แม่น้ำโขงและลำน้ำสาขาที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนหลายล้านคนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กำลังเผชิญภัยคุกคามครั้งใหญ่ จากสารพิษที่ไหลปนเปื้อนมากับการทำเหมืองแร่หายาก (Rare Earth) ในพื้นที่ต้นน้ำ โดยเฉพาะในเมียนมาที่ยังอยู่ในภาวะสงครามกลางเมือง และขยายตัวต่อเนื่องไปยังลาว
ที่อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย หนึ่งในศูนย์กลางการประมงทางภาคเหนือของไทย ‘สุขใจ ญานะ’ชาวประมงวัย 75 ปี กำลังนั่งแกะปลาตัวเล็กๆ ออกจากแหบนหัวเรือหางยาว ด้วยความผิดหวังกับปลาที่จับได้ และกังวลว่าจะขายได้หรือไม่ ตามรายงานในบทความ Southeast Asia’s Mekong River being poisoned by rare earth mining ของ South China Morning Post
บางวันสุขใจไม่มีรายได้เลย เพราะความต้องการบริโภคปลาลดลง จากความกังวลเรื่องการปนเปื้อนสารพิษในแม่น้ำโขงและลำน้ำสาขา ที่กำลังคุกคามคนนับล้านที่พึ่งพาสายน้ำเหล่านี้ในการทำเกษตรและประมง
“ผมก็ไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหนอื่น” สุขใจกล่าว ขณะที่เชียงแสนเป็นบ้านของครอบครัวเขามาหลายทศวรรษ
สุขใจคือหนึ่งใน 70 ล้านคน ที่อาศัยลำน้ำโขงความยาวเกือบ 5,000 กิโลเมตรในการดำรงชีวิต โดยปัจจุบันความต้องการแร่หายากที่พุ่งสูงขึ้น กำลังขับเคลื่อนการทำเหมืองที่ไร้การควบคุม และเริ่มต้นจากเมียนมา ก่อนแผ่ขยายไปยังลาว
แม้แม่น้ำโขงจะเผชิญแรงกดดันมายาวนาน ตั้งแต่ขยะพลาสติก เขื่อนพลังน้ำต้นทาง ไปจนถึงการขุดทรายที่ทำให้ตลิ่งทรุด แต่นักวิชาการเตือนว่า สารพิษจากเหมืองแร่หายากอาจเป็นภัยคุกคามที่รุนแรงถึงขั้นทำให้ลุ่มน้ำแห่งนี้สูญสลาย
การสัมผัสโลหะหนักอย่างสารหนู, ปรอท, ตะกั่ว และแคดเมียม เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง ภาวะอวัยวะล้มเหลว และความเสียหายต่อพัฒนาการ โดยเฉพาะในเด็กและสตรีมีครรภ์
‘ครัวโลก’ กำลังถูกทำลาย กระทบส่งออกข้าว-ผลไม้ของไทย
ไทยกำลังเผชิญผลกระทบหนักที่สุด เพราะสารพิษเหล่านี้กำลังคุกคามอุตสาหกรรมส่งออกอาหารระดับโลก ตั้งแต่ข้าวที่วางขายในซูเปอร์มาร์เก็ตในสหรัฐฯ, ถั่วแระแช่แข็งในญี่ปุ่น ไปจนถึงกระเทียมในครัวเรือนชาวมาเลเซีย
ในขณะที่การรับมือยังจำกัดอยู่ในระดับท้องถิ่น และถูกซ้ำเติมด้วยการลักลอบขนแร่และสงครามในเมียนมา ส่งผลให้ปัญหาขยายลงไปถึงกัมพูชาและเวียดนามที่อยู่ปลายน้ำ
ดร.สืบสกุล กิจนุกร (Suebsakun Kidnukorn) จากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ระบุว่า เกษตรกรรมเป็นกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมเตือนว่าเหมืองแร่หายากกำลังทำลาย ‘ครัวโลก’
ที่หมู่บ้านท่าตอน บนพื้นที่เนินเขาของไทย ลา บุญเรือง เกษตรกรวัย 63 ปี กำลังตัดเครือกล้วย พร้อมใช้นิ้วนับพืชที่ปนเปื้อนสารพิษซึ่งเขาเก็บเกี่ยวอยู่ ทั้งข้าว, กระเทียม, ข้าวโพด, หอม, มะม่วง และกล้วย โดยน้ำที่เขาใช้รดพืชมาจากแม่น้ำกก ลำน้ำสาขาของแม่น้ำโขงที่ไหลจากเมียนมาเข้าสู่ไทย และเต็มไปด้วยสารพิษ
