×

Fed จบยุค ‘พาวเวลล์’ นั่งประธาน ส่งไม้ต่อ ‘เควิน วอร์ช’ กระทบดอกเบี้ยโลกและ กนง. ไทยอย่างไร

01.05.2026
  • LOADING...
ภาพประกอบข่าวเศรษฐกิจโลก แสดงแผนภูมิและตัวเลขทางการเงิน พร้อมข้อความ ‘เจาะแนวคิด เควิน วอร์ช ว่าที่ประธาน Fed คนใหม่ กระทบดอกเบี้ยโลก’

นับเป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญของระบบเศรษฐกิจโลก เมื่อธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) กำลังจะเปลี่ยนผ่านการนำจาก ‘เจอโรม พาวเวลล์’ ไปสู่ว่าที่ประธาน Fed คนใหม่ ‘เควิน วอร์ช’ ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ผันผวนและความท้าทายด้านเงินเฟ้อ ‘เควิน วอร์ช’ ว่าที่ประธาน Fed คนใหม่ มีแนวคิดด้านการดำเนินนโยบายการเงินอย่างไร และจะกระทบดอกเบี้ยโลกอย่างไร

 

 
 

นิสารัตน์ ชมภูพงษ์ ผู้อำนวยการ Wealth and Investment Advisory SCB CIO ธนาคารไทยพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ Morning Wealth ระบุว่าในการประชุมรอบล่าสุดซึ่งถือเป็นช่วงโค้งสุดท้ายของพาวเวลล์ Fed มีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.5-3.75% โดยเสียงของคณะกรรมการมีความแตกแยกกันพอสมควร มี 1 ท่านโหวตให้ลดดอกเบี้ย ขณะที่อีก 3 ท่านไม่เห็นด้วยกับการผ่อนคลายนโยบาย

 

ความท้าทายหลักที่ Fed กำลังเผชิญคือภารกิจ 2 ด้าน (Dual Mandate) ทั้งการดูแลเงินเฟ้อที่ปัจจุบันยังสูงกว่ากรอบเป้าหมาย 2% ซึ่งได้รับแรงกดดันจากสงครามอิหร่านและราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง และด้านการจ้างงานที่แม้เศรษฐกิจยังพอไปได้และอัตราการว่างงานคงที่ แต่เริ่มเห็นสัญญาณการชะลอตัวของการจ้างงาน สิ่งที่พาวเวลล์เน้นย้ำทิ้งท้ายคือการรักษา ‘ความเป็นอิสระของ Fed’ เพื่อส่งไม้ต่อให้เควิน วอร์ช โดยเปิดทางให้ทิศทางดอกเบี้ยในอนาคตสามารถปรับขึ้นหรือลงก็ได้ ขึ้นอยู่กับราคาน้ำมันและสถานการณ์สงครามอิหร่านเป็นสำคัญ

 

เจาะแนวคิด ‘เควิน วอร์ช’ ว่าที่ประธาน Fed คนใหม่

 

การเข้ามาของเควิน วอร์ช มาพร้อมกับแนวคิดใหม่ที่อาจเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์นโยบายการเงินของสหรัฐฯ ใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่

 

  • กรอบการมองเงินเฟ้อ (Inflation Framework) วอร์ชมีแนวคิดที่จะเปลี่ยนมาตรวัดเงินเฟ้อจาก Core PCE มาเป็น Trimmed Mean ซึ่งเป็นการตัดข้อมูลที่ผิดปกติ (Outlier) ออกไป หากเทียบกันแล้ว Core PCE ปัจจุบันอยู่ที่กว่า 3% แต่ Trimmed Mean จะลดลงมาอยู่ที่ราว 2.3-3% ซึ่งการเปลี่ยนมาตรวัดนี้อาจเป็นการเปิดทางให้ Fed สามารถพิจารณาลดดอกเบี้ยได้ง่ายขึ้น
  • มุมมองด้าน Productivity จาก AI วอร์ชมองว่าการลงทุนในเทคโนโลยี AI อย่างมหาศาลจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต (Productivity) ให้กับเศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่งผลดีต่อการจ้างงานและเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนโอกาสในการลดดอกเบี้ย
  • ลดบทบาทขนาดงบดุล (Balance Sheet) วอร์ชไม่นิยมการใช้เครื่องมือผ่านงบดุล เช่น QE หรือ QT เป็นนโยบายการเงินหลัก โดยเขาต้องการลดขนาดงบดุลลง และหันไปโฟกัสที่การใช้ อัตราดอกเบี้ยนโยบาย เป็นเครื่องมือหลักแทน

 

ตลาดสั่นสะเทือนเมื่อ Forward Guidance ลดลง

 

ความแตกต่างที่ชัดเจนอีกประการคือ ‘การสื่อสาร’ วอร์ชมีแนวคิดที่ต้องการลดการให้คำแนะนำล่วงหน้า (Forward Guidance) รวมถึงต้องการให้คณะกรรมการ FOMC ออกสื่อเพื่อแสดงความคิดเห็นทางเศรษฐกิจให้น้อยลง เมื่อทิศทางล่วงหน้าคาดเดาได้ยากขึ้น จะส่งผลให้ ตลาดมีความผันผวนเพิ่มสูงขึ้น

 

นอกจากนี้ การลดขนาดงบดุลควบคู่ไปกับโอกาสในการลดดอกเบี้ยนโยบาย อาจส่งผลให้เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Yield Curve) มีลักษณะชันขึ้น (Steepening) กล่าวคือ ผลตอบแทนระยะสั้นอาจลดลงตามทิศทางดอกเบี้ย แต่ผลตอบแทนระยะยาวอาจมีส่วนชดเชยความเสี่ยง (Term Premium) ที่สูงขึ้น

 

สำหรับผลกระทบต่อ กนง. ไทย สำหรับการปรับตัวของธนาคารกลางอื่นๆ ทั่วโลก อาจมีทิศทางแตกต่างกันไปตามบริบทของแต่ละประเทศ อย่างเช่น คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของไทย อาจต้องเพิ่มการสื่อสารให้มากขึ้น ปัจจุบัน กนง. มีการปรับคาดการณ์เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นจาก 0.3% เป็น 2.9% ซึ่งเข้าใกล้กรอบเป้าหมายบนที่ 3% ขณะที่ดอกเบี้ยนโยบายของไทยอยู่ในระดับที่ต่ำมากเพียง 1% รั้งท้ายของโลก ทำให้พื้นที่ในการใช้นโยบาย (Policy Space) มีจำกัด SCB CIO จึงมองว่า กนง. น่าจะเลือก เก็บกระสุน ไว้ใช้ในยามที่จำเป็นและเหมาะสมมากกว่า

 

กลยุทธ์จัดพอร์ตลงทุนสู้ความผันผวน โดย SCB CIO

 

แม้ตลาดจะเผชิญความผันผวนจากการเปลี่ยนผ่านประธาน Fed และปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่จากสถิติในอดีต ตลาดมักจะฟื้นตัว (Recover) ได้เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย SCB CIO แนะนำให้นักลงทุนกลับมาโฟกัสที่ ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental) และผลประกอบการ (Earnings) เป็นหลัก ซึ่งพบว่าผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนฟื้นตัวได้ดีโดยเฉพาะจากแรงหนุนของการลงทุนด้าน AI

 

คำแนะนำการลงทุน มีดังนี้

 

  • ทยอยเพิ่มน้ำหนักสินทรัพย์เสี่ยง
  • ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังมีความน่าสนใจในฐานะผู้นำธีม AI ประกอบกับมูลค่า (Valuation) ที่น่าสนใจหลังมีการปรับฐานลงมา และผลประกอบการที่ออกมาดีกว่าคาด
  • ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ได้อานิสงส์โดยตรงจากการลงทุน AI, การขาดแคลนชิปหน่วยความจำ (Memory), และนโยบายการปฏิรูปตลาดทุนของประเทศ
  • การลงทุนแบบ Thematic
  • กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) ธุรกิจต้นน้ำที่รับประโยชน์ตรงๆ จากงบลงทุน AI
  • กลุ่มพลังงานทางเลือก (Alternative Energy) เทคโนโลยี AI ต้องการใช้ไฟฟ้ามหาศาล ประกอบกับทิศทางราคาน้ำมันที่สูง ทำให้พลังงานสะอาดกลายเป็นทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจ
  • กองทุนผสม (Multi-Asset) หากรับความเสี่ยงหรือคาดเดาตลาดยาก แนะนำลงทุนในกองทุนผสมที่เปิดให้ผู้จัดการกองทุนปรับเปลี่ยนสัดส่วนสินทรัพย์ตามสภาวะตลาดได้อย่างยืดหยุ่น
  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories