ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา พื้นที่ออฟฟิศทั่วโลกเปลี่ยนรูปแบบจากอาคารสูงและที่นั่งทำงานแบบตายตัว (Fixed Seating) สู่รูปแบบที่ยืดหยุ่นมากขึ้น ทั้งอาคารแนวราบและการจัดวางพื้นที่ทำงาน Co-working Space สะท้อนความสำคัญของการทำงานร่วมกัน มากกว่าการทำงานแบบแยกส่วน หลังการแพร่ระบาดของ COVID-19 องค์กรทั่วโลกยิ่งให้ความสำคัญกับพื้นที่เปิดโล่ง คุณภาพอากาศภายในสำนักงาน ส่งผลให้อาคารแนวราบและการสร้างพื้นที่กึ่งภายในภายนอกเป็นทางเลือกของหลายองค์กร
DTGO CampUs (ดีทีจีโอ แคมป์อัส) ตอบรับกับแนวโน้มสำนักงานยุคใหม่ ด้วยการออกแบบภายใต้กรอบคิด Biophilic Design และ Climate-responsive Architecture ที่สะท้อนผ่านรูปลักษณ์อาคารแนวราบ หรือ Low-rise เพื่อลดความหนาแน่น พร้อมทั้งเพิ่มสัดส่วนพื้นที่สีเขียวซึ่งช่วยลดอุณหภูมิพื้นผิวและปรับสภาวะภูมิอากาศย่อย (Microclimate) ภายในโครงการ สร้างบรรยากาศการทำงานที่มีความสุขท่ามกลางธรรมชาติ

“การพัฒนา CampUs ขนาดใหญ่ขององค์กรชั้นนำ เช่น Apple Park มุ่งสร้าง ‘สภาพแวดล้อมการทำงาน’ มากกว่า ‘อาคารสำนักงาน’ ซึ่งเป็นแนวคิดเดียวกับที่ DTGO นำมาปรับใช้ในบริบทประเทศไทย เพื่อให้ทุกคนสามารถทำงานท่ามกลางธรรมชาติอย่างมีความสุข เป็น Future of Workplace” รศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (RISC) โดย MQDC กล่าว
อาคารสำนักงาน DTGO CampUs มีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 20,000 ตร.ม. ได้รับการออกแบบในแนวคิด “CAMP-Us” ซึ่งเป็นการเล่นคำระหว่าง “CampUs” (มหาวิทยาลัย) และ “Camping” (การแคมป์ปิ้ง) ที่มีเป้าหมายให้พนักงานสัมผัสบรรยากาศการทำงานเสมือนการพักผ่อนกลางผืนป่า ลดความเครียด เพิ่มความคิดสร้างสรรค์และความสุขในการทำงาน

“เราออกแบบออฟฟิศให้เป็นอาคารแนวราบ เพื่อเปิดโอกาสให้ธรรมชาติแทรกตัวได้อย่างเต็มที่ มีพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ช่วยสร้างร่มเงา ลดอุณหภูมิ และทำให้พื้นที่ภายนอกใช้งานได้จริงแม้จะมีสภาพอากาศร้อน ทางเดินเชื่อมต่อแต่ละอาคารถูกออกแบบให้ร่มรื่น รองรับการสัญจรภายนอกอาคารที่ไม่ตัดขาดจากธรรมชาติ DTGO CampUs ไม่เพียงเป็นสถานที่ทำงานที่ทันสมัย แต่สร้างขึ้นเพื่อมุ่งหวังให้ผู้คนมีความสุขและสุขภาพดี เพื่อให้พวกเขาสามารถสร้างสรรค์คุณค่าและประโยชน์ให้แก่สังคมและประเทศชาติต่อไปในอนาคต” พีรพันธ์ หอมสุวรรณ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการออกแบบสถาปัตยกรรม บริษัท ดีที ดีไซน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด สถาปนิกผู้ออกแบบอาคารหลักอาคารสำนักงาน DTGO CampUs กล่าว

โครงการประกอบด้วยอาคาร Learning 5 ชั้น และอาคารสำนักงาน 3 ชั้น พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนทำงานยุคใหม่ มีพื้นที่สร้างสรรค์เช่นห้องซ้อมดนตรี โรงละครขนาด 80 ที่นั่ง สนามกีฬาในร่ม ห้องออกกำลังกาย ศูนย์สุขภาพ รวมทั้งห้องสำหรับแม่และลูก และมีห้องประชุมหลายขนาดให้เลือกใช้ตามความเหมาะสม มีพื้นที่โรงอาหาร และพื้นที่ทำงานที่เปิดโล่ง

โครงการได้รับการพัฒนาตามแนวทางอาคารประหยัดพลังงาน (Green Building) ควบคู่กับมาตรฐานด้านสุขภาวะอย่าง WELL Building Standard การออกแบบใช้กรอบอาคาร (Facade) ที่ประกอบด้วยวัสดุกรองแสงแดดและความร้อนก่อนเข้าสู่ตัวอาคาร พร้อมสร้างร่มเงาโดยธรรมชาติ บนหลังคามีการติดตั้งระบบ Solar Cell เพื่อผลิตพลังงานหมุนเวียนภายในโครงการ ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน (Carbon Emission)

ในด้านพื้นที่การทำงาน ได้รับการออกแบบเป็น Coworking Space ที่ปรับเปลี่ยนการนั่งได้อย่างยืดหยุ่น ส่งเสริมการทำงานเป็นทีม พร้อมใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ตอบหลักการสรีรศาสตร์ (Ergonomics) นอกจากนี้ การออกแบบอาคารยังคำนึงถึงหลักการ Universal Design และการตอบมาตรฐานด้านสุขภาวะระดับโลก (Well-Being) ที่ครอบคลุมในด้านต่างๆ เช่น คุณภาพอากาศ น้ำ แสง เสียง และสภาวะน่าสบายทางความร้อน (Thermal Comfort)
DTGO CampUs ยังคำนึงถึงระบบบริหารจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม ด้วยการติดตั้งระบบ DTGO Bin เพื่อแบ่งประเภทขยะอย่างละเอียด ใช้เครื่องกำจัดขยะเปียกเพื่อเปลี่ยนเศษอาหารจากแคนทีนเป็นปุ๋ยน้ำสำหรับรดน้ำต้นไม้ภายในโครงการ ทำให้ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เกิดขึ้นเป็นรูปธรรม
การได้รับรางวัลระดับเหรียญทอง “2024 Award” จากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ (ASA) ในหมวดสถาปัตยกรรมที่มีความโดดเด่นด้านความยั่งยืน สิ่งแวดล้อม สังคม หรือชุมชน (Cultural and SUstainability Category) สะท้อนถึงความโดดเด่นของโครงการด้านการออกแบบที่ตอบโจทย์สภาพภูมิอากาศเขตร้อน การผสานแนวคิดความยั่งยืน มาตรฐาน WELL และแนวโน้มการออกแบบสำนักงานโลก เข้ากับการใส่ใจต่อคุณภาพและความรู้สึกผู้ใช้อาคาร
“ด้วยสภาพแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ตามธรรมชาติของการดำเนินธุรกิจอาคารสำนักงาน เรามีภารกิจต่อเนื่องในการปรับปรุงพัฒนา DTGO CampUs ให้พร้อมอยู่เสมอในการเป็นต้นแบบออฟฟิศแห่งอนาคต ที่ตอบโจทย์ทั้งธุรกิจ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของคนทำงานได้อย่างครบถ้วนในระยะยาว” นายพีรพันธ์ กล่าวสรุป
[PR NEWS]