“ทุกคนกลัวสารพิษ ถ้าเราส่งออกไม่ได้ เกษตรกรคือคนแรกที่ตาย” ลากล่าว
ไทยเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ที่สุดของโลก ร่วมกับอินเดียและเวียดนาม โดยในปี 2024 ไทยส่งออกข้าวและผลไม้รวมมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.25 แสนล้านบาท) ตามตัวเลขการค้าที่จัดอันดับให้สหรัฐฯ เป็นผู้นำเข้าข้าวรายใหญ่ที่สุด
“สิ่งที่เรากังวลคือ สารพิษจะสะสมในข้าวที่เราส่งออก ซึ่งจะทำให้อุตสาหกรรมการทำนาของเราที่เป็นวัฒนธรรม ต้องล่มสลาย” นิวัฒน์ ร้อยแก้ว ผู้ก่อตั้งสถาบันแม่น้ำโขงศึกษา ในอำเภอเชียงของ กล่าว ขณะที่นักวิทยาศาสตร์ไทยพบการปนเปื้อนโลหะหนักในระดับสูงในลำน้ำสาขาอื่นๆ ของแม่น้ำโขง ทั้งแม่น้ำสายและแม่น้ำรวก
ความต้องการแร่หายากพุ่ง เบื้องหลังภัยคุกคามแม่น้ำโขง
ทุกวันนี้ แร่หายากเป็นวัตถุดิบสำคัญของเทคโนโลยียุคใหม่ ตั้งแต่สมาร์ตโฟน, ยานยนต์ไฟฟ้า ไปจนถึงขีปนาวุธและเครื่องบินรบ แม้ชื่อจะบอกว่า ‘หายาก’ แต่ในความเป็นจริงแร่ชนิดนี้พบได้ทั่วไป ที่ทำให้แร่ขาดแคลนคือต้นทุนการขุดและกระบวนการแยกสกัดที่ซับซ้อน ซึ่งกระจุกตัวอยู่ในจีน
ศูนย์ Stimson ในสหรัฐฯ ใช้การวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียม และระบุพบจุดทำเหมืองแร่หายากและเหมืองอื่นๆ ที่ไม่ได้รับการควบคุม เกือบ 800 จุดตามลำน้ำสาขาของแม่น้ำโขงในลาว, เมียนมา และกัมพูชา
หลายแห่งในเมียนมาตั้งอยู่ในพื้นที่สู้รบ โดยสงครามกลางเมืองเป็นแรงผลักดันให้เกิดการ ‘กระจายตัวของเหมือง’ ในเชิงภูมิศาสตร์ ตามการติดตามของ รีแกน ควาน จากศูนย์ Stimson ซึ่งพบการขยายตัวของเหมืองไปอีก 26 จุดตามลำน้ำในลาว
เมียนมาเป็นซัพพลายเออร์รายใหญ่ที่สุดของจีนในกลุ่มแร่หายากชนิดหนัก โดยส่งออกแร่ไปจีนคิดเป็นมูลค่ากว่า 4.2 พันล้านดอลลาร์ (ราว 1.36 แสนล้านบาท) ระหว่างปี 2017-2024 โดยส่วนใหญ่เกิดขึ้นหลังการรัฐประหารในปี 2021
ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้กำหนดให้การสร้างความมั่นคงด้านแร่สำคัญและแร่หายาก เป็นเป้าหมายสำคัญด้านนโยบายต่างประเทศ เนื่องจากแร่เหล่านี้ใช้ในเครื่องบินรบ F-35, เรือดำน้ำ, ขีปนาวุธโทมาฮอว์ก, ระบบเรดาร์ และระเบิดอัจฉริยะ ซึ่งความต้องการกำลังเพิ่มขึ้น เพราะสหรัฐฯ ต้องเติมและขยายคลังอาวุธที่พร่องไปจากสงครามในอิหร่านและยูเครน
นี่คือข่าวร้ายของแม่น้ำที่หล่อเลี้ยงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บราเอียน ไอเลอร์ (Brian Eyler) จากศูนย์ Stimson เปรียบเทียบว่า สารพิษจากเหมืองคือ ‘ระเบิดปรมาณู’ สำหรับลุ่มน้ำ เป็นรองเพียงสงครามในศตวรรษที่แล้ว ทั้งสงครามเวียดนามและการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของเขมรแดง โดยสร้างความเสียหายมากกว่าภัยคุกคามอื่น เช่น เขื่อนขนาดใหญ่ และ “มันยังไม่หยุด”
หมายเหตุ : ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 32.51 บาท ณ วันที่ 3 พฤษภาคม 2569
ภาพ: Suriya99 / Shutterstock
อ้างอิง:

