สเตฟาโน กาบบานา (Stefano Gabbana) ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์แฟชั่นชื่อดังระดับโลก ได้ตัดสินใจก้าวลงจากตำแหน่งประธานกรรมการของ Dolce & Gabbana แล้ว โดยการสละตำแหน่งครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางช่วงเวลาที่บริษัทกำลังเผชิญกับหนี้สินราว 450 ล้านยูโร (ราว 1.69 หมื่นล้านบาท) อันเป็นผลจากสภาวะซบเซาของภาคค้าปลีกสินค้าหรู
ชายวัย 63 ปีผู้นี้ปลุกปั้นแบรนด์ร่วมกับ โดเมนิโก โดลเช (Domenico Dolce) มาตั้งแต่ปี 1985 โดยเขาแจ้งการตัดสินใจให้บริษัททราบตั้งแต่เดือนธันวาคม จากนั้น อัลฟอนโซ โดลเช (Alfonso Dolce) น้องชายของโดเมนิโกซึ่งดำรงตำแหน่งซีอีโออยู่แล้ว ก้าวขึ้นมารับตำแหน่งประธานกรรมการแทนในเดือนมกราคม
แม้จะสละตำแหน่งผู้บริหาร แต่กาบบานาจะยังคงอยู่ในฝ่ายสร้างสรรค์ของบริษัทต่อไป เพื่อสานต่อความร่วมมือในการออกแบบคอลเลกชันร่วมกับโดลเช บริษัทระบุว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็น ‘การปรับเปลี่ยนที่เป็นไปตามธรรมชาติ’ ของโครงสร้างองค์กรและการกำกับดูแลกิจการ
Bloomberg รายงานว่ากาบบานากำลังพิจารณาทางเลือกสำหรับหุ้นราว 40% ที่เขาถือครอง
ในแง่โครงสร้างการถือหุ้น กาบบานาและโดลเชร่วมกันถือ holding unit ที่ควบคุมบริษัท 80% โดยแบ่งคนละ 40% ส่วนอีก 20% ที่เหลือถือแยกโดยโดเมนิโก, อัลฟอนโซ และโดโรเตีย (Dorotea) ซึ่งเป็นพี่น้องตระกูลโดลเช
หนี้สินกดดัน เร่งหาเงินทุนใหม่
แฟชั่นเฮาส์สัญชาติอิตาลีแห่งนี้ถูกกดดันจากความต้องการสินค้าหรูที่ชะลอตัวทั่วโลก โดยเฉพาะในจีน ซ้ำด้วยความไม่แน่นอนจากสงครามอิหร่าน ซึ่งกดดันผลกำไรและทำให้การปฏิบัติตามเงื่อนไขหนี้สินยากลำบากขึ้น
Bloomberg อ้างแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดระบุว่ากลุ่มผู้ให้กู้กำลังมองหาเงินทุนอัดฉีดใหม่จำนวน 150 ล้านยูโร (ราว 5.64 พันล้านบาท) เป็นส่วนหนึ่งของแผนรีไฟแนนซ์หนี้ทั้งหมด โดยบริษัทพิจารณาขายสินทรัพย์อสังหาริมทรัพย์และต่ออายุใบอนุญาตต่างๆ เพื่อระดมทุน
เมื่อปีที่แล้วบริษัทเคยรีไฟแนนซ์หนี้ไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2030 พร้อมกู้เพิ่ม 150 ล้านยูโร (ราว 5.64 พันล้านบาท) เพื่อขยายธุรกิจ โดยมี Rothschild & Co. เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน
บริษัทเปิดเผยเมื่อวันศุกร์ (10 เม.ย.) ว่า “สำหรับประเด็นเรื่องหนี้สิน ทางกลุ่มบริษัทยังไม่มีแถลงการณ์ใดๆ ในขณะนี้ เนื่องจากการเจรจากับธนาคารยังคงดำเนินอยู่”
นอกจากนี้มีรายงานว่าบริษัทเตรียมแต่งตั้ง สเตฟาโน คานติโน (Stefano Cantino) อดีตซีอีโอของ Gucci เข้ามาในตำแหน่งบริหารระดับสูง ซึ่งอาจประกาศอย่างเป็นทางการในสัปดาห์หน้า
แบรนด์ที่ผ่านดราม่ามาหลายครั้ง
Dolce & Gabbana ก่อตั้งขึ้นในมิลานและโด่งดังอย่างรวดเร็วจากการเป็นที่ชื่นชอบของเหล่าคนดัง จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในยุค 1990 เมื่อมาดอนนาเลือกสวมใส่ชุดของแบรนด์ และว่าจ้างให้ออกแบบเสื้อผ้าสำหรับทัวร์คอนเสิร์ต The Girlie Show ในปี 1993
แม้นักออกแบบทั้งสองจะเลิกรากันในฐานะคู่รักมานานกว่า 20 ปี แต่ยังคงทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เมื่อเดือนกุมภาพันธ์กาบบานายังปรากฏตัวในงานแฟชั่นโชว์ โดยมีมาดอนนานั่งชมอยู่แถวหน้า
อย่างไรก็ตาม แบรนด์เผชิญกระแสวิพากษ์วิจารณ์หลายครั้ง โดยเฉพาะการยกเลิกงานแฟชั่นโชว์ที่เซี่ยงไฮ้ในปี 2018 หลังเผยแพร่วิดีโอโปรโมตที่ถูกวิจารณ์ว่าไม่เคารพวัฒนธรรมจีน
ลูกา ซอลกา (Luca Solca) นักวิเคราะห์จาก Bernstein มองว่ากาบบานาคือต้นเหตุของดราม่าบนโซเชียลมีเดียในครั้งนั้น และหากเขาจากไปจริง อาจถูกนำเสนอว่าเป็นการ ‘ไถ่โทษ’ จากเหตุการณ์ดังกล่าว แต่เขาไม่คาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงใหญ่ตราบใดที่กาบบานายังอยู่ในฝ่ายสร้างสรรค์
ล่าสุดต้นปีนี้ แบรนด์ถูกวิจารณ์อีกครั้งในงานแฟชั่นโชว์เสื้อผ้าบุรุษเรื่องการขาดความหลากหลายทางเชื้อชาติ โดย เบลลา ฮาดิด (Bella Hadid) ออกมาประณามผ่านโซเชียลมีเดีย
พริยา ราช (Priya Raj) ผู้เชี่ยวชาญด้านแฟชั่น กล่าวว่า “ไม่ใช่เรื่องลับว่าแบรนด์นี้มีหนี้สินมาก” แต่เธอมองว่าแบรนด์สามารถอยู่รอดผ่านกระแสคว่ำบาตรมาได้ทุกครั้ง “แม้ในตลาดที่หมกมุ่นกับความหรูหราแบบเงียบๆ แต่กลิ่นอายเซ็กซี่แบบซิซิลีของพวกเขาก็ยังอยู่เหนือกระแส”
เธอเสริมว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่การออกแบบ แต่เป็นเรื่องการบริหารการเงิน และคาดว่าการดึงนักลงทุนรายย่อยหรือสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์น่าจะเป็นทางออกที่เป็นไปได้
แนวทางนี้สอดคล้องกับภาพรวมของวงการ เช่น Kering SA และ Mayhoola ที่เข้าช่วยเหลือด้านหนี้สินให้ Valentino, Prada SpA ที่เข้าซื้อ Gianni Versace Srl รวมถึง Giorgio Armani ที่กำหนดในพินัยกรรมให้ทายาทเปิดขายหุ้นบริษัท 15% ให้นักลงทุนภายนอกภายใน 18 เดือนหลังจากที่เขาจากไป
Dolce & Gabbana พยายามรักษาความเป็นอิสระด้วยการขยายธุรกิจไปยังกลุ่มความงาม, อสังหาริมทรัพย์ และการบริการ รวมถึงสินค้าตกแต่งบ้านเพื่อเจาะตลาดใหม่ บริษัทมีรายได้รวมประมาณ 2 พันล้านยูโร (ราว 7.52 หมื่นล้านบาท) ในรอบปีที่สิ้นสุดเดือนมีนาคม 2025
หมายเหตุ : ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ยูโร เท่ากับ 37.63 บาท ณ วันที่ 11 เมษายน 2569
ภาพ : Estrop/Getty Images
อ้างอิง:
- https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-04-09/dolce-gabbana-co-founder-resigns-as-chair-mulls-stake-options
- https://www.bbc.com/news/articles/c77m3p8182no
- https://www.cnbc.com/2026/04/10/stefano-gabbana-has-stepped-down-as-dolce-gabbana-chairman-but-will-keep-a-creative-role.html

