วันนี้ (20 พฤษภาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล ฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ แถลงข่าวภายหลังการประชุมเสร็จสิ้น หลังจากใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง โดยที่ประชุมในวันนี้มีการหารือใน 3 ประเด็นหลัก
ประเด็นที่ 1 คือมาตรการการส่งออกเชื้อเพลิงไปนอกราชอาณาจักร ที่ผ่านมา สมช. ได้มีมติระงับการส่งน้ำมัน ยกเว้นเมียนมาและลาว และในครั้งนี้ที่ประชุมได้รับข้อเสนอพิจารณาจากกระทรวงพลังงานว่า ขณะนี้มี 2 ประเทศที่ไทยส่งออกน้ำมันไปยังประเทศดังกล่าว คือ เวียดนามและฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นน้ำมัน JET A-1 หรือน้ำมันเครื่องบิน ซึ่งไม่ได้มีผลกระทบต่อการใช้น้ำมันภายในประเทศ และเป็นการดีที่จะลดการสต๊อกน้ำมัน ซึ่งจะทำให้สามารถกลั่นน้ำมันได้ตามขั้นตอนที่กำหนด โดยการดำเนินการเรื่องนี้อยู่ภายใต้กระทรวงพลังงาน หากมีการขาดแคลน กระทรวงพลังงาน โดยอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานมีอำนาจระงับการส่งออกได้ หากมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องใช้น้ำมัน
ส่วนประเด็นที่ 2 ที่ประชุมได้เห็นชอบแนวทางหลักเกณฑ์การให้สถานะและการแก้ไขปัญหาสัญชาติของบุคคลที่อพยพมาเป็นเวลานาน ตามมติเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2567 ซึ่งให้อำนาจกระทรวงมหาดไทยรับคำร้องในการพิจารณากำหนดสถานะให้กับกลุ่มชาติพันธุ์ที่เป็นบุคคลไร้สัญชาติ และรัฐบาลมีนโยบายแก้ปัญหาดังกล่าว โดยมีระยะเวลารับคำร้องตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2568 – 30 มิถุนายน 2569 ยอดจำนวนทั้งหมดของกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีปัญหาการไร้สัญชาติ 480,000 คน โดยกระทรวงมหาดไทยสามารถดำเนินการในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาได้ประมาณกว่า 100,000 คน
ที่ประชุม สมช. เห็นชอบให้มีการขยายการรับคำร้องเพื่อกำหนดสถานะตามหลักเกณฑ์เดิมออกไปอีก 1 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2569 – 30 มิถุนายน 2570 เพื่อให้กลุ่มที่ได้ทำทะเบียนไว้เดิมได้ยื่นคำร้อง โดยกระบวนการจะจบที่อำเภอ โดยนายอำเภอเป็นผู้ดำเนินการ อย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม หากพบว่ากลุ่มบุคคลที่ไม่มารายงานตัวหรือหายไปจากระบบ มีมติให้กรมการปกครองตรวจสอบทางทะเบียนและปรับตัวเลขในทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย หากยังไม่มีการรายงานตัวก็จะมีมาตรการที่เหมาะสม ซึ่งเข้าใจว่าบางส่วนอาจหายไปจากทะเบียน เช่น เสียชีวิต ซึ่งกระทรวงมหาดไทยต้องตรวจสอบเพิ่มเติม เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามกำหนด
และประเด็นที่ 3 ที่ประชุมรับทราบมติ สมช. ที่จะออกมาตรการควบคุมสินค้าตามแนวชายแดน ซึ่ง สมช. เคยมีมติระงับการส่งออกสินค้า และมอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการ โดยเฉพาะกระทรวงกลาโหม ให้จัดทำกฎหมายขึ้นมา คือ พระราชกำหนดควบคุมสินค้าตามแนวชายแดน เพื่อเป็นกรอบในการควบคุมสินค้า
โดยกระทรวงกลาโหมได้ดำเนินการจัดทำประกาศ และผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้ว ล่าสุด พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ลงนามในประกาศดังกล่าว สำหรับรายละเอียดเป็นการกำหนดมาตรการควบคุมพื้นที่ชายแดน เมียนมาและกัมพูชา ในพื้นที่จังหวัดชายแดน เพื่อกำหนดประเภทสินค้าและจำนวนในการควบคุมการส่งออกตามแนวชายแดน นอกเหนือจากที่กำหนดไว้เดิม ซึ่งต้องพิจารณาตามสถานการณ์


