หลังใช้เวลาประชุมนานกว่า 3 ชั่วโมง คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) นำโดย อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และวันชัย จันทร์พร ประธาน กสถ. ร่วมแถลงผลการประชุม โดยมีมติยกเลิกผลการสอบแข่งขันและประกาศขึ้นบัญชีเดิม หลังตรวจพบความผิดปกติของคะแนนผู้สอบรวม 5,924 คน
อรรษิษฐ์ เปิดเผยว่า กสถ. ได้ตรวจสอบคะแนนผู้สมัครสอบทั้งหมดกว่า 270,000 คน จากผู้สมัครกว่า 400,000 คน ก่อนพบผู้มีคะแนนผิดปกติรวม 5,924 คน ที่ประชุมจึงมีมติยกเลิกผลการสอบและยกเลิกประกาศขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันทั้งหมด พร้อมให้ประธาน กสถ. ลงนามยกเลิกประกาศฉบับเดิม และลงนามประกาศบัญชีผู้สอบแข่งขันฉบับใหม่ หลังตรวจสอบรายละเอียดแล้วเสร็จ ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการได้ภายในต้นสัปดาห์หน้า
ปลัดกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่า จะไม่มีการจัดสอบใหม่ เนื่องจากมีคะแนนที่ถูกต้องของผู้เข้าสอบทุกคนอยู่แล้ว โดยจะยกเลิกบัญชีเดิมทั้งหมด และจัดลำดับใหม่จากคะแนนที่ผ่านการตรวจสอบ เพื่อให้ผู้ที่สอบได้ตามความเป็นจริงได้รับสิทธิ์เข้ารับการบรรจุแทนผู้ที่ถูกเพิกถอน
สำหรับการจัดทำบัญชีใหม่ จะใช้ข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบทั้งหมด รวมถึงข้อมูลที่สอดคล้องกับหลักฐานของสำนักงาน ป.ป.ช. โดยยืนยันว่าการบันทึกข้อมูลในกระดาษคำตอบมีวันและเวลาระบุไว้ชัดเจน และห่างจากเวลาสอบไม่เกิน 4 นาที
ด้านนิรัตน์ ชี้แจงประเด็นข้อกฎหมายว่า กสถ. มีอำนาจเพิกถอนมติของตนเอง เพราะเป็นหน่วยงานที่ออกคำสั่ง หากภายหลังพบว่าข้อมูลที่ใช้ประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้อง ก็สามารถแก้ไขคำสั่งเดิมให้ถูกต้องได้
ขณะที่วันชัย ระบุว่า การดำเนินการครั้งนี้อาศัยอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ซึ่งให้อำนาจหน่วยงานรัฐเพิกถอนหรือแก้ไขคำสั่งทางปกครองได้ หากพบว่าคำสั่งเดิมมีข้อบกพร่องหรือออกโดยอาศัยข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์
ส่วนผู้ที่ได้รับผลกระทบยังสามารถใช้สิทธิตามกฎหมายได้ โดยหลังประกาศบัญชีใหม่ กสถ. จะส่งรายชื่อให้คณะกรรมการข้าราชการท้องถิ่นของแต่ละจังหวัดดำเนินการ ก่อนแจ้งองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นให้ออกคำสั่งตามขั้นตอน และหากผู้ได้รับผลกระทบไม่เห็นด้วย ก็สามารถยื่นฟ้องต่อศาลปกครองได้ ซึ่งการจะมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล
วันชัย ยังระบุด้วยว่า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้เตรียมทีมกฎหมายไว้รองรับ หากมีการฟ้องร้องต่อศาลปกครองเป็นจำนวนมาก
อรรษิษฐ์ ยังระบุว่า ขอให้ใช้ตัวเลขผู้มีคะแนนผิดปกติใหม่ที่ 5,924 คน แทนตัวเลขเดิม 5,814 คน หลังมีการตรวจสอบผู้สมัครสอบทั้งหมดกว่า 270,000 คน ทำให้พบผู้มีคะแนนผิดปกติเพิ่มอีก 110 คน โดยผู้ที่จะได้รับสิทธิ์แทนจะมาจากการจัดลำดับใหม่ตามคะแนนที่ถูกต้อง และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในต้นสัปดาห์หน้า ก่อนเสนอให้ประธาน กสถ. ลงนามประกาศ
สำหรับการประชุมคณะกรรมการข้าราชการส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) ในวันที่ 23 กรกฎาคม อรรษิษฐ์ ระบุว่า จะเป็นเพียงการแจ้งผลการตรวจสอบให้รับทราบ เพราะกระบวนการตรวจสอบถือว่าเสร็จสิ้นแล้ว
เมื่อถูกถามถึงกระแสข่าวการวิ่งเต้นเพื่อนำรายชื่อออกจากบัญชีผู้ถูกเพิกถอน อรรษิษฐ์ ตอบสั้นๆ ว่า “ไม่ทันแล้ว” จะวิ่งเต้นกับใครก็ไม่ได้ เพราะทุกอย่างจบแล้ว และต้องเป็นไปตามมติที่มี
นอกจากนี้ กสถ. ยังมีมติให้ดำเนินคดีกับผู้ที่นำข้อมูลคะแนนอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบ ไม่ว่าจะเป็นผู้รับจ้าง ผู้จัดทำข้อมูล หรือผู้ที่นำข้อมูลอันเป็นเท็จเสนอเข้าสู่ กสถ. โดยมอบหมายให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเข้าแจ้งความดำเนินคดี
ส่วนกรณีคณะกรรมการ กสถ. จะถูกดำเนินคดีหรือไม่ อรรษิษฐ์ ระบุว่า รายชื่อกรรมการอยู่ระหว่างการตรวจสอบของสำนักงาน ป.ป.ช. หากไม่พบว่าเกี่ยวข้องกับการแก้ไขคะแนน ก็จะได้รับการพิจารณาตามข้อเท็จจริง
ทั้งนี้ อรรษิษฐ์ เปิดเผยด้วยว่า หากคิดเป็นสัดส่วนของผู้มีคะแนนผิดปกติ พบว่า ภาคใต้ เป็นภูมิภาคที่มีสัดส่วนผู้สมัครสอบที่มีคะแนนผิดปกติมากที่สุด
อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจของ กสถ. ครั้งนี้ถือเป็นการรีเซตกระบวนการสอบแข่งขันข้าราชการท้องถิ่นครั้งใหญ่ โดยยกเลิกบัญชีผู้สอบเดิมทั้งหมดและจัดลำดับใหม่จากคะแนนที่ผ่านการตรวจสอบ เพื่อคืนความเป็นธรรมให้ผู้สอบที่ทำคะแนนได้จริง
ขณะเดียวกัน ผู้ที่ถูกเพิกถอนสิทธิยังสามารถใช้สิทธิทางกฎหมายได้ ส่วนผู้ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขคะแนนและนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบ จะต้องเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีต่อไป


