันไม่ให้ฐานยิงเหล่านั้นติดอาวุธด้วยขีปนาวุธจำนวนมากที่อิหร่านยังมีอยู่” เขากล่าว
อ้างอิง:


