Seven & i Holdings บริษัทแม่ของร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven เดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจร้านสะดวกซื้อครั้งใหญ่ ประกาศปิดสาขา 7-Eleven ในสหรัฐฯ กว่า 645 สาขา ควบคู่กับการเพิ่มงบลงทุนในสาขาเดิมที่มีอยู่อีก 50% เพื่อเร่งยกระดับประสิทธิภาพและความสามารถในการทำกำไรให้ธุรกิจ ปูทางนำบริษัทลูกเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น
สำหรับสาขาที่จะปิดส่วนใหญ่เป็นร้านที่มีผลประกอบการไม่ดี หรือคิดเป็นราว 5% ของร้านทั้งหมดของ 7-Eleven ในภูมิภาค ซึ่งจะเริ่มทยอยปิดตั้งแต่ปี 2026 จนถึงปีงบประมาณที่สิ้นสุดเดือนกุมภาพันธ์ปี 2027 ซึ่งจะส่งผลให้จำนวนร้านในสหรัฐฯ ลดลงเหลือ 1.2 หมื่นกว่าสาขา แต่ในช่วงเวลาเดียวกัน บริษัทก็มีแผนเปิดร้านใหม่อีก 205 สาขา ด้วยเช่นกัน
พร้อมกันนี้ บริษัทตั้งเป้าลดค่าใช้จ่ายด้านการตลาดและบริหาร เพื่อดันกำไรในปีงบประมาณปัจจุบัน โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา บริษัท 7-Eleven Inc. ได้ปรับโครงสร้างองค์กร ด้วยการลดจำนวนพนักงานลงราว 2.6 หมื่นคน จนถึงกุมภาพันธ์ 2026 เหลือพนักงานไม่ถึง 2.2 หมื่นคน
ก่อนหน้านี้ Seven & i Holdings เคยประกาศแผนนำ 7-Eleven Inc. ซึ่งเป็นบริษัทลูกเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นช่วงปี 2024 เพื่อรับมือความพยายามเข้าซื้อกิจการจาก Alimentation Couche-Tard แม้ข้อเสนอซื้อกิจการจะถูกถอนในเวลาต่อมา แต่บริษัทยังเดินหน้าแผน IPO ต่อ กระทั่งล่าสุดได้ตัดสินใจเลื่อนออกไป เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจในสหรัฐฯ กำลังอ่อนแอ
ถึงกระนั้นบริษัทได้เน้นสร้างการเติบโต ด้วยการเพิ่มงบลงทุนในภูมิภาคกว่า 50% หรือคิดเป็นมูลค่าราว 2,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อใช้ในการปรับปรุงร้านเดิมเป็นหลัก โดยแผนปรับปรุงครอบคลุมการรีโนเวตร้านที่เสื่อมสภาพหรือเสียความสามารถในการแข่งขัน รวมถึงการปรับผังใหม่
ตามด้วยเปลี่ยนอุปกรณ์ และรีเฟรชภาพลักษณ์ พร้อมเพิ่มสัดส่วนร้านให้มีโซนอาหาร เพื่อดึงดูดลูกค้ากลุ่มครอบครัว นอกจากนี้ยังเตรียมนำอาหารจากญี่ปุ่น เช่น แซนด์วิช และเครื่องดื่ม มาขายในร้านสะดวกซื้อมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจร้านสะดวกซื้อในต่างประเทศของ Seven & i Holdings ยังต้องเจอแรงกดดันต่อเนื่อง สะท้อนจากรายได้ในปีงบประมาณล่าสุดลดลง 7% เหลือ 8.55 ล้านล้านเยน
ทั้งหมดมาจากผลกระทบเศรษฐกิจในสหรัฐฯ ที่ชะลอตัว เข้ามาซ้ำเติมกำลังซื้อของผู้บริโภคกลุ่มรายได้น้อยถึงปานกลาง ประกอบกับทำเลร้านจำนวนมากตั้งอยู่ในเขตเมือง ทำให้ต้องแข่งขันกับแบรนด์ท้องถิ่นอย่างหนัก
ในอีกด้าน ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง กลับเป็นปัจจัยหนุนยอดขาย แม้จำนวนลูกค้าจะเติมน้ำมันลดลง แต่ยอดใช้จ่ายในร้านกลับเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ยอดขายรวมของสาขาในสหรัฐฯ เดือนมีนาคมขยายตัว 9.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ส่วนแนวโน้มในระยะถัดไป บริษัท 7-Eleven Inc. คาดว่ากำไรจากการดำเนินงานในปีที่สิ้นสุดงบประมาณกุมภาพันธ์ ปี 2027 จะเพิ่มขึ้น 7% แต่ทั้งหมดยังอยู่บนความไม่แน่นอน ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ยังผันผวน
ภาพ: fotomak / Shutterstock
อ้างอิง:

