หลังจาก ‘ทิม คุก’ ส่งไม้ต่อให้ ‘จอห์น เทอร์นัส’ ขึ้นรับตำแหน่งซีอีโอคนใหม่ของ Apple คำถามสำคัญที่นักวิเคราะห์เริ่มหยิบยกขึ้นมาคือ เขาจะฝากคำแนะนำอะไรถึงผู้สืบทอดตำแหน่ง
ทิม คุก กล่าวว่า หนึ่งในสิ่งสำคัญที่สุดของการเป็นผู้นำ คือการเลือกให้ชัดว่าจะใช้เวลาไปกับอะไร พร้อมย้ำว่าแก่นหลักของ Apple คือการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน หากยังคงยึดเป้าหมายนี้เป็นศูนย์กลางในการตัดสินใจ ธุรกิจก็จะเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง และ สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ตลาดได้อย่างสม่ำเสมอ
ในอีกด้านหนึ่ง รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ที่เพิ่งประกาศออกมา ทิม คุก ระบุว่าเป็น ‘ไตรมาสที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา’ และ ยังถือเป็นครั้งแรกหลังจากบริษัทประกาศว่าเขาจะลงจากตำแหน่งในเดือนกันยายนนี้ เพื่อส่งต่อบทบาทให้จอห์น เทอร์นัส หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรมฮาร์ดแวร์ ขึ้นมารับช่วงต่อ
ตัวเลขผลประกอบการสะท้อนความแข็งแกร่งของบริษัทอย่างชัดเจน โดย Apple มีรายได้รวม 1.112 แสนล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 17% จากปีก่อน ขณะที่รายได้จาก iPhone อยู่ที่ 5.7 หมื่นล้านดอลลาร์ เติบโต 22% เมื่อเทียบรายปี ภาพรวมดังกล่าวทำให้ซีอีโอคนใหม่กำลังจะเข้ารับตำแหน่งบนฐานธุรกิจที่มั่นคง แต่ขณะเดียวกันก็ต้องเผชิญแรงกดดันในการขับเคลื่อนทั้งผลิตภัณฑ์หลัก และ นวัตกรรมใหม่ไปพร้อมกัน
ด้านจอห์น เทอร์นัส กล่าวถึงแนวทางการบริหารว่า เขาจะยึดหลักการทำงานที่ได้เรียนรู้จากทิม คุก โดยเฉพาะความรอบคอบ การตัดสินใจอย่างเป็นระบบ และวินัยทางการเงิน ซึ่งถือเป็นจุดเด่นสำคัญของผู้นำคนปัจจุบัน และเป็นสิ่งที่เขาตั้งใจจะสานต่อ
แม้ภายหลังการประกาศผลประกอบการ หุ้น Apple จะปรับตัวลงเล็กน้อยในช่วงแรก แต่ต่อมาก็ฟื้นตัวขึ้นมากกว่า 3% ระหว่างการซื้อขาย สะท้อนมุมมองเชิงบวกของนักลงทุนต่อทิศทางของบริษัทในระยะข้างหน้า
อย่างไรก็ตาม ตลอดปีที่ผ่านมา Apple ยังคงเผชิญคำถามจากนักวิเคราะห์เกี่ยวกับทิศทางด้าน AI และผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์หลักอย่าง iPhone โดยทิม คุก ย้ำว่า บริษัทจะเน้นการผสาน AI เข้าไปในอุปกรณ์ มากกว่าการพัฒนาเป็นซอฟต์แวร์แบบแยกส่วน ขณะเดียวกันยังเริ่มเห็นแนวโน้มที่ภาคธุรกิจนำ Mac ไปใช้ในงานด้าน AI มากขึ้น ทั้งในด้านการพัฒนาและการรันระบบอัตโนมัติ
ในมุมนี้ บทบาทเดิมของจอห์น เทอร์นัส ในสายฮาร์ดแวร์จึงถูกมองว่าเป็นจุดแข็งสำคัญ ที่จะช่วยผลักดันความสามารถด้าน AI ของ Apple ต่อไป โดยบริษัทเตรียมเปิดเผยความคืบหน้าเพิ่มเติมในงาน Worldwide Developers Conference (WWDC) ช่วงเดือนมิถุนายน
ขณะเดียวกัน Apple ยังยอมรับว่า ปัญหาด้านอุปทาน หรือภาวะสินค้าขาดตลาด ได้ส่งผลกระทบต่อทั้ง iPhone และ Mac ในไตรมาสเดือนมีนาคม และคาดว่า Mac จะได้รับผลกระทบมากขึ้นในไตรมาสถัดไป ซึ่งสอดคล้องกับภาพรวมอุตสาหกรรมที่กำลังเผชิญภาวะขาดแคลนหน่วยความจำ จากความต้องการของศูนย์ข้อมูล AI ที่เพิ่มสูงขึ้น
ทั้งนี้ ข้อมูลจาก International Data Corporation (IDC) รายงานว่า ยอดจัดส่งสมาร์ตโฟนทั่วโลกลดลง 4.1% ในไตรมาสแรก อย่างไรก็ดี บริษัทขนาดใหญ่อย่าง Apple ยังมีข้อได้เปรียบด้านทรัพยากรและอำนาจต่อรองกับผู้ผลิตชิป และในระยะต่อไป ซีอีโอคนใหม่จะต้องมีบทบาทสำคัญในการบริหารความสัมพันธ์กับซัพพลายเออร์ ควบคู่ไปกับการดูแลห่วงโซ่อุปทานขนาดใหญ่ของบริษัท
ภาพ: FotoField/shutterstock
อ้างอิง:

