×

Earth Jump 2026: ฟอรัมที่เปลี่ยนวิสัยทัศน์สู่การลงมือทำ เมื่อความยั่งยืนไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นเงื่อนไขของการเติบโตทางธุรกิจ

โดย THE STANDARD TEAM
17.07.2026
  • LOADING...
ภาพเวที Earth Jump 2026 แสดงถึงความร่วมมือในการขับเคลื่อนความยั่งยืนเพื่อธุรกิจ

สำหรับโลกธุรกิจในปี 2026 ความยั่งยืนไม่ใช่เรื่องที่ต้องลังเลว่าจะทำหรือไม่ แต่คือการหาคำตอบว่าจะ “ลงมือทำอย่างไร” ให้ “เร็วพอ” ที่จะรับมือกับความเปลี่ยนแปลง

 

EARTH JUMP 2026 คืองานฟอรัมระดับประเทศด้านความยั่งยืน ที่จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยธนาคารกสิกรไทย งานนี้มีผู้ร่วมงานจากภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการ SME ภาครัฐ ภาคการเงิน และองค์กรชั้นนำจากทั้งในและระหว่างประเทศ เข้าร่วมกว่า 3,500 คนตลอด 2 วัน พร้อมวิทยากรกว่า 60 คน ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ ภายใต้แนวคิด “A Bridge to Empowered Actions” ที่ประกาศชัดว่าเวทีปีนี้ต้องการชวนภาคธุรกิจข้ามจากความตั้งใจไปสู่การลงมือจริง

 

จากกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น เงื่อนไขจากคู่ค้าต่างประเทศ และความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนทิศ ความยั่งยืนจึงไม่ใช่เรื่องภาพลักษณ์องค์กรอีกต่อไป แต่เป็นเงื่อนไขที่ผู้ประกอบการต้องเตรียมรับมือในเชิงธุรกิจ

 

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของปีนี้ คือการยกระดับ EARTH JUMP สู่เวทีระดับนานาชาติ ผ่านความร่วมมือกับ World Bank Group ในการจัดงาน 8th Global Policy Forum on Natural Capital 2026 โดยงาน EARTH JUMP สะท้อนบทบาทของประเทศไทยในฐานะ “สะพานเชื่อม” ระหว่างนโยบายระดับโลกกับการลงมือทำของภาคธุรกิจ ที่รวมเสียงจากภาครัฐ ภาคการเงิน ภาคธุรกิจ และองค์กรระหว่างประเทศ ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองด้านเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ นโยบายพลังงาน ทุนธรรมชาติ และแนวทางเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในอนาคต

 

ความยั่งยืนไม่ใช่ภาพลักษณ์ แต่คือศักยภาพการแข่งขันในอนาคต

 

ขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธนาคารกสิกรไทย เปิดงานด้วยหัวข้อ “A Bridge to Empowered Actions สะพานแห่งความยั่งยืน” ที่ตั้งคำถามว่าในภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัว ต้นทุนสูงขึ้น และโลกยังวุ่นวายด้วยความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ เหตุใดธุรกิจจึงยังต้องใส่ใจเรื่อง Net Zero และสิ่งแวดล้อม

 

ภาพเวที Earth Jump 2026 แสดงถึงความร่วมมือในการขับเคลื่อนความยั่งยืนเพื่อธุรกิจ 1

 

คำตอบคือการทำเรื่องสิ่งแวดล้อมไม่ใช่ภาระเพิ่มเติม ไม่ใช่แต้มต่อด้านภาพลักษณ์ แต่คือ “ใบอนุญาต” ที่จะทำให้ธุรกิจสามารถแข่งขันได้ในโลกอนาคต เพราะกติกาใหม่กำลังถูกเขียนขึ้นทุกวัน และใครปรับตัวได้ก่อน คือผู้ที่คว้าโอกาสนั้นไปได้

 

ขัตติยาชวนให้ผู้ประกอบการเริ่มต้นจากสิ่งที่มีอยู่วันนี้ก่อน โดยไม่ต้องรอการลงทุนขนาดใหญ่ แค่ถามตัวเองว่าในกระบวนการผลิตที่ใช้อยู่ มีขั้นตอนไหนซ้ำซ้อน มีสินค้าไหนผลิตแล้วไม่ตรงความต้องการตลาด หรือมีของเสียที่ยังไม่ได้จัดการ การลดของเสียเหล่านั้นคือการลดการปล่อยคาร์บอนโดยอัตโนมัติ และยังลดต้นทุนไปพร้อมกัน

 

สำหรับ KBank เอง เธอย้ำว่า KBank มุ่งสู่ Net Zero ในพอร์ตสินเชื่อภายในปี 2050 สอดคล้องกับเป้าหมายของประเทศ โดยเน้นว่าเส้นทางนี้ต้องเดินบนความเป็นจริง ไม่ใช่อุดมคติ และธนาคารพร้อมเป็นสะพานเชื่อมผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุน องค์ความรู้ เครื่องมือและเทคโนโลยีที่จำเป็น เพื่อให้ธุรกิจสามารถแข่งขันได้ภายใต้กติกาใหม่ของโลก

 

ไฟสะอาดที่ถูกกว่า นโยบายพลังงานที่กำลังเปลี่ยนสมการ

 

เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ขึ้นบรรยายในหัวข้อ “แสงสว่างประเทศไทย ในยุคความยั่งยืน (Lighting the Way: Thailand in the Age of Sustainability)” พร้อมกล่าวจุดยืนว่า วิธีที่ง่ายที่สุดในการส่งเสริมให้ทุกคนหันมาใช้พลังงานสะอาดคือทำให้ไฟสะอาดถูกกว่าไฟทั่วไป

 

ภาพเวที Earth Jump 2026 แสดงถึงความร่วมมือในการขับเคลื่อนความยั่งยืนเพื่อธุรกิจ 2

 

เอกนัฏชี้ว่าปัจจัยเรื่องความมั่นคงทางพลังงาน หรือ Energy Security กำลังเปลี่ยนสมการที่เคยทำให้หลายคนมองว่าพลังงานสะอาดแพงกว่า เพราะขณะนี้ก๊าซ LNG ที่ใช้ผลิตไฟฟ้าราว 60% ของประเทศนั้นต้องนำเข้า และราคาผันผวนสูงมาก เมื่อเทียบกับพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีอยู่ทั่วประเทศและไม่ต้องนำเข้า ต้นทุนที่แท้จริงจึงเอนมาทางพลังงานหมุนเวียนมากขึ้นเรื่อยๆ

 

ในแง่นโยบาย เอกนัฏประกาศหลายมาตรการที่กำลังริเริ่ม ทั้งการปรับกระบวนการขอใบอนุญาตติดตั้งแผงโซลาร์ให้เหลือเพียง One Stop ที่การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย โดยลดระยะเวลาจาก 1 ปี เหลือไม่เกิน 1 เดือน และสำหรับการติดตั้งเพื่อใช้เองลดลงเหลือเพียง 7 วัน พร้อมขยายโควตารับซื้อไฟจากโซลาร์รูฟท็อปเพิ่มทีละ 500 เมกะวัตต์ จากเดิมที่จำกัดไว้เพียง 90 เมกะวัตต์ทั่วประเทศ ในอัตรารับซื้อ 2.20 บาทต่อหน่วย

 

อีกประเด็นที่เอกนัฏเน้นหนักคือการเปิดตลาดรับซื้อไฟเสรี หรือ Direct PPA สำหรับพลังงานสะอาด โดยเริ่มนำร่องกับกลุ่ม Data Center ขนาด 2,000 เมกะวัตต์ก่อน เพื่อสร้างกลไกตลาดที่ทำให้ผู้ใช้ไฟสะอาดซื้อตรงจากผู้ผลิตได้ในราคาแข่งขัน และขยายสู่ทุกภาคส่วนในระยะต่อไป

 

เอกนัฏปิดท้ายด้วยการเตือนว่าการแข่งขันในภูมิภาคต้องไม่เป็นการแข่งกันตาย โดยเฉพาะกับเวียดนามที่เพิ่งหารือร่วมกัน ทั้งสองประเทศควรกำหนดเกณฑ์ร่วมกันเพื่อดึงดูดการลงทุนที่มีคุณภาพ ไม่ใช่แข่งกันเสนอราคาไฟถูก

 

ถอดรหัส ‘ทุนธรรมชาติ’ สู่มูลค่าทางเศรษฐกิจด้วย NCA

 

ทำอย่างไรให้คุณค่าของธรรมชาติที่ไม่เคยมีราคาในระบบบัญชีเดิม กลายเป็นตัวเลขที่คำนวณและบริหารจัดการได้ในเชิงเศรษฐกิจ? 

 

นี่คือโจทย์สำคัญบนเวทีเสวนาหัวข้อ “Natural Capital : ทุนธรรมชาติ รากแก้วแห่งเศรษฐกิจและสังคมไทย (Valuing the Veins of Thailand: NCA as a Shield for National Economic Resilience)” ที่ได้ Melinda Good, Division Director for Thailand and Myanmar, World Bank, ดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และพิพิธ เอนกนิธิ ประธานกิจยั่งยืนธนาคารกสิกรไทย มาร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิด Natural Capital Accounting (NCA) หรือการจัดทำบัญชีทุนธรรมชาติ ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการพลิกโฉมการบริหารจัดการโครงสร้างมหภาคของประเทศ

 

ภาพเวที Earth Jump 2026 แสดงถึงความร่วมมือในการขับเคลื่อนความยั่งยืนเพื่อธุรกิจ 3

 

Melinda Good อธิบายว่ากว่าครึ่งหนึ่งของ GDP โลก หรือราว 60 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ล้วนขับเคลื่อนบนฐานของภาคธุรกิจ  ที่พึ่งพาธรรมชาติและหากระบบนิเวศเหล่านี้เสื่อมโทรมลง แม้เพียงบางส่วนก็อาจสร้างความเสียหายต่อ GDP โลกราว 2.7 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 ความท้าทายในปัจจุบันคือสินทรัพย์ทางธรรมชาติ เหล่านี้ไม่เคยปรากฏในงบดุลของทั้งภาครัฐหรือสถาบันการเงิน NCA จึงเป็นเครื่องมือที่จะทำให้มูลค่าที่เคยถูกละเลยนี้ถูกมองเห็นได้ และนำไปสู่การตัดสินใจลงทุนที่มองการณ์ไกลและแม่นยำยิ่งขึ้น

 

ภาพเวที Earth Jump 2026 แสดงถึงความร่วมมือในการขับเคลื่อนความยั่งยืนเพื่อธุรกิจ 4

 

ด้านดนุชา พิชยนันท์ ฉายภาพความเป็นจริงของประเทศไทยว่า การจัดทำระบบบัญชีทุนธรรมชาติในระดับมหภาคจำเป็นต้องอาศัยฐานข้อมูลที่มีความชัดเจนและเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ ซึ่งปัจจุบันข้อมูลของไทยยังคงกระจัดกระจายอยู่ตามหน่วยงานต่างๆ การขับเคลื่อนนโยบายนี้จึงต้องทำอย่างรัดกุมและเป็นขั้นตอน โดยปัจจุบันสภาพัฒน์ได้เริ่มจากโครงการนำร่องที่บ้านน้ำรี จังหวัดน่าน (โครงการในพระราชดำริสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง) โดยตั้งเป้าคืนพื้นที่ป่า 2,000-3,000 ไร่ภายใน 5 ปี ผ่านการเปลี่ยนวิถีเกษตรเชิงเดี่ยวของชาวบ้าน จากข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ไปสู่ระบบวนเกษตรที่สร้างรายได้หมุนเวียนตลอดปีแก่ชุมชน และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากคาร์บอนเครดิตได้ในอนาคต 

 

ภาพเวที Earth Jump 2026 แสดงถึงความร่วมมือในการขับเคลื่อนความยั่งยืนเพื่อธุรกิจ 5

 

พิพิธ เอนกนิธิ ประธานกิจยั่งยืน ธนาคารกสิกรไทย สะท้อนมุมมองในฐานะภาคการเงินว่าจังหวัดน่านไม่ได้เป็นเพียงแค่พื้นที่ป่าเชิงภูมิศาสตร์ แต่คือ ‘โครงสร้างพื้นฐานทางธรรมชาติ’ ที่โอบอุ้มเสถียรภาพของประเทศ เพราะราว 40% ของปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยามีต้นกำเนิดมาจากผืนป่าแห่งนี้ ที่สำคัญ 2 ใน 3 ของ GDP ไทยพึ่งพาทุนธรรมชาติ ทว่าป่าต้นน้ำเหล่านั้นเสื่อมโทรมไปแล้วกว่า 28% โดยการแก้ปัญหาจะต้องพุ่งเป้าไปที่การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจชุมชน ไม่ใช่การจัดการป่าเท่านั้น เพื่อให้ชุมชนสามารถอยู่รอดไปพร้อมกับการรักษาป่า

 

เซสชันนี้ปิดท้ายอย่างเป็นรูปธรรมด้วยพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง World Bank Group สภาพัฒน์ และมูลนิธิกสิกรไทย เพื่อร่วมกันยกระดับองค์ความรู้ นำกรอบมาตรฐานสากลมาปรับใช้จริง และร่วมวางรากฐานระบบบัญชีทุนธรรมชาติของประเทศไทยให้เกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม

 

ภาพเวที Earth Jump 2026 แสดงถึงความร่วมมือในการขับเคลื่อนความยั่งยืนเพื่อธุรกิจ 6

 

ตัวเลขดี แต่เงินในกระเป๋าไม่โต ปมที่เศรษฐกิจไทยต้องแก้

 

หัวข้อสุดท้ายของงานเป็นเวที “ปลายทางเศรษฐกิจไทย ไปทางไหนต่อ (Thailand’s Economic Crossroads: Where Do We Go Next?)” โดย ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ฉายภาพเศรษฐกิจไทยอย่างตรงไปตรงมา

 

ภาพเวที Earth Jump 2026 แสดงถึงความร่วมมือในการขับเคลื่อนความยั่งยืนเพื่อธุรกิจ 7

 

ตัวเลข GDP ไตรมาสแรกของปีที่โต 2.8% เหมือนเป็นตัวเลขที่ดูดี แต่ศุภจีชี้ให้เห็นว่าข้างในมีโครงสร้างที่น่ากังวลอยู่สามจุด จุดแรกคือการส่งออกที่กระจุกตัวกับสหรัฐฯ และจีน สองประเทศที่มีแนวทางนโยบายขัดแย้งกัน คิดเป็นเกือบหนึ่งในสามของมูลค่าส่งออกทั้งหมด 11.1 ล้านล้านบาทในปีที่แล้ว จุดที่สองคือการกระจุกตัวกับผู้ส่งออกรายใหญ่ที่ครองส่วนแบ่งรายได้ถึง 88% ขณะที่ SME กว่า 20,000 รายส่งออกได้เพียง 12% และจุดที่สามคือ local content ต่ำ เพราะไทยนำเข้าสินค้าประเภทเดียวกับที่ส่งออก โดยปีที่แล้วนำเข้า 11.4 ล้านล้านบาท มากกว่าที่ส่งออกเสียอีก

 

นั่นจึงอธิบายได้ว่าทำไม GDP โตแต่เงินในกระเป๋าของคนส่วนใหญ่ไม่ได้โตตาม เพราะผลประโยชน์ยังไม่กระจายลงมาถึงคนตัวเล็ก

 

ศุภจีเสนอสามทิศทางคือลดค่าครองชีพ เพิ่มรายได้ และปรับโครงสร้าง โดยเฉพาะการช่วย SME เข้าถึงแหล่งทุน เทคโนโลยี และตลาดไปพร้อมกัน เธอยังยกตัวอย่างให้เห็นว่าความยั่งยืนไม่ใช่ต้นทุน แต่คือโอกาสเจาะตลาด เช่นอินเดียที่มีประชากรชนชั้นกลางกว่า 400 ล้านคนและมีแนวโน้มสร้างบ้านมากขึ้น โดยไทยสามารถนำผลิตภัณฑ์วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเจาะตลาดเข้าไปได้

 

นอกจากนั้น ศุภจีเน้นย้ำว่า currency ที่สำคัญที่สุดในการค้าโลกยุคนี้ไม่ใช่ดอลลาร์หรือบาท แต่คือความเชื่อใจและความยั่งยืน 

 

KBank ในฐานะ “สะพานเชื่อมสู่การลงมือทำ”

 

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงานคือการเปิดตัว K-Climate Solutions ชุดโซลูชันครบวงจรที่ KBank ออกแบบมาเพื่อช่วยธุรกิจเริ่มต้นการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุมตั้งแต่ 

 

  1. ESG Readiness Check เครื่องมือประเมินความพร้อมด้านสิ่งแวดล้อมพลังงานและ Supply Chain พร้อม Action Plan และโซลูชันที่ตอบโจทย์ 
  2. KCLIMATE 1.5 แพลตฟอร์มคำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเก็บข้อมูลเพื่อนำไปใช้วางแผนการจัดการลดก๊าซเรือนกระจกต่อไป
  3. K-Climate ESG Advisory บริการให้คำปรึกษาด้านความยั่งยืน ที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถวางแผนและปรับตัวสู่แนวทางการดำเนินธุรกิจแบบคาร์บอนต่ำ (Net Zero) โดยทีมผู้เชี่ยวชาญ
  4. หลักสูตร Net Zero CEO และ Net Zero Leader สำหรับผู้บริหาร เพื่อก้าวสู่การเป็นหนึ่งในผู้นำด้านความยั่งยืน

 

ภาพเวที Earth Jump 2026 แสดงถึงความร่วมมือในการขับเคลื่อนความยั่งยืนเพื่อธุรกิจ 8

 

  1. Financial Solutions เปิดตัวบริการใหม่ “สินเชื่อ SME ยิ่งกรีน ยิ่งได้” (Sustainability-Linked Loan for SME) มอบส่วนลดดอกเบี้ยพิเศษเมื่อทำได้ตามเป้าหมาย เช่น ลดการใช้พลังงานหรือได้ใบรับรองธุรกิจสีเขียว รวมถึง K-Climate Shield Loan สินเชื่อเพื่อช่วยธุรกิจลงทุนระบบป้องกันและรับมือความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ เช่น อุทกภัย สนับสนุนการลงทุนเชิงป้องกันที่คุ้มค่ากว่าการเยียวยาความเสียหายภายหลัง

 

ทั้งหมดนี้สะท้อนความตั้งใจของธนาคารที่ทำหน้าที่เป็น “สะพานเชื่อมสู่การลงมือทำ” ที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ ผู้เชี่ยวชาญ เทคโนโลยี และเครือข่ายพันธมิตร เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SME สามารถเริ่มต้นการเปลี่ยนผ่านธุรกิจคาร์บอนต่ำจากเครื่องมือ และโซลูชันที่จับต้องได้ พร้อมพัฒนาธุรกิจสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

 

โลกธุรกิจกำลังเปลี่ยน และการเปลี่ยนแปลงนั้นไม่รอใคร ไม่ว่าจะเป็นกติกาการค้าระหว่างประเทศ นโยบายพลังงานในประเทศ หรือระบบการวัดมูลค่าทางเศรษฐกิจที่กำลังถูกนิยามใหม่ ความยั่งยืนจึงไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็นทางรอดให้พร้อมแข่งขันได้ในอนาคต ธุรกิจที่พร้อมปรับตัวสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ดูรายละเอียด K-Climate Solutions ได้ที่ www.kasikornbank.com/k_gogreen 

 
  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising