×

Burger King ทดสอบหูฟัง AI ติดตามพนักงานในอเมริกา แถมใช้วิเคราะห์เสียงที่ช่องไดร์ฟทรูเพื่อประเมินคะแนนความเป็นมิตร

28.02.2026
  • LOADING...
ภาพหน้าร้าน Burger King พร้อมข้อความระบุถึงการทดสอบหูฟัง AI ติดตามพนักงานและวิเคราะห์เสียงเพื่อประเมินความเป็นมิตร

Burger King กำลังทดสอบระบบหูฟังสำหรับพนักงานที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เพื่อใช้ตรวจสอบการโต้ตอบระหว่างพนักงานกับลูกค้าและดูแลการดำเนินงานของร้าน

 

ระบบ AI ที่มีชื่อว่า BK Assistant นี้มาพร้อมกับแชตบอตเสียงที่ชื่อว่า Patty ซึ่งพัฒนาโดยใช้เทคโนโลยีจาก OpenAI โดยแชตบอตตัวนี้จะฝังอยู่ในหูฟังที่พนักงานสวมใส่ในระหว่างการปฏิบัติงานประจำวัน

 

ปัจจุบันเครือร้านฟาสต์ฟู้ดชื่อดังกำลังนำร่องทดสอบระบบนี้ในร้านอาหาร 500 แห่งในสหรัฐอเมริกา และคาดว่าจะขยายแพลตฟอร์มทั้งในรูปแบบเว็บและแอปพลิเคชันให้ครอบคลุมสาขาทั้งหมดในประเทศได้ภายในสิ้นปี 2026

 

ฟังก์ชันหลักของแพลตฟอร์มนี้คือการเป็นผู้ช่วยจัดการระบบปฏิบัติการ หากตู้กดน้ำมีเครื่องดื่มไดเอทโค้กใกล้หมด หรือหากลูกค้าสแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อแจ้งว่าห้องน้ำสกปรก แชตบอต Patty ก็จะส่งสัญญาณเตือนไปยังผู้จัดการร้านทันที

 

นอกจากนี้พนักงานยังสามารถสอบถาม Patty เกี่ยวกับสูตรการทำอาหารแต่ละเมนู หรือสั่งให้ระบบถอดเมนูบางรายการออกจากหน้าจอดิจิทัลได้ทันทีหากพบว่าวัตถุดิบในครัวหมดลง

 

อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์ที่เริ่มสร้างกระแสตีกลับคือความสามารถในการประเมิน ‘คะแนนความเป็นมิตร’ ของพนักงาน ผ่านการติดตามและวิเคราะห์เสียงการสนทนาที่ช่องไดร์ฟทรู

 

ระบบจะเริ่มฟังตั้งแต่ตอนที่ลูกค้าขับรถเข้ามาสั่งอาหารไปจนถึงตอนที่ขับรถออกไป โดยจะคอยจับคำสำคัญที่แสดงถึงความสุภาพ เช่น คำว่า ยินดีต้อนรับ, ได้โปรด และ ขอบคุณ เพื่อนำไปประเมินผลการให้บริการ ทั้งนี้ Burger King ระบุกับ NBC News ว่าระบบจะไม่ฟังบทสนทนาทั้งหมดของพนักงาน

 

วิดีโอโปรโมตตัวหนึ่งแสดงให้เห็นฉากที่แชตบอตพูดผ่านหูฟังของพนักงานว่า “คะแนนความเป็นมิตรของทีมเมื่อเช้านี้ถือว่าสูงที่สุดในรอบสัปดาห์” ซึ่งจุดประกายให้เกิดการถกเถียงเรื่องการเฝ้าติดตามพนักงาน

 

ผู้ใช้โซเชียลมีเดียหลายคนออกมาวิจารณ์ว่าเทคโนโลยีนี้ดูน่ากลัวแบบดิสโทเปีย (สังคมที่ถูกควบคุมด้วยเทคโนโลยี) ขณะที่บางส่วนตั้งคำถามถึงความแม่นยำของหูฟังแชตบอต เนื่องจากระบบ AI มีแนวโน้มเกิดข้อผิดพลาดได้

 

แม้ว่าการบันทึกเสียงเพื่อตรวจสอบคุณภาพบริการในสายคอลเซ็นเตอร์จะเป็นเรื่องปกติที่พนักงานรับรู้มานานหลายปี แต่ความเคลื่อนไหวล่าสุดของ Burger King ก็ยังคงสร้างความกังวลใจให้กับหลายฝ่ายอยู่ดี

 

ทางด้านบริษัทแม่อย่าง Restaurant Brands International ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า เครื่องมือนี้ออกแบบมาเพื่อปรับปรุงการทำงานในร้านให้ราบรื่นขึ้น บริษัทระบุว่าเป้าหมายหลักคือการช่วยให้ผู้จัดการและพนักงานสามารถมุ่งเน้นไปที่การบริการลูกค้าและการเป็นผู้นำทีมได้มากขึ้น โดยไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อบันทึกบทสนทนาหรือประเมินพนักงานเป็นรายบุคคล

 

บริษัทเน้นย้ำว่าระบบไม่ได้มีไว้เพื่อให้คะแนนรายบุคคลหรือบังคับให้พนักงานพูดตามบท แต่การจับคำสำคัญเป็นเพียงสัญญาณหนึ่งที่ช่วยให้ผู้จัดการเข้าใจรูปแบบการบริการ เพื่อนำไปชื่นชมทีมงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

“เราเชื่อว่าความเป็นมิตรในการให้บริการเป็นเรื่องของความเป็นมนุษย์โดยพื้นฐาน บทบาทของเทคโนโลยีนี้คือการสนับสนุนทีมงานของเรา เพื่อให้พวกเขาสามารถใช้เวลาอยู่กับลูกค้าได้อย่างเต็มที่” ตัวแทนของ Burger King กล่าว

 

ทิโบต์ รูซ์ (Thibault Roux) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายดิจิทัลของ Burger King ให้สัมภาษณ์ว่า การเลือกคำสำคัญบางคำเป็นเพียงกลไกหนึ่งที่ใช้เพื่อหาคำจำกัดความของความเป็นมิตรในการให้บริการ

 

“นี่คือ ‘เครื่องมือโค้ชชิ่ง’ ที่ช่วยให้พนักงานมีอัธยาศัยที่ดีขึ้น และเรายังจะช่วยจัดการกับปัญหาด้านการดำเนินงานบางอย่างที่อาจมีความซับซ้อนด้วย” รูซ์กล่าวเสริม

 

Burger King ไม่ใช่ฟาสต์ฟู้ดรายเดียวที่หันมาพึ่งพา AI ด้าน Yum Brands บริษัทแม่ของแบรนด์ดังอย่าง KFC, Taco Bell และ Pizza Hut ก็ประกาศร่วมมือกับค่ายชิปยักษ์ใหญ่อย่าง Nvidia เพื่อพัฒนาเทคโนโลยี AI สำหรับร้านอาหารเช่นกัน

 

ขณะที่ McDonald’s เพิ่งยุติความเป็นพันธมิตรกับ IBM ในการทดสอบระบบรับออเดอร์อัตโนมัติที่ช่องไดร์ฟทรูไปเมื่อปี 2024 และปัจจุบันกำลังหันไปร่วมมือพัฒนาระบบ AI กับทางค่าย Google แทน

 

ภาพ : Hrach Hovhannisyan / Shutterstock

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising