×

สมศ. เดินหน้า 5 ยุทธศาสตร์ยกระดับมาตรฐานการศึกษา ชูค่านิยม PRIDE สู่เป้าหมาย ‘การศึกษาคุณภาพสำหรับคนไทยทุกคน’

โดย THE STANDARD TEAM
01.07.2026
  • LOADING...
ภาพประกอบข่าวการเดินหน้า 5 ยุทธศาสตร์ของ สมศ. เพื่อยกระดับมาตรฐานการศึกษาไทย

วันนี้ (1 กรกฎาคม) สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ สมศ. เดินหน้าขับเคลื่อน 5 ยุทธศาสตร์สำคัญ เพื่อยกระดับมาตรฐานการศึกษาไทย ครอบคลุมการประเมินคุณภาพภายนอกอย่างโปร่งใส การสร้างการมีส่วนร่วม การพัฒนาผู้ประเมินภายนอก การยกระดับมาตรฐานหลักสูตรและการฝึกอบรม รวมถึงการใช้เทคโนโลยีและ AI เพิ่มประสิทธิภาพการประเมิน พร้อมชูค่านิยมองค์กร ‘PRIDE’ เป็นฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเป้าหมาย ‘การศึกษาที่มีคุณภาพสำหรับคนไทยทุกคน’

 

ศ.ดร.องอาจ นัยพัฒน์ ผู้อำนวยการ สมศ. กล่าวว่า ปัจจุบันภาคการศึกษาทั่วโลกกำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจ ข้อจำกัดด้านงบประมาณ การเปลี่ยนแปลงทางประชากรศาสตร์ ความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI รวมถึงความคาดหวังของผู้ปกครองต่อคุณภาพการศึกษาที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ระบบการประเมินคุณภาพการศึกษาต้องปรับตัวให้เท่าทัน

 

เพื่อให้การยกระดับคุณภาพมาตรฐานการศึกษาเกิดผลเป็นรูปธรรม สมศ. จึงกำหนด 5 ยุทธศาสตร์หลักในการดำเนินงาน ได้แก่ ยุทธศาสตร์ที่ 1 ด้านความโปร่งใส โดยพัฒนาระบบประเมินรูปแบบดิจิทัลที่สามารถรายงานผลแบบ Real-time และเปิดให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้าถึงผลการประเมินเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้

 

ยุทธศาสตร์ที่ 2 การมีส่วนร่วมและเครือข่ายความร่วมมือ โดยสร้างความร่วมมือกับเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ เพื่อนำข้อเสนอเชิงนโยบายไปพัฒนาและยกระดับคุณภาพสถานศึกษา

 

ยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาผู้ประเมิน เพื่อยกระดับสมรรถนะของบุคลากร สมศ. และผู้ประเมินภายนอก ให้มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและการประเมินขั้นสูง

 

ยุทธศาสตร์ที่ 4 มาตรฐานหลักสูตรและการฝึกอบรม มุ่งส่งเสริมให้สถานศึกษากลุ่มเป้าหมายมีผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนสูงขึ้น พร้อมสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบการประเมินภายนอก

 

และยุทธศาสตร์ที่ 5 ด้านเทคโนโลยี โดยนำเทคโนโลยีและ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพแพลตฟอร์มการประเมิน เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการอย่างยั่งยืน

 

ศ.ดร.องอาจกล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อให้การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริงในระดับองค์กร สมศ. ได้กำหนดค่านิยม ‘PRIDE’ เป็นรากฐานการทำงานของบุคลากร ประกอบด้วย P-Professionalism ความเป็นมืออาชีพและความเชี่ยวชาญ, R-Relationships การสร้างความสัมพันธ์ที่เข้มแข็งกับทุกภาคส่วน, I-Impartiality ความเป็นกลาง เที่ยงธรรม โปร่งใส และปราศจากผลประโยชน์ทับซ้อน, D-Determination ความมุ่งมั่นไม่ย่อท้อต่อเป้าหมาย และ E-Excellence ความเป็นเลิศในทุกกระบวนการของการประเมินคุณภาพการศึกษา

 

ทั้งนี้ สมศ. เห็นว่า กลไกสำคัญที่จะทำให้การศึกษาไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงได้อย่างแท้จริง คือ “ผู้รับบริการ” ได้แก่ พ่อแม่ ผู้ปกครอง และชุมชน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการร่วมตรวจสอบคุณภาพการเรียนการสอน และไม่ปล่อยให้การศึกษาที่ไม่ได้คุณภาพดำรงอยู่โดยขาดการตั้งคำถาม

 

ศ.ดร.องอาจระบุว่า สมศ. พร้อมเป็นพันธมิตรในการรับฟังข้อคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อนำไปสู่การพัฒนา ขณะเดียวกันจะเดินหน้าลดภาระที่ไม่จำเป็นของสถานศึกษา เพื่อให้สถานศึกษาสามารถมุ่งจัดการเรียนการสอนได้อย่างเต็มที่

 

“การผสานพลังระหว่างเสียงสะท้อนจากสังคม กับการสนับสนุนการทำงานของสถานศึกษา จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการเร่งพัฒนาสถานศึกษา นำไปสู่ Quality Education for all Thais หรือการศึกษาที่มีคุณภาพสำหรับคนไทยทุกคน” ศ.ดร.องอาจกล่าว

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising