×

​ ไทยผนึกสหรัฐฯ ยกระดับปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์-ค้ามนุษย์ จ่อเปิดระบบ ‘SHIELD’ สกัดเงินข้ามชาติ พร้อมเดินหน้าดันไทยขึ้น ‘Tier 1’

โดย THE STANDARD TEAM
08.05.2026
  • LOADING...
พล.ต.อ. ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าวร่วมกับตัวแทนสหรัฐฯ

วันนี้ (8 พฤษภาคม) ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศตคม.ตร.) นำโดย พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ฯ พร้อมด้วยตัวแทนระดับสูงจากกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงแรงงาน ได้ร่วมกันแถลงผลการหารือเชิงบูรณาการกับทางการสหรัฐอเมริกา เพื่อยกระดับความร่วมมือในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและการค้ามนุษย์ในระดับสากล

 

​พล.ต.อ.ธัชชัย เปิดเผยถึงสถานการณ์อาชญากรรมทางเทคโนโลยีในปัจจุบันว่า ฐานปฏิบัติการหลักของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่หลอกลวงผู้เสียหายกว่า 40 ประเทศทั่วโลกนั้น ล้วนตั้งอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ เมียนมา กัมพูชา และ สปป.ลาว

 

โดยขอยืนยันว่าในประเทศไทยไม่มีฐานปฏิบัติการขนาดใหญ่ของกลุ่มสแกมเมอร์ มีเพียงกลุ่มย่อยที่ลักลอบเข้ามาเปิดชั่วคราวเท่านั้น ทั้งนี้ ทางการสหรัฐฯ ได้แสดงความชื่นชมต่อการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการ War Room IAC ของไทย โดยเตรียมนำรูปแบบดังกล่าวไปปรับใช้ในสหรัฐฯ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามเงินคืนแก่ผู้เสียหาย

 

พร้อมทั้งเสนอแนะให้ประเทศสมาชิกสหประชาชาติ (UN) จัดตั้งศูนย์ในลักษณะเดียวกันเพื่อเป็นปราการป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ นอกจากนี้ การที่ไทยได้ส่งมอบข้อมูลสำคัญเชิงลึกให้แก่สำนักงานสืบสวนสอบสวนกลางของสหรัฐฯ (FBI) ยังนำไปสู่การทลายเครือข่ายระดับสากลได้อย่างเป็นรูปธรรม

 

​ข้อมูลที่สร้างความตื่นตระหนกในระดับนานาชาติจากการสืบสวนล่าสุด คือการค้นพบแก๊งโอเสม็ด ซึ่งถือเป็นเครือข่ายสแกมเมอร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ณ ขณะนี้ ภายในฐานปฏิบัติการของเครือข่ายดังกล่าว พบว่ามีการติดตั้งอุปกรณ์ทางการแพทย์อย่างครบวงจร ทั้งห้องผ่าตัด ห้องเอกซเรย์ และห้องทำคลอด ซึ่งประเด็นนี้ทางการสหรัฐฯ ให้ความสนใจและจับตาเป็นพิเศษ เนื่องจากอาจมีความเชื่อมโยงกับขบวนการค้าอวัยวะมนุษย์ข้ามชาติ การทลายเครือข่ายระดับนี้จึงต้องอาศัยความร่วมมือและสรรพกำลังจากนานาประเทศ

 

​เพื่อยกระดับการปราบปราม ในเดือนมิถุนายน 2569 สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตรียมเปิดตัว ระบบ SHIELD ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนข้อมูลอัจฉริยะร่วมกับ 18 ประเทศภาคี และ 3 หน่วยงานความมั่นคงหลัก รวมถึง FBI และตำรวจสากล (INTERPOL) ระบบนี้จะขยายขีดความสามารถในการติดตามเส้นทางการเงินที่ไหลออกจากประเทศไทยได้แบบเรียลไทม์ ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถประสานงานเพื่อสกัดกั้น อายัดทรัพย์สิน และจับกุมเครือข่ายบัญชีม้าในต่างประเทศได้ทันท่วงที

