×

พนักงานผลิตชิป Samsung บางรายรับโบนัสทะลุ 13.8 ล้านบาท หลังบรรลุข้อตกลงสหภาพ ยุติวิกฤตประท้วงครั้งใหญ่

22.05.2026
  • LOADING...
ภาพระยะใกล้ของโทรศัพท์ Samsung

Samsung มีพนักงานในแผนกเซมิคอนดักเตอร์ราว 78,000 คน แม้ระดับโบนัสจะต่างกันไปตามแต่ละแผนก แต่โดยเฉลี่ยพนักงานจะได้รับราว 513 ล้านวอน (ประมาณ 11.3 ล้านบาท) ตามการคำนวณของ Bloomberg เพิ่มขึ้นมากจากปี 2025 ที่ได้รับเฉลี่ย 158 ล้านวอน (ประมาณ 3.48 ล้านบาท)

 

ขณะที่สำนักข่าว Yonhap ประเมินว่าพนักงานในแผนกหน่วยความจำ (Memory) ที่กำลังเติบโตอาจได้รับโบนัสรายคนสูงถึงราว 600 ล้านวอน (ประมาณ 13.2 ล้านบาท)

 

ภายใต้ข้อตกลงเบื้องต้นซึ่งยังต้องรอการอนุมัติจากสมาชิกสหภาพ Samsung ตกลงจ่ายโบนัส 10.5% ของกำไรในรูปแบบหุ้น และอีก 1.5% เป็นเงินสด โดยโครงการนี้จะดำเนินต่อเนื่องทุกปีเป็นเวลา 10 ปี ตราบเท่าที่บริษัททำกำไรได้ตามเป้าหมาย ทั้งนี้นักวิเคราะห์ประเมินว่ากำไรจากการดำเนินงานของ Samsung ในปี 2026 จะเติบโตถึง 7 เท่า แตะระดับราว 333 ล้านล้านวอน (ประมาณ 7.33 ล้านล้านบาท)

 

ต้นตอความขัดแย้ง ช่องว่างโบนัสระหว่างแผนก

 

ความขัดแย้งครั้งนี้มีจุดศูนย์กลางอยู่ที่การแบ่งสรรโบนัสจากกำไรมหาศาลที่มาจากความต้องการชิปหน่วยความจำสำหรับ AI ที่พุ่งสูง โดยประเด็นหลักคือช่องว่างของโบนัสระหว่างพนักงานในแผนกชิปหน่วยความจำกับพนักงานในแผนกอื่นๆ

 

เดิมที Samsung วางแผนจ่ายโบนัสก้อนใหญ่ให้พนักงานราว 27,000 คนที่ผลิตชิปหน่วยความจำ ซึ่งสูงกว่าพนักงานที่ผลิตชิปประเภทอื่นและเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างน้อย 6 เท่า ทำให้สหภาพออกมาเรียกร้องว่าพนักงานอีกราว 23,000 คนที่ผลิตชิปขั้นสูงน้อยกว่าให้กับบริษัทอย่าง Tesla และ Nvidia ไม่ควรถูกทอดทิ้ง

 

ต้นตอของความไม่พอใจมาจากการที่ปีก่อน SK Hynix ซึ่งเป็นคู่แข่งที่มีขนาดเล็กกว่า ยกเลิกเพดานโบนัสเป็นเวลา 10 ปี ส่งผลให้พนักงานได้โบนัสสูงกว่าพนักงาน Samsung กว่า 3 เท่า จนพนักงาน Samsung บางส่วนย้ายไปอยู่กับ SK Hynix

 

หลังจากนั้น Samsung จึงเสนอให้พนักงานแผนกชิปหน่วยความจำได้รับโบนัสสูงถึง 607% ของเงินเดือนประจำปี ซึ่งสูงกว่า SK Hynix แต่พนักงานในธุรกิจอื่นกลับได้รับเพียง 50-100% ตามเอกสารการเจรจาที่ Reuters ได้เห็น

 

รายละเอียดข้อตกลง โบนัสส่วนใหญ่เป็นหุ้น

 

ภายใต้ข้อตกลงใหม่ พนักงานในแผนกชิปทั้งหมดจะได้รับโบนัสปกติ 50% ของเงินเดือนประจำปีเป็นเงินสด นอกจากนี้ Samsung จะกันกำไรจากการดำเนินงาน 10.5% ไว้สำหรับโบนัสพิเศษในรูปแบบหุ้น โดยในปีนี้ 40% ของโบนัสพิเศษจะกระจายให้ทั่วทั้งธุรกิจชิป ส่วนที่เหลือใช้ตอบแทนพนักงานในแผนกหน่วยความจำ

 

