‘อรรถพล’ ชี้สำรองน้ำมันเพิ่ม 3 แสนบาเรล ลั่นไม่ขึ้นราคาช็อกเศรษฐกิจ ชี้ราคาน้ำมันไทยเทียบเท่ามาเลเซีย ส่งสัญญาณไม่ขึ้นค่าไฟ ขอความร่วมมือประชาชนอย่าตุนน้ำมัน และช่วยกันประหยัดพลังงานในยามวิกฤต
วันที่ 17 มี.ค. ที่กระทรวงพลังงาน อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงแนวโน้มสถานการณ์ค่าไฟงวดใหม่ (พ.ค.-ส.ค. 69) ว่า รัฐบาลอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูล และปัจจัยรอบด้านต่างๆ เพื่อใช้ในการคำนวณค่าไฟงวดใหม่
โดยมอบหมายให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) คิดตามต้นทุนจริงตามกระบวนการของ กกพ. ซึ่งจะมีการเปิดทำข้อเสนอทางเลือก เพื่อเปิดรับฟังความคิดเห็นประกอบการพิจารณา เพื่อประกาศเรียกเก็บค่าไฟฟ้าในรอบถัดไป
หลังจากนั้น รัฐบาลจะเข้าไปพิจารณาอีกครั้ง โดยใช้กลไกลจากหลายภาคส่วนทำให้ค่าไฟฟ้าไม่ปรับขึ้น และไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชน
สำหรับ ค่าไฟงวดปัจจุบันอยู่ที่ 3.88 บาทต่อหน่วย โดยมีการเรียกค่าไฟฟ้าผันผันแปรตามอัตโนมัติ (FT) ที่ 9.72 สตางค์ต่อหน่วน (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
อรรถพล ยืนยันว่าระบบพลังงานไทยยังมีความมั่นคงเพียงพอ ล่าสุดสามารถเพิ่มปริมาณสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ขึ้นสู่ระดับ 100 วัน จากการจัดหาน้ำมันดิบจากแหล่งใหม่ในภูมิภาคตะวันออกกลางเพิ่มเติมอีกเกือบ 3 ล้านบาร์เรล
ทั้งนี้ รัฐบาลจะใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ในการดูดซับความผันผวนของราคาน้ำมันโลก ไม่ให้ส่งผ่านมายังราคาขายปลีกภายในประเทศอย่างรุนแรง แม้อาจมีการปรับเพดานราคาบ้างตามสถานการณ์ แต่จะบริหารจัดการไม่ให้เกิดแรงกระเพื่อมต่อค่าครองชีพและต้นทุนภาคธุรกิจ
“สถานการณ์พลังงานโลกยังคงผันผวนและส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะประเทศที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงเป็นหลักอย่างประเทศไทย”
สำหรับ ปัญหาการขาดแคลนน้ำมันในบางช่วงเวลา อรรถพล ยอมรับว่า “ไม่ได้เกิดจากการขาดแคลนเชื้อเพลิง แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างด้านการกระจายสินค้า หรือ ‘คอขวด’ ในห่วงโซ่อุปทาน จากความต้องการใช้ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว”

ทั้งนี้ ได้สั่งการให้โรงกลั่นเดินเครื่องเต็มกำลังการผลิต 100% พร้อมประสานความร่วมมือไปยังกระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อผ่อนคลายข้อจำกัดด้านเวลาให้รถบรรทุกน้ำมันสามารถวิ่งได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพิ่มความคล่องตัวในการลำเลียงเชื้อเพลิงไปยังสถานีบริการทั่วประเทศ
ย้ำพยุงราคาพลังงาน ไม่ช็อตเศรษฐกิจ
ในด้านราคาพลังงาน รัฐบาลจะใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ในการดูดซับความผันผวนของราคาน้ำมันโลก ไม่ให้ส่งผ่านมายังราคาขายปลีกภายในประเทศอย่างรุนแรง แม้อาจมีการปรับเพดานราคาบ้างตามสถานการณ์ แต่จะบริหารจัดการไม่ให้เกิดแรงกระเพื่อมต่อค่าครองชีพและต้นทุนภาคธุรกิจ
“สถานการณ์ราคาน้ำมันในปัจจุบันที่จะต้องมีการขยับเพดานราคาน้ำมันขึ้นเป็น 33 บาทต่อลิตรนั้น ยืนยันว่าจะไม่ใช่การขยับราคาขึ้นไปทีเดียว แต่จะเป็นการทยอยขึ้นเพื่อไม่ให้ราคากระชากเกินไปเพื่อไม่ให้มีผลกระทบกับพี่น้องประชาชน ”
ราคาน้ำมันขายปลีกไทยเทียบเท่ามาเลเซีย
ทั้งนี้ การตั้งเพดานราคาน้ำมันที่ 33 บาทต่อลิตร หากติดตามเรื่องราคาขายปลีก ประเทศมาเลเซีย จะพบว่าที่ผ่านมาราคาต่ำกว่าประเทศไทยมาโดยตลอด แต่เนื่องจากสถานการณ์ทำให้มาเลเซียได้ปรับขึ้นราคาไปแล้ว ทำให้ราคาขายปลีกปัจจุบันของมาเลเซียอยู่ที่ประมาณ 32 บาทกว่า เกือบ 33 บาทแล้ว เพราะฉะนั้นเพดานที่ประเทศไทยกำหนดขึ้นครั้งนี้ ก็ใกล้เคียงกับราคาขายปลีกปัจจุบันของมาเลเซีย
“ช่วงที่ผ่านมากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงก็ได้ทำหน้าที่ไปแล้ว แต่ก็ต้องเรียนว่าการขยับเพดานขึ้นไปกองทุนน้ำมันก็ยังทำหน้าที่ในการดูแลอยู่ในบางส่วน และเพดานที่จะกำหนดออกมาจะต้องมีการหารือกันและประกาศอีกที ซึ่งจะอยู่ประมาณ 33 บาทต่อลิตร”
สำหรับน้ำมันดีเซล แต่ต้องขอย้ำว่าไม่ใช่จะปรับขึ้นไปทีเดียว 3 บาท แต่เป็นการทยอยปรับเพื่อไม่ให้การขึ้นราคามันกระชากขึ้นไป และก็มีผลกระทบกับพี่น้องประชาชน
เผยยอดขายน้ำมันเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า วอนอย่าแตกตื่นและกักตุน
ดังนั้น ขอความร่วมมือ อย่าแตกตื่นและกักตุน เพราะตอนนี้ยอดขายเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า แต่ปัญหาที่น้ำมันไม่เพียงพอ เกิดจากปัญหาของการขนส่งน้ำมันที่ทำรอบไม่พอ ยืนยันว่าของมีแต่ปัญหาเรื่องการขนส่งเป็นคอขวดจริง ๆ เพราะเราไม่สามารถใช้รถประเภทอื่นมาขนส่งน้ำมันได้ ด้วยเรื่องความปลอดภัย”
อรรถพล กล่าวว่าอีกว่า จำนวนรถน้ำมันมีอยู่ประมาณหนึ่งและพร้อมที่จะรองรับปริมาณความต้องการในช่วงปกติ แต่ในช่วงที่ผิดปกติต้องพยายามขนส่งให้มากขึ้น
ล่าสุดจึงได้ขอความร่วมมือไปที่กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย ทางตำรวจ และทางกรุงเทพมหานคร(กทม.) ในการขยายเวลารถบรรทุกน้ำมันให้วิ่งได้มากขึ้น เพราะที่ผ่านมายังติดเรื่องเวลา โดยจะขอขยายเวลาเฉพาะรถน้ำมัน และหวังว่าจะสามารถคลี่คลายปัญหาได้ในระดับหนึ่ง
“ต้องขอความร่วมมือเรื่องการกักตุน เพราะต้นทางมีเพียงพอหากประชาชนมีความสบายใจและก็ช่วยกันกลับไปเติมน้ำมันในปริมาณปกติที่ตัวเองเคยเติมอยู่ สถานการณ์มันก็กลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว”
ขณะที่ เชื้อเพลิงชีวภาพจะมีการสนับสนุนกลุ่มเบนซิน ที่จะมีการเพิ่มส่วนต่างของ E10 กับ E20 ต่างกัน 3 บาท ซึ่งก็จะมีการพิจารณากองทุนน้ำมันฯ ให้เพิ่มส่วนต่างเข้าไปอีก
ขณะเดียวกัน น้ำมันดีเซลสัปดาห์ที่แล้วได้มีการปรับสเปกไบโอดีเซล (B100) จาก B5 เป็น B7 ใช้ตัวน้ำมันปาล์ม ซึ่งจะมีการพิจารณาในการเพิ่มเป็น B10 ขึ้นมา และก็จะสร้างส่วนต่างให้ B10 ราคาต่ำกว่า B7 เพื่อจูงใจให้พี่น้องประชาชนหันมาใช้ตัวเชื้อเพลิงชีวภาพมากขึ้น และลดการใช้น้ำมันจากตัวปิโตรเลียมให้มันน้อยลง
คุมเข้มผู้ค้าคนกลางน้ำมัน (จ็อบเบอร์)
อรรถพล กล่าวว่า ผู้ค้าคนกลางน้ำมัน (จ็อบเบอร์) ที่เป็นผู้รับน้ำมันจากผู้ค้ารายใหญ่ จากคลังไปขายต่อ โดยจะต้องมี 2 เรื่องที่เข้าไปดู 1. เรื่องป้องกันการกักตุน 2. เรื่องราคา
เพราะฉะนั้นตอนนี้มีการจัดทีมร่วมกันกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ และพลังงาน ที่เข้าไปดูว่าไม่ให้มีผู้ค้าหรือ บางกลุ่มมีการกักตุนหรือว่าไปขายราคาที่สูงจนเกินไป ทำให้บางปั๊มที่อยู่ไกล ๆ รับเรื่องราคาไม่ได้และอาจจะปิดตัวไป
โดยจะมีการจัดทีมเข้าไปช่วยดู และร่วมกับพลังงานจังหวัดรวบรวมความต้องการใช้ของผู้ใช้โดยตรง เช่น ผู้ก่อสร้าง อุตสาหกรรมเล็ก ๆ ที่เคยรับจากจ็อบเบอร์ เพื่อรวบรวมความต้องการใช้จริงของตัวเองเข้ามา และทางพลังงานจังหวัดและทางจังหวัดก็จะประสานให้กับผู้ค้าไปจำหน่ายให้กับผู้ใช้โดยตรง เพื่อไม่ให้มาแย่งสัดส่วนกับปั๊ม

อรรถพล ย้ำว่า มาตรการ ‘ประหยัดพลังงาน พลัส ยกกำลัง 2’ ที่เริ่มแคมเปญในวันนี้ เป็นการประกาศมาตรการและประกาศเจตนารมณ์ การประหยัดพลังงานต่อสาธารณชน เพื่อรองรับสถานการณ์วิกฤตในตะวันออกกลาง
โดยหลักๆ จะขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานราชการ 19 กระทรวง รวมถึงโรงงานและอาคารควบคุมทั่วประเทศ ภาคเอกชน การขอความร่วมมือประชาชนในการประหยัดพลังงานรูปแบบต่างๆ การ WFH
การใช้ไฟฟ้า/น้ำมันเท่าที่จำเป็น
โดยคาดว่าจะช่วยลดการใช้น้ำมันได้ถึง 6.6 แสนลิตรต่อเดือน และลดการนำเข้า LNG ได้กว่า 982 ตันต่อเดือน อีกทั้ง ยังมีมาตรการใช้โซลาร์รูปท็อป ลดหย่อนภาษีสูงสุด 2 แสนล้าน