 

​ในมิติของการทูตและการค้าระหว่างประเทศ นางหัทยา คูสกุล อธิบดีกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ กระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า ทางการไทยกำลังเร่งผลักดันให้สหรัฐฯ ถอนชื่อสินค้าไทยออกจากรายการสินค้าเฝ้าระวังที่ใช้แรงงานเด็ก พร้อมทั้งชี้แจงความคืบหน้าด้านการบังคับใช้กฎหมายและการจัดตั้งหน่วยงานเฉพาะทางเพื่อปราบปรามการค้ามนุษย์ออนไลน์

 

โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการขยับอันดับของประเทศไทยจาก Tier 2 ขึ้นสู่ Tier 1 ในรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ (TIP Report) สำหรับข้อสงสัยของสหรัฐฯ เรื่องสถิติการจับกุมที่ลดลงนั้น ทางการไทยได้ชี้แจงอย่างชัดเจนว่า เป็นผลสัมฤทธิ์จากมาตรการป้องกันที่เข้มงวดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้อาชญากรรมและการกระทำความผิดลดลงตามไปด้วย

 

​สอดคล้องกับมุมมองของกระทรวงแรงงาน ที่ประเมินว่าสถานการณ์ภาพรวมมีทิศทางที่ดีขึ้น สหรัฐฯ มีท่าทีผ่อนคลายและชื่นชมการบริหารจัดการปัญหาแรงงานของไทย แม้จะยังไม่มีการลงนามข้อตกลงเรื่องงบประมาณสนับสนุนโดยตรง แต่ทางการสหรัฐฯ ยืนยันว่าจะส่งผู้เชี่ยวชาญด้านสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) เข้ามาช่วยสนับสนุนไทยในการแกะรอยและสกัดกั้นการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินของผู้เสียหาย

 

​อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.ธัชชัย ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า การปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศกัมพูชายังคงเป็นปัญหาเรื้อรัง ภาพข่าวการกวาดล้างที่ปรากฏในกัมพูชานั้น ทางการไทยมองว่าอาจเป็นเพียงการแสดงให้เห็นภาพภายนอก เนื่องจากข้อมูลการข่าวเชิงลึกยืนยันว่า การเคลื่อนย้ายฐานปฏิบัติการในกัมพูชายังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง โดยพบการย้ายฐานจากแนวชายแดนลึกลงไปสู่พื้นที่ชั้น 2 และชั้น 3 ของประเทศกัมพูชา อีกทั้งยังพบคนไทยถูกหลอกลวงไปทำงานและมีการคัดแยกตัวผู้เสียหายกลับเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตัวเลขการหลอกลวงและมูลค่าความเสียหายในภาพรวมไม่ได้ลดลงแต่อย่างใด

 

​ผู้บริหารระดับสูงของ ตร. ทิ้งท้ายว่า ที่ผ่านมา การรับตัวคนไทยกลับจากกัมพูชาไม่ได้รับความร่วมมือด้านข้อมูลเชิงลึกจากทางการกัมพูชาเท่าที่ควร โดยมักถูกอ้างเหตุผลด้านข้อจำกัดทางกฎหมายและความไม่เกี่ยวข้อง

 

ดังนั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงเตรียมยกระดับมาตรการด้วยการตั้งศูนย์คัดแยกและรับตัวชาวต่างชาติรวมถึงคนไทยที่เดินทางกลับเข้าประเทศ เพื่อสอบสวนหาความเชื่อมโยงกับคดีการค้ามนุษย์ หากพบหลักฐานแน่ชัดว่าฐานการกระทำผิดตั้งอยู่ในประเทศใด ไทยจะใช้กลไกทางกฎหมายว่าด้วยการต่อต้านการค้ามนุษย์ในระดับสากล เข้ากดดันทางการของประเทศต้นทาง เพื่อบังคับให้เกิดการให้ข้อมูลและปราบปรามอย่างแท้จริงต่อไป

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising