วันนี้ (11 พฤษภาคม) แหล่งข่าวด้านความมั่นคง เปิดเผยถึงความคืบหน้าภารกิจการรักษาอธิปไตยของชาติ โดยระบุว่า ขณะนี้กองทัพไทยกำลังเดินหน้าดำเนินโครงการก่อสร้างรั้วแนวชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณจุดผ่านแดนหลัก หลักเขตที่ 52-54 พื้นที่อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี รวมระยะทางในการก่อสร้างประมาณ 1,310 เมตร โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดน สกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมาย และยกระดับความปลอดภัยให้แก่ประชาชนชาวไทยที่อาศัยอยู่ในพื้นที่
สำหรับลักษณะภูมิประเทศในบริเวณดังกล่าว เป็นพื้นที่ราบที่มีการปักปันเขตแดนไว้อย่างชัดเจน โดยทั้งฝั่งประเทศไทยและกัมพูชาต่างมีถนนตรวจการณ์ขนานไปตลอดแนวชายแดน ในส่วนของการก่อสร้างรั้วนั้น กองทัพไทยได้ออกแบบโครงสร้างที่เน้นความมั่นคงแข็งแรงและได้มาตรฐานทางวิศวกรรม โดยมีความสูงรวมประมาณ 170 เซนติเมตร มีการลงเสาเข็มและเทคานคอนกรีตอย่างหนาแน่นเพื่อเป็นฐานราก
รายละเอียดโครงสร้างประกอบด้วย การวางเสาระยะห่างต้นละประมาณ 3 เมตร รวมใช้เสาทั้งสิ้นราว 900-1,000 ต้น ส่วนโครงสร้างส่วนบนใช้แผ่นคอนกรีตสำเร็จรูปวางซ้อนกันให้มีความสูงจากพื้นประมาณ 150 เซนติเมตร และเสริมความปลอดภัยด้านบนสุดด้วยตาข่ายเหล็กที่มีความทนทานสูงอีกประมาณ 20 เซนติเมตร เพื่อรักษาวิสัยทัศน์และเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจการณ์ของเจ้าหน้าที่
แหล่งข่าวด้านความมั่นคงยอมรับว่า ในระหว่างการดำเนินงานพบอุปสรรคและแรงกดดันอยู่บ้างเป็นระยะ เนื่องจากมีทหารจากฝั่งกัมพูชาบางส่วนเข้ามาสังเกตการณ์และบันทึกภาพกระบวนการก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ฝ่ายไทยได้ยืนยันจุดยืนอย่างหนักแน่นและชัดเจนว่า การดำเนินการก่อสร้างทั้งหมดอยู่ภายในขอบเขตอธิปไตยของประเทศไทย ซึ่งถือเป็นสิทธิอันชอบธรรมของรัฐเอกราชในการบริหารจัดการและดูแลความมั่นคงภายในพื้นที่ของตนเอง
สำหรับกรอบระยะเวลาของโครงการก่อสร้างรั้วชายแดนในระยะแรกนี้ กองทัพไทยได้ตั้งเป้าหมายให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 45 วัน โดยเริ่มลงมือก่อสร้างมาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนเมษายน 2569 ที่ผ่านมา และกำลังเร่งปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องในทุกวัน
ทั้งนี้ การก่อสร้างรั้วชายแดนดังกล่าว ไม่ได้เป็นเพียงการสร้างปราการหรือแนวกั้นทางกายภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกองทัพไทย ในการพิทักษ์รักษาอธิปไตยของชาติ พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมั่นและความอุ่นใจให้กับพี่น้องประชาชนตามแนวชายแดน เพื่อให้ประเทศชาติสามารถดำรงไว้ซึ่งความสงบสุขและความปลอดภัยอย่างยั่งยืน
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากกรณีที่มีทหารกัมพูชาได้เข้ามาบันทึกภาพการก่อสร้างของฝ่ายไทยนั้น ล่าสุดพบว่ามีประชาชนชาวกัมพูชาจำนวนมาก ได้นำภาพถ่ายขั้นตอนการก่อสร้างรั้วชายแดนดังกล่าวไปเผยแพร่และส่งต่อบนแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์อย่างกว้างขวาง จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ของประเทศเพื่อนบ้านอยู่ในขณะนี้