ยกตัวอย่างเช่น พนักงานแผนกหน่วยความจำที่มีเงินเดือนพื้นฐาน 80 ล้านวอน (ประมาณ 1.76 ล้านบาท) คาดว่าจะได้รับโบนัสรวมราว 626 ล้านวอน หรือประมาณ 13.8 ล้านบาทในปีนี้ เทียบกับพนักงาน SK Hynix ที่คาดว่าจะได้รับกว่า 700 ล้านวอน (ประมาณ 15.4 ล้านบาท) หากบริษัททำกำไรได้ตามเป้า

 

อย่างไรก็ตาม โบนัสของ Samsung มีขนาดเล็กกว่าและส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบหุ้น ขณะที่พนักงาน SK Hynix เลือกรับเป็นเงินสดหรือหุ้นก็ได้

 

ริว ยอง-โฮ นักวิเคราะห์อาวุโสจาก NH Investment & Securities ระบุว่าการจ่ายโบนัสเป็นหุ้นของ Samsung “ช่วยเลี่ยงการไหลออกของเงินสดโดยตรง พร้อมช่วยพยุงราคาหุ้นโดยไม่ต้องออกหุ้นใหม่ที่จะไปลดสัดส่วนของผู้ถือหุ้นเดิม”

 

อีกทั้งโบนัสพิเศษของ Samsung ยังมีเงื่อนไขว่าบริษัทต้องทำกำไรได้ตามเป้า ซึ่งต่างจาก SK Hynix ที่ไม่กำหนดเงื่อนไขนี้ ทำให้ Samsung บริหารต้นทุนได้ดีกว่าหากอุตสาหกรรมเข้าสู่ภาวะขาลงในอนาคต

 

คลายวิกฤต แต่ยังทิ้งรอยร้าว

 

การระงับการประท้วงครั้งนี้สร้างความโล่งใจให้เกาหลีใต้เป็นวงกว้าง เนื่องจาก Samsung คิดเป็นสัดส่วนราว 1 ใน 4 ของมูลค่าการส่งออกของประเทศ และการประท้วงที่วางแผนไว้คาดว่าจะสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อเศรษฐกิจและกระทบห่วงโซ่อุปทานชิปทั่วโลก

 

โดยสหภาพแรงงานที่ใหญ่ที่สุดซึ่งมีสมาชิกเกือบ 48,000 คน ได้ระงับแผนการประท้วงที่เดิมจะเริ่มในวันพฤหัสบดี (21 พฤษภาคม) และจะเปิดให้สมาชิกลงคะแนนระหว่างวันที่ 22-27 พฤษภาคม

 

หลังการประกาศข้อตกลง หุ้นของ Samsung พุ่งขึ้น 8.5% แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ก็ปรับขึ้นกว่า 8% สะท้อนว่าตลาดตอบรับการคลี่คลายความขัดแย้งในเชิงบวก ทั้งนี้ความต้องการชิป AI ที่พุ่งสูงได้ผลักดันมูลค่าตลาดของ Samsung ทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 32.59 ล้านล้านบาท) ในเดือนพฤษภาคม

 

อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงนี้ได้เปิดเผยให้เห็นความแตกแยกที่ชัดเจนเกี่ยวกับวิธีการแบ่งปันผลประโยชน์จากกระแสบูมของ AI แม้พนักงานแผนกหน่วยความจำจะได้รับโบนัสก้อนใหญ่ แต่พนักงานในแผนกชิปอื่นๆ ของ Samsung กลับได้รับน้อยกว่ามาก

 

วิศวกรในแผนกโรงงานผลิตชิป (Foundry) รายหนึ่งเปิดเผยว่า “ในส่วนของธุรกิจหน่วยความจำดูเหมือนจะพอใจกับข้อตกลงนี้ แต่ทีมอื่นๆ ดูจะไม่พอใจ และดูเหมือนว่าคนที่อยากออกก็เริ่มทยอยลาออกกันแล้ว”

 

ทั้งนี้กระแสบูมของ AI ยังส่งผลให้ความมั่งคั่งของตระกูล Lee เจ้าของ Samsung พุ่งสูงขึ้นมาก โดย เจย์ วาย ลี เป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในเกาหลีใต้ ด้วยทรัพย์สินราว 3.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.04 ล้านล้านบาท) ขณะที่ความมั่งคั่งรวมของตระกูลแตะระดับราว 4.55 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.48 ล้านล้านบาท) ณ เดือนมีนาคม ตามดัชนี Bloomberg Billionaires Index

 

หมายเหตุ : ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 32.59 บาท, 1 วอนเกาหลีใต้ เท่ากับ 0.022 บาท ณ วันที่ 21 พฤษภาคม 2569

 

ภาพ : Ivan Marc / Shutterstock

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories