×

‘ภราดร’ เผยรัฐบาลอาจตัดงบรายจ่ายไม่จำเป็นในปีงบ 69 ได้ต่ำคาด คาดโอนงบได้เพียง 50,000 ล้านบาทเท่านั้น จับตา ‘เอกนิติ’ เคาะออก พ.ร.ก. เงินกู้

30.04.2026
  • LOADING...
ภาพแสดงข้อความสรุปข่าวรัฐบาลตัดงบประมาณปี 69 ได้ต่ำกว่าคาด เหลือเพียง 50,000 ล้านบาท

‘ภราดร’ รมต.ประจำสำนักนายกฯ เผยรัฐบาลอาจตัดงบรายจ่ายไม่จำเป็นในปีงบ 2569 ได้ต่ำคาด โดยอาจตัดยอดโอนงบได้ที่ 50,000 ล้านบาทเท่านั้น ยืนยันผู้ได้สิทธิ์ ‘คนละครึ่ง พลัส’ เกิน 20 ล้านคน เข้า ครม. สัปดาห์หน้า มั่นใจฐานะการคลังยังแกร่ง

 

วันนี้ (30 เมษายน) ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยถึงความคืบหน้าการตัดยอดโอนงบประมาณรายจ่ายของรัฐบาล ซึ่งมีเส้นตายการสรุปตัวเลขในวันนี้ว่า โดยเบื้องต้นคาดว่าเม็ดเงินที่จะได้กลับมาน่าจะอยู่ที่ประมาณ 50,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าน้อยกว่าที่ประมาณการไว้ในตอนแรกที่ประมาณไว้ราว 80,000 ถึง 100,000 ล้านบาท

 

อย่างไรก็ตาม ภราดรอธิบายว่า จากการประกาศล่วงหน้าโดยรัฐบาล ทำให้ส่วนราชการเร่งก่อหนี้และเบิกจ่ายเงินงบประมาณกันมากขึ้น ซึ่งในมุมหนึ่งก็ถือเป็นข้อดี ที่หน่วยงานต่างๆ เร่งเบิกจ่ายเงินไปหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้เร็วขึ้น

 

ทั้งนี้ หากยอดตัดงบได้เพียง 50,000 ล้านบาท ซึ่งน้อยกว่าตัวเลขเดิมที่ประมาณการไว้ ภราดรระบุว่า ต้องรอความชัดเจนจาก ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ว่าจะมีการออก พ.ร.ก. เงินกู้ วงเงินเท่าไหร่ พร้อมระบุว่าเป็นประเด็นที่กระทรวงการคลังกำลังพิจารณาอยู่

 

สำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่าง ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ คาดว่าจะมีการนำแพ็กเกจโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และโครงการคนละครึ่ง เข้าหารือในที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจในวันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคมก่อน และเตรียมเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในวันอังคารที่ 5 พฤษภาคมเป็นลำดับต่อไป

 

สำหรับรายละเอียดของแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจที่เตรียมนำเสนอ มีดังนี้:

 

โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ: ภราดรระบุว่าจำนวนผู้ได้รับสิทธิ์อาจลดลงจาก 13.4 ล้านคน เหลือประมาณ 13.2 ล้านคน เนื่องจากผู้มีสิทธิ์บางรายอาจเสียชีวิตแล้ว โดยรัฐบาลมีแผนจะขยับเพิ่มวงเงินช่วยเหลือจากเดิม 300 บาทต่อเดือน เป็นประมาณ 1,000 บาทต่อเดือน ในช่วงระยะเวลาใดเวลาหนึ่ง ก่อนที่จะกลับไปใช้ฐานวงเงินเดิม ส่วนวงเงินจะได้ถึงคนละ 4,000 บาทหรือไม่นั้น ภราดรระบุว่าต้องรอให้ทางกระทรวงการคลังและดร.เอกนิติเป็นผู้สรุปตัวเลข

 

โครงการคนละครึ่ง : ภราดรยืนยันว่าจะมีผู้ได้รับสิทธิ์เกิน 20 ล้านคนอย่างแน่นอน โดยพร้อมจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนได้ทันทีหลังจากที่ ครม. มีมติเห็นชอบโครงการ ข้อดีของการดำเนินโครงการในครั้งนี้คือจะไม่มีการจ่ายเงินก้อนในครั้งเดียว แต่จะใช้วิธีทยอยจ่ายเป็นรายเดือน ซึ่งช่วยให้กระทรวงการคลังมีเวลาในการหาช่องทางและบริหารจัดการเงินมารองรับได้

 

สุดท้ายในส่วนของความกังวลด้านเสถียรภาพทางการคลังและงบประมาณ ภราดรกล่าวว่า จากการสรุปแผนการคลังระยะปานกลาง (MTFF) โดย 4 หน่วยงาน พบว่า รายรับของรัฐบาลไม่ได้ลดลงและมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้น ในขณะที่ฝั่งรายจ่ายถูกตรึงเอาไว้ที่ระดับเดิม ประกอบกับตัวเลข GDP ก็มีทิศทางขยับสูงขึ้นด้วย ทำให้ภาพรวมตัวเลขในปี 2570 ยังไม่มีความน่ากังวล โดยปัจจัยสำคัญเดียวที่ต้องติดตามประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดคือปัญหาทิศทางสงครามว่าจะมีความยืดเยื้อมากน้อยเพียงใด

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories