×

ศิริกัญญา-อภิสิทธิ์ ชำแหละร่างงบประมาณ ปี 2570 สะท้อนแผลเรื้อรัง ห่วงหนี้สาธารณะทะลุเพดาน 70% ท่ามกลางวิกฤตรายได้ตกต่ำ

โดย THE STANDARD TEAM
29.06.2026
  • LOADING...
ภาพประกอบการอภิปรายร่างงบประมาณปี 2570 ของศิริกัญญา ตันสกุล และอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 25 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง เป็นพิเศษ วันนี้ (29 มิถุนายน) มีวาระเรื่องด่วนในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ซึ่งนำเสนอโดย เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

 

ภาพรวมของการอภิปรายจากฝั่งพรรคฝ่ายค้านมุ่งเน้นไปที่การตั้งข้อสังเกตถึงโครงสร้างการจัดสรรงบประมาณที่สะท้อนภาวะเปราะบางทางการคลัง การปรับลดรายจ่ายลงทุน สวนทางกับรายจ่ายประจำและภาระหนี้สินที่เพิ่มสูงขึ้น ตลอดจนความเสี่ยงที่หนี้สาธารณะจะพุ่งทะลุเพดาน 70% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP)

 

  • แผลการคลังเรื้อรัง รายจ่ายประจำพุ่ง-งบลงทุนดิ่ง

 

เวลา 10.05 น. ศิริกัญญา ตันสกุล สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ลุกขึ้นอภิปรายเป็นคนแรกของพรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยระบุว่าโครงสร้างงบประมาณปี 2570 สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาเรื้อรังทางการคลังที่เปรียบเสมือนฝีแตก แม้ภาพรวมงบประมาณจะเพิ่มขึ้นเพียง 7,400 ล้านบาท และมีการประมาณการรายได้ที่ 3 ล้านล้านบาท (เพิ่มขึ้น 79,000 ล้านบาท) แต่รัฐบาลยังคงต้องกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลในระดับสูง การขาดดุลงบประมาณเกิน 3% ต่อ GDP ได้กลายเป็นความปกติใหม่ที่สะท้อนว่ารายได้ของรัฐขยับตามไม่ทันค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น

 

ศิริกัญญาระบุถึงความผิดปกติในการจัดสรรงบประมาณว่า รายจ่ายลงทุนถูกปรับลดลงไปถึง 70,000 ล้านบาท ขณะที่รายจ่ายประจำกลับเพิ่มขึ้นสวนทางกัน กว่า 70% ของหน่วยรับงบประมาณในระดับกรมได้รับงบประมาณลดลงจากปี 2569 โดยเฉพาะหน่วยงานที่ถืองบลงทุนจำนวนมาก

 

ส่วนงบประมาณที่เพิ่มขึ้นไปกระจุกตัวอยู่ในหมวดงบกลาง โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร เช่น งบบำเหน็จบำนาญข้าราชการ และการชำระดอกเบี้ยซึ่งกระทรวงการคลังได้รับการจัดสรรเพิ่มขึ้น 40,000 ล้านบาท ทำให้สัดส่วนการจ่ายดอกเบี้ยต่อรายได้พุ่งทะลุ 10% เป็นครั้งแรก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) ของประเทศในอนาคต

 

“สะท้อนว่าวันนี้แผลเรื้อรังของงบประมาณไทยเอาอะไรมาปกปิดไว้ก็ไม่อยู่แล้ว ฝีที่ถูกบ่มมาหลายปี มันแตกแล้วในปีงบประมาณ 2570” ศิริกัญญากล่าว

 

นอกจากนี้ ยังมีการตั้งข้อสังเกตถึงการจำแนกประเภทรายจ่ายในเอกสารสำนักงบประมาณ โดยพบว่างบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงิน 100,000 ล้านบาท และงบกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 12,000 ล้านบาท ถูกนับเป็นรายจ่ายลงทุนถึง 80% ทั้งที่รูปแบบการใช้จ่ายมีแนวโน้มเป็นการแจกเงิน

 

ขณะที่งบประมาณด้านการวิจัยและพัฒนาซึ่งควรเป็นรายจ่ายลงทุนที่แท้จริง กลับถูกปรับลดลงจาก 19,000 ล้านบาท เหลือเพียง 13,000 ล้านบาท (ลดลง 6,000 ล้านบาท) ส่วนงบกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นแม้จะเพิ่มขึ้น 7,615 ล้านบาท แต่สัดส่วนต่อรายได้สุทธิของรัฐบาลยังคงอยู่กึ่งกลางที่ 24.35% เท่ากับปีที่ผ่านมา

 

  • จี้ปฏิรูปโครงสร้างภาษี ก่อนไทยเสี่ยงเพดานหนี้ทะลุ 70%

 

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้อภิปรายในทิศทางเดียวกันว่า ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ฉบับนี้สะท้อนให้เห็นถึงโครงสร้างที่มองไม่เห็นอนาคต เพราะศักยภาพการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลทำได้เพียงนำมาประคับประคองรายจ่ายประจำและใช้หนี้เก่าที่สร้างไว้ โดยตัวเลขการจัดเก็บภาษีอากรต่อ GDP ปัจจุบันลดลงมาอยู่ที่ 14.6% ซึ่งเป็นสถิติที่ต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์

 

อภิสิทธิ์เรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเร่งปฏิรูประบบภาษีครั้งใหญ่ โดยขอให้การพิจารณาปรับเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เป็นทางเลือกสุดท้าย ไม่เช่นนั้นรัฐบาลจะไม่สามารถดูแลสวัสดิการพื้นฐานของประชาชน เช่น เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เบี้ยคนพิการ และเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดได้

 

อภิสิทธิ์ระบุว่า งบประมาณปี 2570 มีการเพิ่มขึ้นเพียงหมวดบุคลากรและเงินอุดหนุน แต่งบลงทุนกลับลดลงอย่างเฉียบพลันและไร้โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานใหม่ เช่น โครงการป้องกันภัยพิบัติในพื้นที่หาดใหญ่ที่ประชาชนคาดหวัง ในส่วนของการจัดสรรงบประมาณกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ที่เพิ่มขึ้นสูงสุด แม้จะมีความจำเป็นด้านระบบ Cloud แต่ยังไม่สะท้อนให้เห็นวิสัยทัศน์หรือยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน เช่นเดียวกับการสอดแทรกคำว่าปัญญาประดิษฐ์เข้าไปในหลายกระทรวงตามกระแสสังคม โดยไม่มีการตั้งงบประมาณแบบพุ่งเป้าเป้าหมาย (Targeting) และไม่มีการทำงบประมาณฐานศูนย์ (Zero-based budgeting) ตามหลัก 5T

 

สำหรับประเด็นความมั่นคงทางการคลัง อภิสิทธิ์เตือนว่า แม้รัฐบาลจะระบุว่าหนี้สาธารณะปัจจุบันยังไม่ชนเพดาน แต่หากศาลรัฐธรรมนูญอนุญาตให้รัฐบาลกู้เงิน 4 แสนล้านบาทได้เต็มจำนวน ซึ่งถูกวิจารณ์ว่านำไปอุดหนุนการนำเข้าโซลาร์เซลล์และยานยนต์ไฟฟ้า สัดส่วนหนี้สาธารณะจะพุ่งไปถึง 69%

 

ทั้งนี้ หากนำภาระหนี้สินที่รัฐบาลค้างชำระสถาบันการเงินของรัฐตามมาตรา 28 อีกประมาณ 1 ล้านล้านบาทมารวมคำนวณด้วย สัดส่วนหนี้จะทะลุ 70% ทันที ยิ่งไปกว่านั้น ภายใน 3-4 ปีข้างหน้า หากรัฐบาลไม่สามารถจัดเก็บรายได้ให้เติบโตเกิน 4% ต่อปี หนี้สาธารณะของประเทศไทยอาจพุ่งสูงถึง 80-90% ซึ่งจะเป็นอุปสรรคสำคัญในการสร้างอนาคตของประเทศหากไม่มีการผ่าตัดงบประมาณอย่างเป็นรูปธรรม

 

“ผมถึงบอกว่าสำหรับพรรคประชาธิปัตย์เราไม่เห็นอนาคต และต้องขอบคุณเพื่อนสมาชิกจากฟากรัฐบาลที่อภิปรายเมื่อครู่นี้ เป็นอีกคำหนึ่งที่ทำให้เห็นความชัดเจนของงบประมาณฉบับนี้ ก็คือเป็นงบหาเช้ากินค่ำ” อภิสิทธิ์กล่าว

 

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising