×

ทำไมนักวิเคราะห์มองว่า อิหร่านตอนนี้ อาจ ‘แข็งแกร่งกว่า’ ช่วงต้นสงคราม

27.03.2026
  • LOADING...
ธงชาติ อิหร่าน หรือภาพสัญลักษณ์สื่อถึงอำนาจทางการทหารและภูมิรัฐศาสตร์ของ อิหร่าน ในสงครามตะวันออกกลาง

สงครามระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิสราเอลกับอิหร่านยืดเยื้อมาถึง 1 เดือน แม้จะมีการเปิดช่องทางการสื่อสารทางอ้อมผ่านอียิปต์ ตุรกี และปากีสถาน แต่ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าโอกาสในการหยุดยิง ‘ยังเป็นไปได้ยาก’ เนื่องจากจุดยืนและข้อเรียกร้องของทั้งสองฝ่าย ‘ยังคงห่างไกลกันมาก’

 

นักวิเคราะห์มองว่า อิหร่านได้ตั้ง ‘เป้าหมายใหม่’ และไม่ได้ต้องการแค่การหยุดยิง แต่ต้องการจัดระเบียบหลังสงครามใหม่ โดยเรียกร้องค่าปฏิกรรมสงคราม การรับประกันความมั่นคงว่าจะไม่ถูกโจมตีอีก และการตั้งกฎเกณฑ์ใหม่สำหรับการสัญจรในช่องแคบฮอร์มุซ

 

ความพยายามในการเจรจาใดๆ ในขณะนี้เกิดขึ้นภายใต้สภาวะที่อิหร่านขาดความเชื่อมั่นต่อสหรัฐฯ อย่างสิ้นเชิง เนื่องจากโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เคยสั่งโจมตีอิหร่านถึง 2ครั้ง ในขณะที่นักการทูตกำลังเจรจากันอยู่ อิหร่านจึงไม่มีความไว้วางใจต่อทรัมป์และสหรัฐฯ อย่างมาก

 

โดยอิหร่านได้แต่งตั้ง โมฮัมหมัด บาเกอร์ โซลกัดร์ อดีตผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ขึ้นเป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุด (SNSC) ต่อจาก อาลี ลารีจานี เลขาธิการคนก่อนหน้าที่เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศของอิสราเอล เมื่อ 17 มีนาคมที่ผ่านมา

 

เหตุผลที่อิหร่านอยู่ใน ‘จุดที่แข็งแกร่งและมีอำนาจต่อรองมากกว่า’ ช่วงต้นสงคราม

 

1. ขีดความสามารถทางทหารที่ ‘ยังคงอันตราย’

 

นักวิเคราะห์มองว่า แม้สหรัฐฯ จะประเมินว่า ขีดความสามารถด้านขีปนาวุธของอิหร่านถูกทำลายไปแล้วถึง 90% แต่อิหร่านได้พิสูจน์แล้วว่า ยังสามารถเปิดฉากโจมตีได้อย่างแม่นยำตามต้องการ แม้ขนาดและขีดความสามารถของกองทัพระหว่างทั้งสองฝ่ายจะแตกต่างกันอย่างมากก็ตาม โดยอิหร่านใช้นโยบาย ‘ตาต่อตา ฟันต่อฟัน’ เพื่อสร้างการป้องปราม เช่น การยิงขีปนาวุธถล่มแหล่งก๊าซสำคัญของกาตาร์ และการโจมตีเมืองทางตอนใต้ของอิสราเอล เพื่อตอบโต้ที่อิสราเอลโจมตีอิหร่านก่อน

 

2. การควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ

 

การปิดช่องแคบฮอร์มุซถือเป็น ‘ไพ่ใบสำคัญ’ ของอิหร่าน โดยอิหร่านสามารถทำให้การสัญจรของเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมัน 1 ใน 5 ของโลก กลายเป็นอัมพาตได้ นักวิเคราะห์มองว่า การบีบเส้นทางเดินเรือนี้สร้างอำนาจต่อรองมหาศาลให้กับอิหร่าน จนถึงขั้นที่ผู้นำอิหร่านเริ่มหารือกันถึงความเป็นไปได้ในการเก็บค่าผ่านทางในอนาคต

 

3. อิหร่านได้รับประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากวิกฤตราคาน้ำมัน

 

สงครามทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นกว่า 50% ซึ่งส่งผลให้รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องยอมผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรชั่วคราว เพื่อยอมให้อิหร่านขายน้ำมันจำนวน 140 ล้านบาร์เรล เพื่อหวังลดราคาน้ำมันลง สิ่งนี้ทำให้อิหร่านได้รับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากสภาวะสงครามในแบบที่ไม่เคยได้จากการเจรจาทางการทูต

 

4. สหรัฐฯ ยอมลดเพดานข้อเรียกร้อง

 

นักวิเคราะห์ระบุว่า จากเดิมที่สหรัฐฯ เคยต้องการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองของอิหร่าน หรือเคยบีบบังคับให้อิหร่านต้องยกเลิกโครงการขีปนาวุธทั้งหมด แต่ปัจจุบันมี ผู้นำสหรัฐฯ อย่างทรัมป์แทบไม่ได้พูดถึงความพยายามในการเปลี่ยนแปลงระบอบอิหร่าน ทั้งยังรายงานว่า สหรัฐฯ ยอมลดเพดานบางส่วนลง โดยยื่นข้อเสนอให้อิหร่านสามารถเก็บขีปนาวุธพิสัยกลางไว้ในคลังได้ 1,000 ลูก ซึ่งถือเป็นการยอมถอยจากข้อเรียกร้องเดิมอย่างเห็นได้ชัด

 

แม้ต่างฝ่ายต่างยื่นเงื่อนไขในการเจรจาเพื่อยุติสงคราม แต่ดูเหมือนว่า เงื่อนไขดังกล่าวจะไม่สามารถตกลงยอมรับกันได้โดยง่าย อีกทั้งสหรัฐฯ กำลังเตรียมเคลื่อนกำลังเสริมและพิจารณาความเป็นไปได้ในการปฏิบัติการภาคพื้นดินในตะวันออกกลาง ซึ่งนั่นอาจนำไปสู่การใช้กำลังทหาร เพื่อเข้ายึดพื้นที่บางจุดยุทธศาสตร์ของอิหร่าน เช่น เกาะคลาร์ก เพื่อเพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่าน และทำให้สงครามอาจยกระดับความรุนแรงยิ่งขึ้นไปอีก

 

แฟ้มภาพ: Getty Images

 

อ้างอิง:

 

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising