ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน เรียกร้องให้ไทยและกัมพูชาแก้ไขข้อพิพาทชายแดนที่ยืดเยื้อ ในระหว่างพบหารือกับผู้นำไทยและกัมพูชา นอกรอบการประชุม AI โลกที่เซี่ยงไฮ้เมื่อวันศุกร์ (17 กรกฎาคมที่ผ่านมา)
สื่อท้องถิ่นจีน รายงานว่าสี ได้กล่าวในการพบหารือทวิภาคีกับนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกุล ว่า “การแก้ไขความขัดแย้งเป็นผลประโยชน์ร่วมกันและระยะยาวของทั้งไทยและกัมพูชา”
สำนักข่าว Xinhua รายงานว่า ประธานาธิบดีจีนได้เรียกร้องให้มีการเจรจาระหว่างทั้งสองฝ่าย และให้คำมั่นว่าจีนจะมีบทบาทที่ ‘สร้างสรรค์’
เขายังได้กล่าวข้อความที่คล้ายกัน ในการหารือทวิภาคีกับนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชาในวันเดียวกัน โดยเสริมว่า “จีนสนับสนุนการแก้ปัญหาด้วยการเจรจา”
ทั้งนี้ Xinhua รายงานว่า อนุทินได้กล่าวต่อผู้นำจีน ว่า “ไทยยังคงมุ่งมั่นที่จะแก้ไขความขัดแย้งอย่างสันติ” พร้อมทั้งชื่นชมบทบาทที่ ‘ยุติธรรมและเป็นกลาง’ ของจีน
ขณะเดียวกัน ฮุน มาเนต แสดงความขอบคุณจีนที่สนับสนุนการเจรจาและช่วยผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างสันติ และกล่าวว่า “กัมพูชายังคงมุ่งมั่นที่จะเจรจาและลดความตึงเครียดกับไทย”
นอกเหนือจากประเด็นชายแดนแล้ว สี ยังเรียกร้องให้มีการประสานงานเชิงยุทธศาสตร์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นกับทั้งสองประเทศ รวมถึงผ่านกลไกการเจรจา ‘2+2’ กับไทย ซึ่งเกี่ยวข้องกับรัฐมนตรีต่างประเทศและรัฐมนตรีกลาโหมของทั้งสองประเทศ และกลไก ‘3+3’ กับกัมพูชา ซึ่งเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ด้านการต่างประเทศ กลาโหม และความมั่นคงสาธารณะ
ผู้นำจีนยังเรียกร้องให้มีการขยายความร่วมมือกับทั้งสองประเทศมากขึ้นในภาคส่วนที่กำลังเติบโต เช่น AI และความพยายามร่วมกันในการต่อต้านการฉ้อโกงทางโทรคมนาคม การพนันออนไลน์ และอาชญากรรมข้ามพรมแดนอื่นๆ
ทั้งนี้ จีนถือเป็นคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดของทั้งไทยและกัมพูชา และยังเป็นแหล่งการลงทุนจากต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดของกัมพูชาด้วย
ในการพบปะกับผู้นำไทย สี ยังเรียกร้องให้มีความคืบหน้าโดยเร็วในโครงการรถไฟความเร็วสูงที่ได้รับทุนสนับสนุนจากจีน และปรับปรุงการเชื่อมโยงทางรถไฟระหว่างสองประเทศผ่านทางลาว
โดยสี ยังกล่าวว่า “จีนสนับสนุนบทบาทที่มากขึ้นของไทยในกิจการระหว่างประเทศและระดับภูมิภาค” พร้อมทั้งให้คำมั่นว่า “จะประสานงานอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้นผ่านกรอบความร่วมมือพหุภาคี เช่น เวทีความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (APEC) และอาเซียน
ในขณะเดียวกัน เขากระตุ้นให้รัฐบาลพนมเปญเร่งดำเนินการในโครงการระเบียงพัฒนาอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นโครงการโครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน และโครงการ ‘ระเบียงปลาและข้าว’ ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาการเกษตรของกัมพูชา
ภาพ :
อ้างอิง:


