วานนี้ (25 มิถุนายน) พ.อ.หญิง นุสรา วรภัทราทร รองโฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงผลการประชุมสภากลาโหมว่า พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เน้นย้ำเรื่องความมั่นคงชายแดนเพื่อเสริมความพร้อมรบ โดยมุ่งใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ตามแนวคิด Joint All Domain Operation บูรณาการทุกมิติ (บก ทะเล อากาศ ไซเบอร์) ร่วมกับการทูตเชิงรุก
มีการตั้งคณะทำงานพัฒนาพื้นที่ความมั่นคงชายแดน โดยมี พล.ท. วรพจน์ แก้วพิจิตร เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ดำเนินงานตามนโยบาย ‘น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีสัญญาณโทรศัพท์’ ครอบคลุม 8 กองกำลังทั่วประเทศ โดยได้ลงพื้นที่และอนุมัติงบประมาณดำเนินการไปแล้วบางส่วน ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีกำหนดลงพื้นที่ตรวจความคืบหน้ากองกำลังบูรพา-จันทบุรี-ตราด ในวันที่ 4 กรกฎาคม กองกำลังสุรนารี ในวันที่ 5 กรกฎาคม นอกจากนี้ มีการปรับพื้นที่รับผิดชอบของกองกำลังสุรนารี จากเดิม 3 หน่วยเฉพาะกิจ (ฉก.) เป็น 4 ฉก. ดังนี้:
- ฉก.1: จ.ศรีสะเกษ (ตอนเหนือ) เช่น ซำแต, ภูมะเขือ, กันทรลักษ์
- ฉก.2: จ.สุรินทร์-จ.บุรีรัมย์ (ช่องจอม, ปราสาทตาเมือน)
- ฉก.3: จ.ศรีสะเกษ (ตอนใต้) อ.ขุนหาญ-อ.ภูสิงห์
- ฉก.4 (แยกจาก ฉก.1 เดิม): จ.อุบลราชธานี (ช่องบก, ช่องอานม้า, อ.น้ำยืน)
พล.ร.ต. สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมได้กำชับการทำงานของ ศูนย์บูรณาการด้านความมั่นคงชายแดน (ศบค.ชด.) ซึ่งมีผู้บัญชาการทหารสูงสุดเป็นผู้อำนวยการ เพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพในการแก้ปัญหาชายแดน ยาเสพติด การค้ามนุษย์ และอาชญากรรมไซเบอร์
นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำการบูรณาการทีมโฆษกกลาโหม-เหล่าทัพ จัดตั้งศูนย์แถลงข่าวร่วมฯ กับกระทรวงต่างๆ เพื่อสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์ สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน และกำกับการใช้สื่อออนไลน์ของกำลังพลให้เหมาะสม


